การปลูกไผ่
“ ไผ่ ” นับเป็นพืชมหัศจรรย์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก เนื่องจาก ไม้ไผ่เป็นพืชพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ตอบโจทย์ในเรื่องพลังงานทดแทนได้อย่างดี แค่ปลูกไผ่สัก 5 ล้านไร่ ประเทศไทยจะไม่ขาดแคลนไฟฟ้า แถมยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย รองศาสตราจารย์ ธัญพิสิษฐ์ พวงจิก ประธานชมรมคนรักไผ่ กล่าวว่า ปัจจุบันไผ่หลายสายพันธุ์ ที่มีศักยภาพในด้านพืชพลังงาน โดยใช้ลำไผ่ทำพลังงานชีวมวล เช่น ไผ่ตงลืมแล้ง (ตงอินโด) ไผ่กิมซุ่ง (ไผ่ไต้หวัน หรือไผ่เขียวเขาสมิง) ไผ่แม่ตะวอ ไผ่รวกและไผ่ซางนวล นอกจากนี้ ไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่กิมซุ่ง ยังแปรรูปในลักษณะเพียวเร็ต(pellet )ทำถ่านไม้ไผ่ได้ แต่ไผ่ทั้งสองชนิดนี้ควรปลูกในบริเวณที่มีน้ำสมบูรณ์ “ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง” ยังสามารถแปรรูปเป็นถ่านแกลบเรียกว่า ไบโอชาร์ ใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วยังได้ปุ๋ยอีกด้วย ถ่านไม้ไผ่คุณภาพสูงที่ได้จากการเผาที่อุณหภูมิ 1,000oC ขึ้นไป ด้วยเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพ จะมีความสามารถสูงในการดูดซับกลิ่น ความชื้น สารพิษ สารเคมี ช่วยฟอกอากาศ กำจัดแบคทีเรีย ช่วยปลดปล่อยประจุลบ และอินฟราเรดคลื่นยาว ช่วยดูดซับรังสี ทำให้ระบบไหลเวียน
ไผ่ เป็นไม้อเนกประสงค์ที่มีประโยชน์ต่อคนเรามากมาย ทั้งในด้านของการใช้สอยและการบริโภค เช่น ใช้จักสานเครื่องมือทางการเกษตร เครื่องมือทำมาหากิน เครื่องใช้ในครัวเรือน การก่อสร้างบ้านเรือน รั้ว โรงเรือน ปลูกบังลม ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน หน่อใช้ในการบริโภค ใบใช้ทำปุ๋ยและการใช้ไม้ไผ่อีกมากมายสารพัดประโยชน์ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ จากโบราณจวบจนปัจจุบันและในอนาคต ในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนั้น ที่แปลงรวบรวมพันธุ์ไผ่ ปี 2529 ของงานวิจัยป่าไม้ มูลนิธิโครงการหลวงอ่างขาง มีไผ่นานาชนิดที่น่าศึกษาและเป็นแหล่งเรียนรู้ จึงขอเก็บมาฝากเป็นเกร็ดความรู้ ไผ่ จัดเป็นพืชเมืองร้อน ตระกูลเดียวกับหญ้า เจริญเติบโตได้ทุกทวีป สามารถพบได้มากที่สุดทางแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในเขตอบอุ่นก็พบอยู่บ้าง แต่สกุลน้อยกว่า ส่วนในทวีปยุโรป และออสเตรเลียแทบไม่พบอยู่เลย ไผ่อยู่ในวงศ์ Gramineae โดยไผ่ที่ค้นพบในโลกมีประมาณ 47 สกุล (Genera) 1,030 ชนิด (Species) สำหรับในประเทศไทย มีทั้งหมด 16 สกุล 82 ชนิด (ข้อมูลจาก สงคราม และ อนันต์ 2528) โดยตามปกติไผ่จะออกดอกครั้งเดียว หลังจากนั้นจะตายทั้งกอ ภายใน 1-2 ปี ซึ่งการตายของไผ
คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขายได้บ้างแล้ว ในตอนแรกได้นำไปวางขายในตลาด แต่ประสบปัญหาคือ คนซื้อไม่เชื่อว่าหน่อไม้จะรับประทานดิบได้จริงๆ และไม่เชื่อว่าจะหวานจริงๆ “เพราะในตอนนั้นไม่ว่าหน่อไม้อะไร คนขายก็มักจะโฆษณาว่าเป็นหน่อไม้หวานเสมอ ทำให้คนซื้อไม่แน่ใจ เราจึงได้แจกให้ชิม เพื่อจะทำตลาด และก็ได้นำเอาหน่อไม้หวานไปประชาสัมพันธ์ในงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรธรรมชาติที่จังหวัดสระบุรี นิทรรศการงานต่างๆ ที่หน่วยงานราชการต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเปิดตัวหน่อไม้หวานสายพันธุ์ใหม่ คือ ไผ่บงหวาน ที่หวาน หอม กรอบ อร่อย และรับประทานสดๆ ได้” คุณภัทรา กล่าว ปี 2550 ปีแรกที่จำหน่ายหน่อไม้ จากต้นไผ่ 1,700 กอ จากสม
