ชาวไร่อ้อย
กลุ่มน้ำตาลไทยรุ่งเรือง โรงงานศรีเทพ คิกออฟโครงการ Cane Hero ฮีโร่อ้อยสดศรีเทพ ส่ง “5 ทีมฮีโร่” สนับสนุน-ส่งเสริม-สร้างสุข เกษตรกรชาวไร่อ้อย สู่วิถี ESG ถ่ายทอด พร้อมสร้างยุคใหม่ของไร่อ้อยที่ยั่งยืนแบบครบวงจร บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด ผู้นำด้านการแปรรูปอ้อยของประเทศไทยและ ผู้ผลิตน้ำตาล Lin, Rei รวมถึง Delite+ ประกาศเดินหน้าหนุนยุทธศาสตร์ Zero Burn Nation มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG เดินหน้าสร้างระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “Cane Hero ฮีโร่อ้อยสดศรีเทพ” เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไร่อ้อยจังหวัดเพชรบูรณ์เปลี่ยนผ่านสู่การทำอ้อยแบบ “ตัดสด ไม่เผา” พร้อมสร้างอีโคซิสเต็มสนับสนุนครบวงจรผ่าน “5 ทีมฮีโร่” ตั้งเป้าปั้นอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็น Sandbox พื้นที่ต้นแบบ “จังหวัดไร่อ้อยปลอดมลพิษ”คัดเลือกเกษตรกรต้นแบบ 45 ราย เพื่อรับรางวัล “Cane Hero ประจำปี 2568” ในงาน “อ้อยแลกล้าน” ณ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพรชบูรณ์ ที่ผ่านมา ดร.ณัฐพล อัษฎาธร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มน้ำตาลไทยรุ่งเรือง โรงงานศรีเทพ ยึดแนวคิด ‘สิ่งแวดล้อ
“อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกและเก็บเกี่ยวได้ปีละครั้ง เพื่อให้การปลูกอ้อยในแต่ละรอบได้ผลผลิตสูงสุด และมีต้นทุนต่ำ ล้วนแต่ต้องการเอาใจใส่และดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน เพาะปลูกได้ทันช่วงฤดู มีการดูแลรักษาจนถึงการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง “คุณปัญญา เรืองศรี” เป็นหนึ่งในชาวไร่อ้อยต้นแบบ ที่สืบสานอาชีพการทำไร่อ้อยจากรุ่นพ่อแม่จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 37 ปี ไร่อ้อยของคุณปัญญา เนื้อที่ 142 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกอ้อยตอ สายพันธุ์ขอนแก่น 3 ได้ผลผลิตกว่า 10 ตันต่อไร่ ที่เหลืออีก 50 กว่าไร่เป็นพื้นที่ปลูกอ้อยใหม่ เช่น อ้อยพันธุ์108 และ อ้อยพันธุ์ภูเขียว ได้ผลผลิตประมาณ 20 ตันต่อไร่ คุณปัญญาเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่ใช้ความรู้เดิม ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เครื่องปลูกอ้อย การใช้โดรนการเกษตรฉีดพ่นปุ๋ยและยากำจัดวัชพืช รถตัดอ้อย และเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเผาอ้อย หันมาตัดอ้อยสดในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยว สามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานแล้ว ยังช่วยลดต้นทุน
“ดิน” ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของอ้อย การจัดการดินที่ดี โดยเพิ่มอินทรียวัตถุและเพิ่มแร่ธาตุอาหารในดินอย่างเหมาะสม จะทำให้ดินดีมีคุณภาพ ช่วยให้อ้อยเจริญเติบโต ให้ผลผลิตที่ดีคุ้มค่าการลงทุน “เถ้าแก่บอย – คุณสุภัทรชัย จังวิบูลย์ศิลป์” ชาวไร่มิตรผลด่านช้าง ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับปรุงดินว่า เป็นพื้นฐานสำคัญของการเพิ่มผลผลิตอ้อย เถ้าแก่บอยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมต ร่วมกับปุ๋ยเคมีซอยล์เมต เพิ่มความสมบูรณ์ของดิน สามารถเพิ่มผลผลิตในแปลงอ้อยใหม่ได้มากถึง 20 ตันต่อไร่ และอ้อยตอได้ผลผลิต 17 ตันต่อไร่ เถ้าแก่บอยทำธุรกิจต่อจากพ่อแม่ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกอ้อยพันธุ์ขอนแก่นจำนวน 500 ไร่ อยู่ในพื้นที่อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี การทำไร่อ้อยใช้เงินลงทุนประมาณ 12,000 บาทต่อไร่ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว เหลือผลกำไรประมาณ 8,000 บาทต่อไร่ เทคนิคลับของเถ้าแก่บอย ปลูกอ้อยใหม่ให้แตกกอดี แต่ลดต้นทุน ด้วยการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน เคล็ดลับการทำอ้อยหวานของเถ้าแก่บอย เริ่มจากใช้ปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมตฝังลงดิน ทำให้ดินฟู ประสิทธิภาพดินดีขึ้น ขั้นตอนต่อมา รองพื้นอ้อยปลูก ด้วยปุ๋ยเคมีซอยล์เมต สูตร 1
กรุงเทพฯ 14 พฤศจิกายน 2562 – “อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่สามารถประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ไม่แพ้อาชีพอื่น” คำกล่าวจากเกษตรกรรายหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ตลอดทั้งปี จากการเข้าร่วมโครงการ “ทำตามพ่อ ปลูก เพ(ร)าะ สุข” กับกลุ่มมิตรผล ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยหลักปรัชญา “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ที่กลุ่มมิตรผลยึดถือเป็นแนวปฏิบัติเพื่อดูแลชุมชนและชาวไร่อ้อยมานานกว่า 63 ปี พร้อมความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้สามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน จึงเกิดเป็นโครงการ “ทำตามพ่อ ปลูก เพ(ร)าะ สุข” ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2560 โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ พร้อมเชิญชวนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยแบ่งพื้นที่มาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ควบคู่กับการทำไร่อ้อยในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อวางรากฐานการพึ่งพาตนเองและสร้างความสุขที่ยั่งยืน จวบจนวันนี้เมล็ดพันธุ์แห่งความยั่งยืนที่ร่วมกันปลูกได้ผลิดอกออกผลเป็นผลลัพธ์แห่งความสุขที่มีตัวเลขดัชนีความสุขในครัวเรือนสูงถึง 80% สะท้อนถึงความสุขที่สัมผัสได้จริงจากการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนของชาวไร่อ้อยและชุมชน ผลลัพธ์แห่งความสุขนี้มาจากการเก็บข้อมูล
เกษตรกร กลุ่มอ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง ประสบปัญหาหนัก ราคาตกต่ำต่อเนื่อง ภัยแล้ง ต้นทุนการผลิตพุ่ง แถมซ้ำเติมด้วยมาตรการจำกัดการใช้ 3 สารเคมี กำจัดศัตรูพืช วอนขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หันมาช่วยเหลือเกษตรกร นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ปัญหาของราคายางตกต่ำเกิดขึ้นจากตลาดการซื้อขายยางล่วงหน้าจากประเทศจีน เกิดการบิดเบือนในราคาต้นทุนที่แท้จริง จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขปัญหาในระยะยาวมากกว่าการจัดการในระยะสั้น ด้วยนโยบายประชานิยม อาทิ การประกันราคายาง แต่อยากให้สานต่อแนวคิดของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการส่งเสริมให้แต่ละกระทรวงนำ ยางพารา ไปใช้ในการดำเนินงานต่างๆ รวมทั้งนำ พระราชบัญญัติควบคุมยางและพระราชบัญญัติของกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2542 เข้ามาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกร และควบคุมการส่งออกได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ภาครัฐ ควรเปลี่ยนแนวคิดใหม่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพาตนเอง ผ่านการอบรมให้ความรู้ สนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการนำสินค้าส
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 ณ สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 11 นครสวรรค์ โดยมีชาวไร่เข้าร่วมหลายร้อยราย ซึ่งพื้นที่นี้มีปริมาณอ้อยส่งเข้าโรงงานจำนวน 7,265,671.03 ตัน มีชาวไร่อ้อยที่เป็นคู่สัญญาจำนวน 8,177 ราย มีสมาชิกที่ส่งอ้อยเข้าโรงงานจำนวน 23,000 ราย นายอุตตมกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายให้ความช่วยเหลือชาวไร่อ้อย ผ่านโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต เบื้องต้นกำหนดความช่วยเหลืออยู่ที่ไม่เกิน 50 บาท/ตันอ้อย แต่จะมีการกำหนดปริมาณตันอ้อยสูงสุดที่จะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกินรายละ 5,000 ตันอ้อย รวมจำนวน 6,500 ล้านบาท โดยจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อยกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และเป็นคู่สัญญากับโรงงานหรือมีการส่งอ้อยผ่านหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย ที่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ตามจำนวนตันอ้อยที่เกษตรกรได้ส่งให้กับโรงงานคู่สัญญาหรือหัวหน้ากลุ่ม “เป็นครั้งแรกในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายกับการให้ความช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต
“กลุ่มมิตรผล” ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืนติดต่อกัน 2 ปี จาก Bonsucro องค์กรระดับโลกที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยทั่วโลกอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นับว่า “กลุ่มมิตรผล” เป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่คว้ารางวัลนี้มาครอง และเป็นประเทศ อันดับ 5 ของในโลกที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” พัฒนาไร่อ้อยแบบยั่งยืน คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของการทำไร่อ้อยก็คือ เกษตรกรต่างคนต่างทำ การขาดแคลนแรงงานในการตัดอ้อย ทำให้ต้นทุนสูง มิตรผลจึงเข้าไปส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกรไร่อ้อยหนองแซง พร้อมแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหา ช่วยประสานให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนกันในด้านทรัพยากรและแรงงาน มิตรผลใช้หลักการจัดการตามแบบเกษตรสมัยใหม่ เรียกว่า “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างวิถีการทำไร่อ้อยแบบยั่งยืน เริ่มดำเนินการจากเปลี่ยนแนวคิดการทำไร่อ้อยของเกษตรกร ให้เกิดความถูกต้องทั้งด้านวิชาการ ทั้งจากแปลงสาธิต และศึกษาจากผู้ประสบความสำเร็จมาแล้ว การใช้เทคโ
