ลูกชก
หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า “ต้นชก” กว่าจะให้ผลผลิตต้องเป็นต้นเพศเมียเท่านั้นและต้องมีอายุอย่างน้อย 25 ปีขึ้นไปถึงจะพร้อมให้ผลผลิต ถ้าอายุต่ำกว่านี้ก็จะไม่ออกดอก ต้นชกตัวเมียปีหนึ่งจะให้ผลหนึ่งครั้งเท่านั้น ต้นลูกชก มีลักษณะคล้ายต้นปาล์ม ชอบขึ้นตามแนวพื้นราบข้างภูเขาหิน มีลำต้นตรง โตเต็มที่จะมีขนาด ใหญ่ สูงประมาณ 20-25 เมตร ใบยาวประมาณ 2-3 เมตร คล้ายใบมะพร้าวแต่ใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่า ก้านใบและทางใบเหยียดตรงกว่าต้นมะพร้าว มีรกสีดำตามกาบใบหนาแน่น ดอกเป็นดอกช่อ จะออกบริเวณส่วนบนใกล้ ยอดของลำต้น ช่อหนึ่งๆ มีผลประมาณ 100 ผล ผลของลูกชกคล้ายลูกตาลขนาดจิ๋ว ภายในผลมี 1-3 เมล็ด แล้วแต่ ความสมบูรณ์ของต้น พบมากในบริเวณใกล้เขาฝั่งทะเลอันดามัน ต้นชกตัวเมียจะออกผลปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ส่วนต้นตัวผู้จะมีดอกแต่ไม่มีผล ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เชิงเขาหรือเนินเขาเตี้ยๆ ในป่าเขตร้อนชื้น และแต่ละต้นจะมีผลได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ต้นที่ออกผลแล้วจะไม่ออกผลอีก และจะค่อยเหี่ยวลงและตายภายใน 4-5 ปี ชาวบ้านมักกล่าวเป็นอุทาหรณ์ว่า ต้นลูกฆ่าแม่ ต้นที่เจริญพันธุ์ที่จะออก ผลได
ต๋าว เป็นพืชป่า ที่สมัยก่อนมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่าง จังหวัดเลย อุตรดิตถ์ และน่าน ที่จังหวัดน่าน มีการใช้ประโยชน์จากต๋าวมานานแล้ว ต่อมาประชากรของพืชชนิดนี้ลดลง ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงริเริ่มปลูกขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าที่จะได้ผลผลิต แต่ที่เห็นมีผลิตผลบริโภคกันอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนหนึ่งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทางจังหวัดแพร่ น่าน เรียกไม้วงศ์ปาล์มที่นำผลผลิตมากินเป็นอาหารว่า ต๋าว แต่ทางจังหวัดเลย เรียกว่า ตาว มีหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า “แก่วตาว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ต๋าว มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย และไทย บริเวณที่ไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่เป็นป่าเขาที่สมบูรณ์และชุ่มชื้น พืชที่ใกล้เคียงกับต๋าวคือ ชก ขึ้นอยู่ทางใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเทือกเขาชื่อว่า “เขาชก” ข้อแตกต่างระหว่าง ต๋าว กับ ชก คือ ใบต๋าวมีใบย่อยเรียงกันเป็นระเบียบในระนาบเดียวกัน แต่ใบชกมีใบย่อยเรียงตัวหลายระดับ การใช้ประโยชน์จากต๋าวและชกนั้น สมัยก่อนประชากรของพวกเขามีมาก ชาวบ้านมักนำยอดอ่อนมาแกง จะได้อาหารที่ม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Arenga pinnata Werr. ชื่อสามัญ Sugar palm, Arenga palm, Candy palm ชื่อวงศ์ ARECACEAE,/ PALMAE ชื่ออื่นๆ ฉก ต๋าว ต้นชก เต่าเกียด กาฉก มะต๋าว โยก ชิด ผมกลายเป็น “ของแปลก” จากป่า ทั้งรูปร่าง หน้าตา ชื่อเสียง และพฤติกรรมในสายตาผู้คนที่รู้จักผม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคน “ปักษ์ใต้” แม้ว่าแต่ละภาค แต่ละจังหวัด จะมีผลิตผลผลิตภัณฑ์แปรรูป ที่รูปลักษณ์คล้ายๆ กับผม แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อ และเรียกผมว่า “ลูกชก” ผมก็จะกลายเป็น “ของดีเมืองพังงา” และจัดเป็นพืชหายากในระดับประเทศ ยืนยันว่าพบผมได้ไม่มาก แม้ในจังหวัดพังงา หรือ กระบี่ แน่นอนว่าชื่อผมแปลกมากๆ เพราะถ้าอ่านภาษาเขียนว่า “ลูกชก” ก็เป็นพฤติกรรมของนักมวยที่ไป “ชก” และเป็นคำถามว่า “ลูกไปชกอะไร” แต่ในความจริง สำเนียงภาคใต้ที่ออกเสียงเป็นภาษาถิ่น เป็น “ฉก” เป็นชื่อพื้นเมืองที่เรียกผมว่า “หลูกฉก” จึงฟังแล้วอาจจะ งง-งง สับสนบ้าง แต่ปัญหากลับเป็นอุทาหรณ์เชิงพฤติกรรม ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ต้นลูกฆ่าแม่” ดูจะร้ายแรงกว่า “ลูกชก…แม่” เนื่องจากกว่าผมจะโตเต็มที่ ระดับเจริญพันธุ์ ออกดอก ผล เพื่อนำไปเพาะปลูกได้ ต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปี คือเมื่อออกผลต้องถ
ในบรรดาเมล็ดพืชสกุลปาล์มที่ชาวบ้านนำมาเป็นอาหารหวานในบ้านเรามีมากมายหลายชนิดตามภูมิภาคของแต่ละท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่ ลูกจาก ได้จากผลต้นปาล์มชนิด Nypa fruticans Wurmb ผลเป็นทะลายกลม ใบอ่อนที่ยังไม่คลี่นำมาทำเป็นใบจากสำหรับมวนยาสูบ ปัจจุบันมีจำหน่ายน้อยลงเพราะนิยมห่อมวนยาเส้นด้วยกระดาษซึ่งง่ายและราคาถูกกว่า นอกจากนี้ ขนมจากก็ยังเป็นขนมไทยๆ ที่ปัจจุบันหากินค่อนข้างยากเช่นกัน ต้นจากชอบขึ้นตามบริเวณชายน้ำกร่อยจะมีมากทางภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ส่วนภาคอีสานจะมีลูกไม้ชนิดนี้ให้กินกันในชื่อของ ลูกลาน ซึ่งได้มาจาก ต้นลาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า (Corypha umbraculifera L.) เป็นต้นไม้ในสกุลปาล์มเช่นกัน ต้นค่อนข้างมีขนาดใหญ่กว่า นอกจากผลที่กินได้แล้วในสมัยก่อนที่ยังไม่มีกระดาษ คัมภีร์ทางพุทธศาสนานิยมใช้ใบลานมาจารเป็นตัวอักษรบาลี ซึ่งใช้เหล็กปลายแหลมเผาไฟมาเขียนลงในใบลาน เราเรียกว่า จาร และยังนิยมนำใบแก่มาทำหมวก งอบ ชะลอม ภาชนะเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆ ลูกชิด ได้มาจากต้นตาวหรือต๋าว เป็นปาล์มชนิด Arenga westerhoutti Griff. ในวงศ์ Palmae มักพบอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง แถบจังหวัด
