กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
จะดีแค่ไหน ถ้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เราใช้กันทุกวัน จะไม่ไปจบที่หลุมฝังกลบ หรือลอยอยู่ในทะเล แต่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้มอบรางวัลนักคิดสิ่งประดิษฐ์รุ่นใหม่ ประจำปี 2562 แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “NU Bio Bags นวัตกรรมพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม” แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ และคณะ แห่งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้ผลงานจากนักวิจัยเป็นที่รู้จัก และได้รับการต่อยอดในภาคธุรกิจ และนำไปสู่การปรับใช้ในวงกว้างเพื่อแก้ปัญหาขยะมูลฝอยในประเทศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้น NU Bio Bags นวัตกรรมพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม เริ่มจากความสนใจที่จะพัฒนาพลาสติกเพื่อการเกษตรที่สามารถย่อยสลายได้ 100% และไม่มีสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อม ดังนั้น NU Bio Bags นวัตกรรมพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อม จึงถูกพัฒนาขึ้นจาก แนวคิดเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาข้างต้น โดยที่ผลิตจากไบโอคอมโพสิตฟิล์มของพอลิแลคติกแอซิดหรือ พีแอลเอ ผสมก
แพะ เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ นอกจากจำหน่ายในลักษณะน้ำนมแพะและเนื้อแพะเพื่อการบริโภคแล้ว ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร และเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวชั้นดี ล่าสุดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยแพะในรูปแบบ ผลิตภัณฑ์น้ำหอมฟีโรโมนแพะ เป็นรายแรกของประเทศไทย ที่สำคัญน้ำหอมฟีโรโมนแพะมีต้นทุนผลิตหลักร้อย แต่ขายได้หลักพันอีกด้วย ฟีโรโมน คืออะไร หลายคนอาจรู้สึกงงๆ ว่า ฟีโรโมน คืออะไร โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายมนุษย์และสัตว์สามารถสร้างและหลั่งฟีโรโมน ออกมาตามธรรมชาติ ลักษณะคล้ายเหงื่อหรือน้ำมันเพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ยกตัวอย่าง เช่น ผีเสื้อตัวเมียจะปล่อยฟีโรโมนที่เรียกว่า บอมบายโกล (Bombygol) เพื่อกระตุ้นความต้องการทางเพศ (Sex Attractant Pheromone) เพื่อดึงดูดตัวผู้ให้มาหาและกระตุ้นให้เกิดการผสมพันธุ์ ขณะเดียวกัน สุนัขมักปล่อยฟีโรโมนพร้อมฉี่เพื่อแสดงอาณาเขต (Territory Pheromone) ของตนเอง เป็นต้น วงการน้ำหอมระดับโลก ได้สกัดฟีโรโมนจากต่อมเพศของสัตว์นานาชนิด เช่น กระรอก สกัง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ต้นแบบความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตองุ่นไชน์มัสแคท ณ สวนองุ่นฮักริมปิง เชียงใหม่ ผลงานการบูรณาการองค์ความรู้ของนักวิจัย ม.นเรศวร ในด้านเทคโนโลยีการผลิต การจัดการโรคและแมลง เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวองุ่นไซน์มัสแคทเพื่อการพาณิชย์ ตลอดจนการประเมินคุณภาพองุ่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าโครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตองุ่นไซน์มัสแคทเชิงพาณิชย์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำชมความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่สวนองุ่นฮักริมปิง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์พร้อมคณะ ได้สะสมความรู้เกี่ยวกับการผลิตและการจัดการเก็บเกี่ยวองุ่นไซน์มัสแคท ทั้งจากญี่ปุ่นและสวนองุ่นในไทย ได้แก่จังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและตาก ทำให้ได้รับทรา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างองค์ความรู้ใหม่จากประสบการณ์และภูมิปัญญาของคนไทยซึ่งเป็นฐานรากที่มั่นคงในการเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ โดยในปี 2559 วช. ได้สนับสนุนการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาแก้วคริสตัลปราศจากตะกั่วและการประดิษฐ์แก้วคริสตัลบาง” ภายใต้แผนงานเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมด้านวัสดุนาโนและนาโนเทคโนโลยี นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร. กมลพรรณ เพ็งพัด นักวิจัย สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะ ปัจจุบัน ทีมนักวิจัย มช. ได้พัฒนา “การประดิษฐ์แก้วคริสตัลบางเพื่อประยุกต์เป็นกระจกโบราณ” ร่วมกับโรงงานการผลิตกระจกโบราณของ นายรชต ชาญเชี่ยว และคณะ เพื่อพัฒนาสูตรกระจกโบราณใหม่ๆ เป็นกระจกจืนและกระจกเกรียบ จนสามารถนำกระจกจืนและกระจกเกรียบไปบูรณะโบราณสถานและโบราณวัตถุได้หลายแห่ง และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบประดับกระจกจืนและกระจกเกรียบที่สามารถนำไปใช้งานในการบูรณะโบราณสถานและโบราณวัตถุ อีกทั้งสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้กระจกจืนและกระจกเกรียบตกแต่งเพื่อขยายผลเชิงพาณิชย์ในอนาคต เมื่อวันที่ 9 ธันว
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จัดงาน “ปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน” “Northern Haze Free Day in Action” ภายใต้แผนงานวิจัยท้าทายไทย: ประเทศไทยไร้หมอกควัน ระยะที่ 3 วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จัดงาน “ปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน” “Northern Haze Free Day in Action” ภายใต้แผนงานวิจัยท้าทายไทย: ประเทศไทยไร้หมอกควัน ระยะที่ 3 ณ NSP Exhibition Hall อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตรวจเยี่ยมสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมมอบนโยบายและเยี่ยมชมนิทรรศผลงานวิจัยกว่า 70 ผลงาน ที่ตอบโจทย์รัฐบาล มุ่งพัฒนาภาคสังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและภาคเกษตร เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตรวจเยี่ยมสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเยี่ยมชมนิทรรศการงานตามนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อันเป็นผลการดำเนินงานการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม และกิจกรรมตามภารกิจของ วช. พร้อมทั้งมอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่ วช. โดยมี ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ วช. และคณะนักวิจัยให้การต้อนรับ หลังเยี่ยมชมนิทรรศการและมอบนโยบายแก่ วช. แล้ว ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนก ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงเรื่องของขวัญปีใหม่ ที่ อว.จะมอบให้แก่คนไทย โดยในส่วนของ วช. นั้นจะมอบเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศระบบเซ็นเซอร์ (Dust Boy) จำนวน 500 เครื่อง เพื่อให้คนไท
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 นายแพทย์ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้ลงนามในประกาศนโยบายคุณภาพของกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) เพื่อให้บุคลากรได้ทราบและใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายหลักและวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งเป้าการเป็นองค์กรชั้นนำระดับสากลด้านการตรวจสอบและรับรองทางวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่า นโยบายคุณภาพถือเป็นนโยบายหลักของกรมวิทยาศาสตร์บริการ มีวัตถุประสงค์ให้บุคลากรใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติภายในองค์กรเพื่อส่งมอบการบริการและสร้างความพึงพอใจแก่ผู้รับบริการให้เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล ดังนิยามนโยบายคุณภาพของ วศ. คือ “เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นด้านการบริการทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ เป็นกลาง ยุติธรรม และสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ”
“เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รมว.การอุดมศึกษาฯ เยือนมหา’ลัยแพะ ยกเป็นต้นแบบสถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนท้องถิ่นตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของรัฐบาล ชูเป็นมหาวิทยาลัยของภาคประชาชนที่เกิดจากความพยายามของคนในพื้นที่จริง ๆ สร้างงาน สร้างเงินให้คนกระบี่ เตรียมถอดความสำเร็จเพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น พร้อมชมงานวิจัย ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หนุนผลิตสัตว์เศรษฐกิจเมืองกระบี่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตรวจเยี่ยมมหา’ลัยแพะนานาชาติ กระบี่ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ณ ศรีผ่องฟาร์ม ฟาร์มสาธิตเลี้ยงแพะสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ บ้านน้ำจาน ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการดำเนินงานของมหา’ลัย และโครงการความร่วมมือในการนำผลงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการขับเคลื่อน Model แพะใน จ.กระบี่ และแพะในพื้นที่ภาคใต้เพื่อความยั่งยืน โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. นายสำราญ รอดเพชร ผู้ช่วย รมว.อว. ศาสตราจา
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ณ ห้องประชุมอัครเมธี ชั้น 6 อาคารตั้ว ลพานุกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ โดย ดร.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 ครั้งที่ 2/2563 พิจารณาแผนการปฏิบัติงานระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ประจำปีงบประมาณ 2564 และทบทวนนโยบายคุณภาพ วัตถุประสงค์คุณภาพ เพื่อพัฒนาการบริการของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการทั้ง 4 ขอบข่าย ทั้งนี้ วศ. ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 โดยได้รับการตรวจติดตามการรักษาระบบ จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) เมื่อวันที่ 3-5 สิงหาคม 2563 ครอบคลุม 4 ขอบข่าย ได้แก่ 1. การบริการหอสมุดและการบริการสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. การบริการฝึกอบรมเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการเคมี วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และฟิสิกส์ 3. การบริการถ่ายทอดเทคโนโลยี 4. การบริการรับ-ส่งตัวอย่างและรายงาน
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ร่วมมือ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดกิจกรรม การวิจัย และการจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อสร้างความตระหนักด้านความหลากหลายทางชีวภาพและส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไป พร้อมร่วมกันพัฒนาและก้าวต่อไปสู่ความมั่นคงทางธรรมชาติของประเทศในอนาคต ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า อพวช. เป็นหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมวิทยาศาสตร์แล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ อพวช. คือ งานด้านการวิจัยและการสงวนรักษาสัตว์และพืช ธรรมชาติอันเป็นคุณค่าของแผ่นดินและของโลก เพื่อการศึกษาเรียนรู้สืบไป ปัจจุบันมีศูนย์บริหารคลังตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยาและสัตว์สตัฟฟ์ (Taxidermy) ที่มีความพร้อมและสมบูรณ์มากที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา อพวช. ได้รับความร่วมมือจากองค์การสวนสัตว์ฯ ในการด
