พายุโซนร้อน
กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุวิภา ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามและลาว ได้สลายตัวเป็นย่อมความกดอากาศต่ำ พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงตอนบนของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลำน้ำสาขาบริเวณริมแม่น้ำโขง ในจังหวัดสกลนครและนครพนม กรมชลประทาน ได้เข้าติดตั้งเครื่องจักรเครื่องมือ อาทิ เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 30 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำ(ปตร.) น้ำอูน อ.ศรีสงคราม , ปตร.หนองบัว อ.นาหว้า , สะพานมิตรภาพน้ำอูน อ.ศรีสงคราม และสะพานบ้านตาล อ.นาหว้า เพื่อเร่งระบายน้ำจากลำน้ำอูน ลงสู่แม่น้ำสงคราม และลงสู่แม่น้ำโขงตามลำดับ ในขณะเดียวกันที่ลำน้ำก่ำ ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณปตร.หนองบึง อ.โพนนาแก้ว และปตร.นาขาม อ.นาแก รวมจำนวน 10 เครื่อง นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่อง และรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อีกจำนวน 6 เครื่อง รวมเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 11 เครื่อง เร่งสูบระบายน้ำจากลำน้ำก่ำลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยัง
“รมว.สุดาวรรณ” สั่งการให้ เปิดมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์พักพิงแก่ประชาชนที่รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “วิภา” ด้าน สนน.ระบุร่องมรสุมส่งผลให้ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝนตกหนักถึง 28 ก.ค.นี้ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภูมิภาคอื่นๆ กำลังได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ตนในนามของรัฐบาลและกระทรวง อว. มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกระทรวง อว.เตรียมความพร้อมและเร่งช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน โดยให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.) และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ยกระดับการทำงานเป็น “ศูนย์บัญชาการและวิเคราะห์สถานการณ์ (War Room) ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เทคโนโลยีโทรมาตรอัตโนมัติ และข้อมูลจากดาวเทียม วิเคราะห์ คาดการณ์ และชี้เป้าพื้นที่เสี
มาแล้ว! กรมอุตุฯ เตือน 19 จังหวัด รับมือพายุฤดูร้อน ฝนถล่ม-ลูกเห็บตก รอบนี้โดนยาวถึง 19 มี.ค. นี้ ได้รับผลกระทบทั่วไทย แนะประชาชนควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เกษตรกรป้องกันความเสียหายด้วย กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 14 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่เข้ามาปกคลุมภาคตะวันเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ในวันนี้ (14 มีนาคม 2562) และจะแผ่เข้ามาต่อเนื่องถึงวันที่ 17 มีนาคม 2562 หลังจากนั้น ในช่วง วันที่ 18-19 มีนาคม 2562 จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ช่วง วันที่ 14-19 มี.ค.2562 มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โด
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ ‘ปาบึก’ (PABUK)” ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 04 มกราคม 2562 เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (4 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 7.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชในช่วงค่ำของวันนี้ (4 ม.ค. 62) โดยมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วง วันที่ 4-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ มีผลกระทบ ดังนี้ ในช่วง วันที่ 4-5 มกราคม 2562 ภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศแจ้งเตือน พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 65 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วง วันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลานครศรีธรรมราช ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล แล้วจะเคลื่อนตัวออกกสู่ทะเลอันดามัน ในวันที่ 6 มกราคม 2562 ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกเล็กน้อยบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร นั้น กรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างเร่งด่วน โดยการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ทุกโครงการฯ เพื่อเน้นย้ำให้ทุกแห่
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “ขนุน” (KHANUN) ” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ขนุน” (KHANUN) แล้ว และ วันนี้ (13 ต.ค. 60) เวลา 10.00 น. ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.4 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 26 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 60 พายุจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบน โดยพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะ 1-2 วันนี้ อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่น
