ราคาตกต่ำ
กรมวิชาการเกษตร แจง สภาพอากาศร้อนสลับฝนส่งผลมังคุดสุกแก่เร็ว ผลผลิตล้น ผู้ประกอบการตั้งรับไม่ทัน ขาดแรงงานคัดแยกผลผลิต ส่งผลราคาตกต่ำ ยันมาตรการตรวจสอบก่อนปล่อยผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นไปตามเงื่อนไขคู่ค้า เอื้อส่งออกทั้งลดขั้นตอนตรวจสอบ สะดวก และรวดเร็ว นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์ข้อความในสื่อโซเซียลมีเดียว่า กรมวิชาการเกษตร ดำเนินงานล่าช้าเป็นเหตุให้ราคามังคุดตกต่ำนั้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวข้องของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จันทบุรี และด่านตรวจพืชจันทบุรี เข้าไปตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ราคามังคุดตกต่ำ พบว่า ในปีนี้มังคุดภาคตะวันออกมีปริมาณผลผลิตมากและมีหลายรุ่น ซึ่งจะเริ่มทยอยสุกและเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม และจะมีปริมาณผลผลิตออกตลาดมากในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่ในปีนี้จากสภาพอากาศร้อนสลับกับฝนตกเป็นบางช่วง ทำให้มังคุดสุกแก่เร็วกว่าปกติ ผลผลิตมังคุดรุ่นแรกทะลักออกสู่ตลาดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายจัดเตรียมแรงงานไว้สำหรับคัดแยกมังคุดไม่เพียงพอ ประกอบกับมีการกวดข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรบ้านรวมไทยพัฒนา 8 หมู่ที่ 6 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เร่งเก็บพริกในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งปีนี้มีผลิพริกดกมาก โดยเฉพาะพริกแดงซุปเปอรน์ฮอตที่ออกผลผลิตตั้งแต่ฤดูฝนจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท แต่ผลผลิตที่ออกมากเกินไป ทำให้ในช่วงฤดูหนาวราคาพริกตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ 25 บาท นอกจากนี้ เกษตรกรยังประสบปัญหาพริกได้รับแสงแดดช่วงกลางวัน ทำให้พริกสุกและแดงไว เกษตรกรจึงเร่งเก็บเพื่อนำไปจำหน่าย หากไม่เร่งเก็บผลผลิตจะเกิดความเสียหาย นายสงัด วินนัน เกษตรกรผู้ปลูกพริก กล่าวว่า ปีนี้ปลูกพริกซุปเปอร์ฮอตประมาณ 20 ไร่ โดยเก็บพริกหนึ่งรอบได้ผลผลิตประมาณ 4,000 กิโลกรัม เมื่อหักค่าจ้างแรงงานเก็บพริกแล้วคงเหลือกิโลกรัมละ 20 บาท เท่านั้น การปลูกพริกช่วงปลายปีนี้ถือว่าเลวร้ายมา ต้นทุนสูง ค่าปุ๋ยค่ายาแพง และพริกยังเป็นโรคกุ้งแห้ง แอนแทคโนต ต้องฉีดพ่นยาบ่อยครั้ง สำหรับบ้านรวมไทยพัฒนา 8 ปลูกพริกประมาณ 80 กว่าราย พื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ ถ้ารวมทั้งอำเภอพบพระมีพื้นที่ปลูกหลายพันไร่ ถือเป็นแหล่งปลูกพริกมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
