ผักลิ้นห่าน
ผักพื้นบ้านของภาคต่างๆ มีความแตกต่างกันตามภูมิอากาศหรือภูมิประเทศ ประเทศไทยมีภูมิอากาศที่เหมาะสมกับพืชพรรณนานาชนิด มากเสียจนเหลือให้ต่างชาตินำไปวิจัยแล้วจดสิทธิบัตรเป็นของตัวเอง ผักหลายชนิดมีขึ้นทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย เช่น ตำลึง แต่มีผักบางชนิดมีเฉพาะภาคใดภาคหนึ่ง และมีผักบางชนิดหายาก ขึ้นเฉพาะบางภูมิประเทศที่เหมาะสม คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยรู้จัก มีเพียงเฉพาะคนในท้องถิ่นได้อาศัยเป็นอาหารหรือใช้ประโยชน์จากผักนั้น มีโอกาสได้ไปกินเจที่ศาลเจ้าท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ไปนั่งฟังเสียงคลื่นที่หาดท้ายเหมือง ใกล้บริเวณที่ค่ายทหารเรือโดนสึนามิ หวนคิดถึงความหลังตอนเด็ก จึงไปเดินหาผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่คนรู้จักน้อยมาก ในชื่อที่ชาวบ้านเรียกว่า ผักลิ้นห่าน ปรากฏว่าหาไม่เจอเลย สอบถามชาวบ้าน เขาว่าแถบชายหาดไม่มีแล้วเพราะถูกเก็บกินกันหมด ถ้าจะมีเหลือก็เป็นในแถบอุทยานท้ายเหมืองที่จะต้องเลยเข้าไปลึกหน่อย จึงถือโอกาสซอกแซกหาข่าวมานำเสนอ ผักลิ้นห่านเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียก สำหรับคนที่ไม่รู้จัก จินตนาการได้เลยว่ามีลักษณะยาวๆ เหมือนลิ้นห่าน ซึ่งก็เป็นจริง ผักชนิดนี้ขึ้นตามชายฝั่งทะเลที่เป็นดินทราย มีร่มเงาบ้าง
ผักพื้นบ้านของภาคต่างๆ มีความแตกต่างกันตามภูมิอากาศหรือภูมิประเทศ ประเทศไทยมีภูมิอากาศที่เหมาะสมกับพืชพรรณนานาชนิด มากเสียจนเหลือให้ต่างชาตินำไปวิจัยแล้วจดสิทธิบัตรเป็นของตัวเอง ผักหลายชนิดมีขึ้นทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย เช่น ตำลึง แต่มีผักบางชนิดมีเฉพาะภาคใดภาคหนึ่ง และมีผักบางชนิดหายาก ขึ้นเฉพาะบางภูมิประเทศที่เหมาะสม คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยรู้จัก มีเพียงเฉพาะคนในท้องถิ่นได้อาศัยเป็นอาหารหรือใช้ประโยชน์จากผักนั้น มีโอกาสได้ไปกินเจที่ศาลเจ้าท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ไปนั่งฟังเสียงคลื่นที่หาดท้ายเหมือง ใกล้บริเวณที่ค่ายทหารเรือโดนสึนามิ หวนคิดถึงความหลังตอนเด็ก จึงไปเดินหาผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่คนรู้จักน้อยมาก ในชื่อที่ชาวบ้านเรียกว่า ผักลิ้นห่าน ปรากฏว่าหาไม่เจอเลย สอบถามชาวบ้าน เขาว่าแถบชายหาดไม่มีแล้วเพราะถูกเก็บกินกันหมด ถ้าจะมีเหลือก็เป็นในแถบอุทยานท้ายเหมืองที่จะต้องเลยเข้าไปลึกหน่อย จึงถือโอกาสซอกแซกหาข่าวมานำเสนอ ผักลิ้นห่านเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียก สำหรับคนที่ไม่รู้จัก จินตนาการได้เลยว่ามีลักษณะยาวๆ เหมือนลิ้นห่าน ซึ่งก็เป็นจริง ผักชนิดนี้ขึ้นตามชายฝั่งทะเลที่เป็นดินทราย มีร่มเงาบ้าง
ผักลิ้นห่าน จัดเป็นผักพื้นเมืองที่หายากอีกชนิดหนึ่ง คนเก่าแก่ในบางพื้นที่เรียกว่า ผักหลักไก่ สำหรับคนจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา มักจะพูดออกสำเนียงเป็น ผักลิ้นหาน (ซึ่งน่าจะมีมาแต่โบราณนานแล้ว) ความอร่อยของผักลิ้นห่านนั้นจะมีความกรอบและอร่อย ปัจจุบัน ในจังหวัดภูเก็ตได้มีผู้ปลูกผักลิ้นห่านเป็นการค้านับได้ก็มีจำนวนหลายๆ ราย สำหรับชื่อ ผักลิ้นห่าน อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนสมัยใหม่นัก แต่ก็จะเป็นที่รู้จักของชาวภูเก็ตตั้งแต่รุ่นเก่าก่อนซะมากกว่า…ปัจจุบันเริ่มหากินได้ยาก หรือบางพื้นที่อาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วโดยสิ้นเชิง ส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างตามบ้านเรือน ที่มีการเพาะพันธุ์ไว้สำหรับปรุงประกอบอาหาร และหากมีมากก็จะแบ่งกินหรือแบ่งขายกันบ้าง มารู้จัก ผักลิ้นห่าน ผักลิ้นห่าน คือ ชื่อที่ชาวบ้านเรียกผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสั้นๆ และมีไหลทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มักแตกกอเป็นช่วงๆ ขอบใบหยักเล็กน้อย ใบยาวรีคล้ายลิ้นห่าน ปลายใบแหลม ใบยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ใน 1 ต้น มีใบประมาณ 7-15 ใบ สีเขียวเข้ม ถ้าแสงแดดจ้าใบจะออกเหลือง หากไม่สังเกตหรือไม่รู้จักก็อาจจะทำให้เข้าใจว่า เป็นต้นหญ้
นางอำพร ก่อเจริญกิจ หรือ ป้าจี๊ด เกษตรกรต้นแบบ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมการเกษตรและอาชีพแม่บ้านเกษตรกร หมู่ที่ 3 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในเกษตรกรที่ได้ขยายผลการปลูกผักลิ้นห่านในพื้นที่บ้านของตนเอง ป้าจี๊ดกล่าวว่าตนและสมาชิกในครอบครัวชอบปลูกพืชไว้กินเอง อีกทั้งชอบพืชแปลกๆ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล พืชผัก และพืชสมุนไพร รวมทั้งชอบเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองอยู่เสมอ โดยเข้าร่วมอบรมด้านการเกษตรกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประจำ จนได้พบกับผักลิ้นห่านจากการเข้าร่วมอบรมและศึกษาดูงานด้านการปลูกและการแปรรูปผักพื้นเมืองภูเก็ต ซึ่งไปศึกษาดูงานการปลูกผักลิ้นห่านที่ตำบลไม้ขาว จึงตัดสินใจซื้อต้นพันธุ์ผักลิ้นห่าน จำนวน 100 ต้น มาปลูกที่บ้านของตนเองในตำบลป่าคลอก ป้าจี๊ด เป็นเกษตรกรนักทดลอง โดยการค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ และสอบถามนักวิชาการหรือผู้รู้ ประกอบการตัดสินใจในการปลูกพืชใหม่ๆ รวมทั้งลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ป้าจี๊ดเริ่มต้นปลูกผักลิ้นห่านด้วยการปลูกลงแปลง โดยการยกแปลงและใช้ดินผสมในการปลูก แต่ดูแลและจัดการยาก เช่น การควบคุมวัชพืช การเก็บเกี่ยว ฯ
