ขี้เถ้าแกลบ
ขี้เถ้าที่หลายๆ คนมักคิดว่าไร้ค่า แต่มีประโยชน์สำหรับพืชมาก ใน “ผงขี้เถ้า” มีสารซิลิก้า ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ให้ผนังเซลล์มีความแข็งแรง จึงช่วยสร้างภูมิต้านทานแมลง โรค ได้ดีขึ้น ป้องกันการเข้าทำลาย และกัดกินเซลล์พืชโดยตรง ช่วยให้ท่อน้ำเลี้ยงแข็งแรง มีการขยายตัวของท่อน้ำเลี้ยงเพิ่มขึ้น และขี้เถ้ายังมีแคลเซียมกับโพแทสเซียมเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้ต้นไม้ออกดอกได้ดี จึงสามารถนำผงขี้เผามาโรยต้นพืช เพื่อให้พืชผักออกดอก ได้ผลผลิตเยอะ นอกจากการนำขี้เถ้ามาผสมน้ำใช้ไล่แมลงแล้ว ขี้เถ้าเปล่าๆ ยังสามารถนำไปโรยที่โคนต้นไม้หรือรองก้นหลุมช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ สำหรับดินที่มีปัญหาดินเปรี้ยวหรือดินกรดที่มีความเป็นกรดสูง แนะนำให้โรยขี้เถ้าลงไปรอบๆ โคนต้นไม้ ก็จะช่วยปรับสภาพดินให้มีความเป็นด่างเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ ในขี้เถ้ายังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและแคลเซียม ที่จะช่วยเร่งดอกไม้ให้บานสะพรั่ง เช่น ไลแลค (Lilac) กุหลาบ และไฮเดรนเยีย แจกสูตรน้ำขี้เถ้า ช่วยไล่แมลง สามารถทำตามกันได้ง่ายๆ วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. ขี้เถ้าถ่าน 1 ถ้วย 2. น้ำสะอาด 3 ลิตร 3. กระป๋องสำหรับผสม 4. ตะแกรงสำหรับกรอ
ผลไม้ไทย มีคุณภาพดีและมีรสชาติอร่อย เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อทั่วโลก แต่ยากในการดูแลรักษาคุณภาพสินค้า เพราะหลังการเก็บเกี่ยว โดยธรรมชาติพืชผักผลไม้สดยังคงมีการหายใจตามอัตราปกติเหมือนตอนที่ติดอยู่ตามลำต้น ซึ่งกระบวนการหายใจของผลไม้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลไม้สูญเสียความสด หากวางพืชผักผลไม้ในพื้นที่ที่มีระดับก๊าซออกซิเจนมาก ยิ่งส่งผลให้ผลผลิตเหี่ยวง่ายได้ เอทิลีน มีผลต่อการสุกของผลไม้ เอทิลีน เป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้ผลไม้เกิดการสุก ดังนั้น วิธีการใดก็ตามที่มีผลลดอัตราการสร้างหรือยับยั้งการทำงานของเอทีลีนในพืช ย่อมส่งผลให้ชะลอการสุกได้ โดยทั่วไปสภาพที่มีผลต่อการกระตุ้นการสร้างเอทิลีนในพืช ได้แก่ อุณหภูมิ ปริมาณออกซิเจน การเกิดบาดแผลหรือชอกช้ำ รวมทั้งการเข้าทำลายของโรคและแมลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าว มีผลส่งเสริมการสร้างเอทิลีน แต่มี 3 แนวทาง ที่สามารถยับยั้งการสร้างเอทิลีนหรือมีผลทำลายเอทิลีน ได้แก่ 1. ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 2. อุณหภูมิต่ำ 3. การใช้สารดูดซับเอทิลีน โดยการใช้สารดูดซับเอทิลีนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องใช้ในปริมาณที่มากพอ เพื่อให้การทำลายเอทิลีนเป็นไปอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยที
วันที่ 4 ตุลาคม มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)(สนช.) ประกาศผล “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2559” เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทยตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยในปีนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับอุตสาหกรรม และระดับวิสาหกิจชุมชน ผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 จะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 80,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 10,000 บาท 2 รางวัล “ผลการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปี 2559 ผลงานที่ได้รับรางวัลขนะเลิศระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการ “ขี้เถ้าแกลบเสริมฤทธิ์การชะลอการสุกของผลไม้” ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราช
