ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
ปัญหา “น้ำเค็มรุกล้ำ” ถือเป็นภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำอย่าง คาบสมุทรสทิงพระ ที่ผ่านมาการบริหารจัดการน้ำต้องอาศัยเพียง “ประสบการณ์และการสังเกต” ของชาวบ้าน ซึ่งมีความผันผวนสูง หากสูบน้ำเข้ามาผิดจังหวะเพียงครั้งเดียว พืชผลอาจยืนต้นตาย และดินอาจเสียหายจนยากจะฟื้นฟู แต่ในวันนี้ เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกม เปลี่ยนจากการวิ่งตามแก้ปัญหา มาเป็นการเฝ้าระวังและพยากรณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ผศ.ดร.ณัฐพล แก้วทอง อาจารย์ประจำหลักสูตรวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย หัวหน้าโครงการ “นวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” ภายใต้แผนงานน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด ได้รับทุนอุดหนุนงานวิจัยการเกษตร จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) เล็งเห็นถึงปัญหาจึงคิดค้น “นวัตกรรมระบบติดตามค่าความเค็มพร้อมระบบพยากรณ์แบบเรียลไทม์” ที่แหวกแนวคิดจากการแค่ “ตรวจวัด” ทั่วไป ไปสู่การเป็น “ผู้หยั่งรู้ล่วงหน้า
สงขลา – ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. ลงพื้นที่สำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะบริเวณทะเลน้อยและทะเลสาบสงขลาตอนบน ระหว่างวันที่ 9–10 มิถุนายน 2569 ผลการสำรวจไม่พบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่ดังกล่าว การปฏิบัติงานครั้งนี้ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง จังหวัดสงขลา ภายใต้ภารกิจติดตามสถานการณ์ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่สำคัญของภาคใต้ จากการสำรวจภาคสนาม ไม่พบปลาหมอคางดำในจุดที่ทำการสำรวจ ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยฯ ได้สอบถามชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่พบว่ายังไม่เคยมีการพบเห็นหรือได้รับรายงานการปรากฏตัวของปลาหมอคางดำในพื้นที่เช่นกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบสัตว์น้ำพื้นถิ่นหลายชนิด อาทิ ปลากดหัวโม่ง ปลาแขยง และปลาตะเพียน ซึ่งสะท้อนว่าสภาพระบบนิเวศในพื้นที่สำรวจยังอยู่ในภาวะสมดุลในปัจจุบัน สำหรับผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติและเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ โดยมีค่าความเ
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2566 ที่ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยลงนามร่วมกับ 5 สถาบันอุดมศึกษา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (นำโดย ผศ.อุดร นามเสน รองอธิการบดี) มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสร้างกลไกการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้กับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สถาบันวิชาการ องค์กรชุมชน และองค์กรภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ.2567-2570) วัตถุประสงของความร่วมมือในครั้งนี้เพื่อร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) และกำหนดบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกันให้ครอบคลุมรายละเอียดตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั
