ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้
ในปี 2556 สหภาพยุโรปได้ขึ้นทะเบียน #ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ตราศรีแสงดาว จากจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสินค้าไทยชนิดแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI และเป็นสินค้ารายแรกที่ประสบความสำเร็จ จากการจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าออสเตรีย ซึ่งมีครบทั้งเครื่องหมายรวงข้าวของกรมการค้าต่างประเทศ และเครื่องหมาย GI ของสหภาพยุโรป มีความพร้อมทั้งตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ที่ได้รับรางวัล DEmark ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และเคยได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง Red Dot Design Award รางวัลด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งยังเคยได้รับรางวัล world’s Best Rice Award โดยสถาบันการค้าข้าวโลก (Rice Trader) มาแล้วด้วย ยืนยันได้ถึงคำที่บอก #ข้าวไทยอร่อยที่สุดในโลก เป็นจริงแท้แน่นอน #ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างโรงสีศรีแสงดาวกับชาวนาในพื้นที่ ซึ่งมีการนำนวัตกรรมนาหยอดเข้ามาใช้แทนการทำนาแบบดั้งเดิม มีการศึกษาและพัฒนาร่วมกันจนกระทั่งสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ช่วยให้ชาวนามีผลกำไรมากขึ้น มาแน่! #มหัศจรรย์ข้าวไทย2024 🍚 งานที่มัดรวมข้าว GI สุดแสนหายากจากทุกสารทิศทั่วไทยมาไว้ในงานเดียว พร้
นางธัญธิตา บุญยมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลสำเร็จโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ซึ่งดำเนินการโดยกรมพัฒนาที่ดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิตให้เหมาะสมต่อการผลิตข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิตและเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ในพื้นที่ 7,070 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 100 ตามเป้าหมาย และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานการผลิตในพื้นที่ 2,875 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 59.28 ของเป้าหมาย 4,850 ไร่ ซึ่งการก่อสร้างดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 2 ปี โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในการนี้ สศก. โดยศูนย์ประเมินผล ได้ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลในกิจกรรมก่อสร้างระบบเก็บกักและระบายน้ำในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่บ้านมะเห็บ ตำบลเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งก่อนเข้า
“ทุ่งกุลาร้องไห้” บนที่ราบสูง 2 ล้านไร่ ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดทางภาคอีสาน ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และยโสธร จากที่เคยแห้งแล้งมีแต่ดินปนทรายปัจจุบันได้รับการพลิกฟื้นสู่แผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ กลายเป็นแหล่งเพาะปลูก “ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้” ที่ได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ ได้ทำวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างเครือข่ายการผลิตและการตลาด “ผลิตภัณฑ์เพื่อคนแพ้นมและถั่วเหลือง” จนสามารถทำให้ “ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ระยะเขียว” ส่วนเหลือทิ้ง สร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่เกษตรกรในชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภัทร์ ไชยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงวงจรของข้าวว่า สามารถนำมาพัฒนาเป็นอาหารสุขภาพ นับตั้งแต่ที่ข้าวเริ่มออกรวง 10 วัน โดยการทำเป็น “ข้าวเม่า” ที่หอมนุ่มนิ่ม รวมทั้ง “น้ำนมข้าว” ที่มากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ หลังจากนั้นอีกประมาณ 20-30 วัน จะเป็นระยะของข้าว “ระยะเขียว” ที่แม้ยังอ่อน แต่มีร้อยละต้นข้าวที่สามารถนำมาหุงบริโภค โดยข้าว
นายนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศท.4 ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (GI) จังหวัดร้อยเอ็ด ในพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย โดยลงพื้นที่สำรวจเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างที่นำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการผลิตข้าว กับเกษตรกรที่ไม่มีการใช้เทคโนโลยีในการผลิตข้าว จำนวนกลุ่มละ 32 ราย พบว่า เทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการผลิตข้าว โดยนำมาใช้ในการฉีดพ่นยา/สารเคมีพ่นปุ๋ยน้ำ หรือฮอร์โมน ซึ่งการใช้โดรนจะทำให้เกิดประสิทธิภาพการผลิตที่ดี การฉีดพ่นกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง ลดการเหยียบย่ำในแปลงนาข้าว ลดความเสียหายของผลผลิต ลดผลกระทบจากการสัมผัสสารเคมีและปัญหาด้านสุขภาพของเกษตรกร รวมถึงลดระยะเวลาในการทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานอีกด้วย ทั้งนี้ ผลสำเร็จของการใช้เทคโนโลยีโดรนในการผลิตข้าว ส่งผลให้เกษตรกรได้ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 393 กิโลกรัม/ไร่/ปี ในขณะที่เกษตรกรที่ไม่มีการใช้เทคโนโลยีในการผลิตข้าว ได้ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 342 กิโลกรัม/ไร่/ปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าเกษตรกรที่ใช้เทคโนโลยีโดรนในการผลิตข้าว มีผลผลิตต่อไร่
เก็บตกผลงานวิจัยน่าทึ่งในในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022) ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ณ เวที Highlight Stage ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นำผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ภาคนิทรรศการ “งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์เชิงการพัฒนาพื้นที่” ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)จำนวน 3 ผลงาน ดังนี้ ดร.อภิชัย สาวิสิทธิ์ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้นำเสนอผลงานวิชาการเรื่อง เครื่องดื่มใบข้าวหอมมะลิ เสริมวิตามินบีรวม ตรา “จ๊าสไรซ์” ผลิตจากใบอ่อนข้าวหอมมะลิอินทรีย์ทุ่งกุลาร้องไห้ โดดเด่นด้วยความหอมที่เป็นเอกลักษณ์และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ บรรจุในขวดแก้วที่สะดวก
“สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ “สินค้า GI” คือสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น GI จึงเปรียบเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกคุณภาพ และแหล่งที่มาของสินค้านั้นๆ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลมุ่งผลักดันเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้กรมทรัพย์สินค้าปัญญา ที่ทำหน้าที่ในการขึ้นทะเบียน และคุ้มครองสินค้า GI ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และขยายช่องทางการตลาดเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่สินค้า เหล่านั้น และล่าสุดได้มีการลงนามความร่วมมือกับทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง นำสินค้า GI มาขายผ่านช่องทางออนไลน์ www.ShopAt24.com เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยมีสินค้านำร่อง 6 รายการ ได้แก่ ศิลาดลเชียงใหม่ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอ
น.ส.วันเพ็ญ นิโครวนจำรัส รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปี 2562 กรมฯ มีแผนที่จะยื่นคำขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในต่างประเทศจำนวน 5 สินค้า ที่ประเทศจีน 2 สินค้า ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี และทุเรียนปราจีน และที่มาเลเซีย 3 สินค้า ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง เพราะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดจีนและมาเลเซีย จากการที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และได้ทดลองบริโภคสินค้าเหล่านี้ ทำให้รู้จักสินค้ามากขึ้น จึงต้องไปจดทะเบียนคุ้มครองไว้ก่อน เพื่อช่วยส่งเสริมสินค้าจีไอที่จะไปจำหน่ายในอนาคตและป้องกันปัญหาการละเมิดที่อาจจะเกิดขึ้น “อย่างมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ดังถึงขนาด มีล้งชาวจีนมารับซื้อถึงแหล่งผลิต และมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนสินค้าข้าว ที่นำไปจดในมาเลเซีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น จึงต้องหาทางจดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าข้าวที่เป็น GI ของไทย และยังเป็นไปตามนโยบายของน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้กรมฯ จด
