ระบายน้ำ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกมังคุดไว้ในสวนจำนวนหนึ่ง ร่วมกับไม้ผลอื่นๆ อีกสองสามชนิด ปรากฏว่าในบางปีมังคุดที่ผมปลูกไว้เป็นเนื้อแก้ว ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และจะแก้ไขได้อย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ ประวิทย์ รักษาผล จังหวัดชุมพร ตอบ คุณประวิทย์ รักษาผล อาการมังคุดเนื้อแก้ว มีเนื้อสีขาวใส อาจเกิดขึ้นเพียงบางเมล็ด หรือเป็นทั้งผลก็มี หากสังเกตให้ดีจะพบรอยปริที่ผิวของผล มียางสีเหลืองไหลออกมาตามรอยปริ มักเกิดขึ้นกับผลที่แก่เกือบเก็บเกี่ยวได้แล้ว อาการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอ หรือขาดน้ำในระยะใดระยะหนึ่งขณะมังคุดติดผลแล้ว เมื่อเกิดมีฝนตกลงมา หรือให้น้ำมากเกินไปในระยะดังกล่าว ซึ่งเป็นระยะหิวกระหาย เมื่อต้นมังคุดได้น้ำมันจะดูดน้ำเข้าไปอย่างรวดเร็วและส่งต่อไปยังผล ทำให้เนื้อผลขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เปลือกผลพัฒนาไม่ทัน เมื่อการขยายตัวไม่เท่ากัน เปลือกของผลปริแตกออกในช่วงเดียวกัน เนื้อผลจะเปลี่ยนสีขาวใสหรือโปร่งใสปรากฏให้เห็น วิธีแก้ไข ต้องให้น้ำในสวนอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบัน เกษตรกรชาวสวนที่จังหวัดจันทบุรีและระยอง จะขุดร่อง กว้าง 30-50 เซนต
ถั่วงอก เป็นผักเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ในเกือบทุกพื้นมีผู้นิยมบริโภคเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีการบริโภค วันละ 200,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะมีโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ เป็นผักชนิดเดียวที่ใช้เวลาเพาะเพียง 2-3 วัน เท่านั้น สามารถเก็บเกี่ยวได้ การเพาะถั่วงอกนั้นมีวิธีการและขั้นตอนการเพาะหลากหลายวิธี แต่ละวิธีก็สามารถผลิตถั่วงอกได้คุณภาพที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะของผู้เพาะแต่ละคน สำหรับเครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ได้รับการพัฒนา โดยใช้ข้อดีต่างๆ ของระบบการเพาะถั่วงอกที่มีการเผยแพร่ในท้องตลาด เช่น ถั่วงอกคอนโด ถั่วงอกรดน้ำอัตโนมัติ โดยเครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ควบคุมการรดน้ำ โดยใช้ควบคุมทั้งอุณหภูมิและเวลา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ใช้ระบบน้ำหมุนเวียน โดยนำน้ำที่รดไปแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่โดยไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของถั่วงอก โดยการใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ ชนิดต่างๆ มาทดลองใส่ในน้ำจนได้ปริมาณที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของถั่วงอกและไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย จึงสามารถตั้งเครื่อง
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประชุม “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” โดยเปิดเผยว่า สทนช.ตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” ขึ้นตามคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีคำสั่งให้เปิดศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้เชิญผู้แทนจาก 9 หน่วยงาน อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น วางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เนื่องจากขณะนี้มีฝนตกจำนวนมาก ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมที่กำหนดไว้ 80-100 % แบ่งเป็น เขื่อน ขนาดใหญ่ 12 แห่ง และขนาดกลาง 103 แห่ง ช่วงปลายเดือนส.ค.นี้คาดการณ์ว่าจะมีพายุพัดผ่านเข้ามาในไทยผ่านภาคอีสานตอนบน และภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดลำน้ำโขง และฝั่งภาคตะวันตก อาทิ จังหวัด ตาก เพชรบุรี อีกระลอก ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทาน เร่งระบายน้ำหรือพร่องน้ำออกจากเขื่อนให้มากที่สุดภายใน 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนมีปริมาณน้อย เพื่อรองรับปริมาณฝนตกหนักในช่วงกลางเดือนส.ค.เป็นต้นไป โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาด
กฟผ. ชี้แจงสถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศ จากอิทธิพลพายุ “เซินติญ” ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนน้ำพุงระดับน้ำเริ่มสูง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ มั่นใจทุกเขื่อนมีความแข็งแรง มั่นคง มีการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล สามารถรองรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ได้อย่างเพียงพอ นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “เซินติญ” และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ส่งผลให้มีฝนตกหนาแน่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย อ่างเก็บน้ำของ กฟผ. หลายแห่งมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนน้ำพุงมีปริมาณน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการการระบายน้ำได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า เขื่อน กฟผ. ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ได้อย่างเพียงพอ และมีความมั่นคงแข็งแรงเนื่องจากมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างต่อเน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 โครงการชลประทานจังหวัดพะเยา รายงานสถานการณ์น้ำกว๊านพะเยา วันที่ 30 กันยายน 2559 ว่า มีปริมาณเก็บกักจำนวน 62 ล้าน ลบ.เมตร ขณะที่แหล่งเก็บน้ำบริเวณต้นน้ำกว๊านพะเยาทุกสาย ได้เก็บกักน้ำไว้แล้วส่วนหนึ่ง ขณะที่ช่วงกลางของลำน้ำสาขาก็ไหลเข้าสู่กว๊านพะเยาโดยตรง และจะระบายลดลงไปอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 1-2 ล้าน ลบ.เมตร จนกว่าจะเหลือปริมาณเก็บกักเท่ากับ 33.84 ล้าน ลบ.เมตร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ส่วนพื้นที่รอบกว๊านพะเยาโดยรอบที่เป็นที่ลุ่ม จะมีน้ำท่วมบ้างเล็กน้อย คาดว่าหลังจากที่ชาวนาที่อยู่ติดกว๊านพะเยาทำการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2559 อาจจะต้องเก็บกักน้ำกว๊านพะเยาไว้ โดยใช้กระสอบทรายกั้นด้านหน้าประตู ดังที่เคยทำมาแล้ว เพื่อไม่ให้น้ำระบายออกไปมากเกินไป นายสมชาย เข็มเพชร รองนายกเทศมนตรีตำบล(ทต.)เวียงลอ อ.จุน จ.พะเยา กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ได้เร่งสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ทั้งนาข้าว สวนข้าวโพด เนื่องจากถูกน้ำอิงเอ่อล้นเข้าท่วมมาตั้งแต่วันที่ 21-22 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา และท่วมขังต่อเนื่อง เพราะน้ำอิงที่รับน้ำจาก
