ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ
“ไลอ้อน ประเทศไทย” หนุน “ผักโมโรเฮยะ” ราชาแห่งผัก ดันเป็นพืชอัตลักษณ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น นำมาพัฒนาสารสกัดวัตถุดิบ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อคนไทย เล็งขยายพื้นที่การเพาะปลูกเพิ่ม รองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต นายชูชีพ อภิรักษ์ ผู้จัดการส่วนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า ไลอ้อน ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง ให้สอดรับกับพฤติกรรมและช่วงวัยของผู้บริโภค โดยเล็งเห็นความสำคัญของพืชพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็น สารสกัดตรีผลาจากสมอไทยและสมอเทศ สารสกัดมะไฟจีน และสารสกัดผักโมโรเฮยะ เป็นต้น โดยดึงประโยชน์จากพืชพื้นถิ่น นำมาพัฒนาสารสกัดจนนำไปสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อคนไทย ทั้งยังสร้างประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมและสังคม (Sustainable R&D Direction) “ผักโมโรเฮยะ ถูกขนานนามว่า เป็นพระราชาแห่งผัก ด้วยคุณประโยชน์ที่โดดเด่น มีสารพรีไบโอติกสูง สามารถสกัดนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ไลอ้อน
ช่วงที่ผ่านมา เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ปฎิบัติตามนโยบายรัฐบาล “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ” รักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ชักชวนคนไทยหันมาปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง สำหรับบริโภคในครัวเรือน โดยใช้เวลาปลูกดูแลแค่ 10 วัน การปลูกต้นอ่อนผักบุ้งเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนหรือสร้างอาชีพเสริมรายได้ในยุคโควิดนั้น มีขั้นตอนการทำที่แสนง่าย เริ่มจากเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ 1. เมล็ดผักบุ้งหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หรือร้านค้าจำหน่ายวัสดุการเกษตร 2. ดินผสมพร้อมปลูก 3. กระบะ/กระถาง หรือตะกร้าปลูก ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ 4. ผ้าขนหนู และ 5. น้ำ สำหรับวิธีการปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง มีดังนี้ แช่เมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนในน้ำ 6 ชั่วโมง จากนั้นนำขึ้นมาผึ่งทิ้งไว้ 10 นาที โรยเมล็ดลงบนดินผสมไม่หนาแน่นจนเกินไปและโรยดินกลบ ความหนาเท่ากับเมล็ดหรือโรยเมล็ดหนา 1 ชั้น ลงบนผ้าขนหนูที่วางบนตะกร้า แล้วนำผ้าปิดด้านบนเมล็ด ปิดคลุมเมล็ดที่เพาะให้มิด รดน้ำเป็
ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ แนวทางหนึ่งที่จะทำให้อาหารพร้อมบริโภคนั้นถูกสุขอนามัย และเป็นหนึ่งในช่องทางที่นำมาประกอบอาชีพได้ก็คือ การลงมือทำหรือผลิตอาหารนั้นๆ ด้วยตนเองหรือภายในครอบครัว สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ นำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิลพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิล ซึ่งอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสำหรับบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทั้งนี้ การรับประทานข้าวกล้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ช่วยระบบย่อยอาหาร และช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ การทำน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิล นอกจากจะได้ประโยชน์จาก “สารกาบา” หรือ Gamma amino butyric acid ซึ่งมีความสําคัญในการทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยรักษาสมดุลในสมอง และป้องกันโรคอัลไซเมอร์แล้ว ในข้าวกล้องสีนิลยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 2 และใยอาหาร ซึ่งพบในปริมาณที่สูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ ขั้นตอนการเตรียมข้าวกล้องงอก 1. เตรียมเมล็ดข้าวกล้องที่สดใหม่และมีเ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ขับเคลื่อน BCG Model สร้างต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการ PPE ใช้แล้วที่ผ่านการฆ่าเชื้อจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และขยะปลอดเชื้ออื่นๆ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชันสามขั้นตอน โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ระบุระบบมีประสิทธิภาพสูง เกิดมลพิษต่ำกว่าการเผาไหม้ทั่วไป มีศักยภาพรองรับวัตถุดิบ 10 ตันต่อวัน เผยในอนาคตมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่ผู้สนใจ ใช้เป็นต้นแบบสำหรับโรงไฟฟ้าขยะชุมชน เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านสุขอนามัยชุมชน สิ่งแวดล้อมโดยรวมอย่างยั่งยืน ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.กล่าวว่า ผลกระทบสำคัญอันหนึ่งที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 คือ การจัดการขยะที่เกิดจากการป้องกันและรักษาโรค ได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม ถุงหุ้มรองเท้า รวมไปถึงชุดป้องกันร่างกายที่ใช
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการสกัดโปรตีนเข้มข้นจากพืชฐานชีวภาพของไทยระดับห้องปฏิบัติการ ระบุพร้อมต่อยอด/ขยายการวิจัย มุ่งสู่การผลิตเป็น อาหารฟังก์ชั่นระดับกึ่งอุตสาหกรรมในอนาคต ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ วว. ประสบผลสำเร็จระดับห้องปฏิบัติการในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการสกัดโปรตีนเข้มข้น และ/หรือโปรตีนโซเลทจากพืช โดยใช้วิธีการทางเคมีให้ได้ผงโปรตีนเข้มข้นและ/หรือผงโปรตีนไอโซเลทเบื้องต้น เพื่อนำมาทดสอบคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพต่างๆ ประกอบด้วย ปริมาณผลผลิต องค์ประกอบทางเคมี การพองตัวและการละลาย สารก่อภูมิแพ้ และค่าสี เป็นต้น ซึ่งผลการทดลองอยู่ในระดับเป็นที่น่าพอใจ สำหรับการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป วว. จะทำการเลือกสภาวะการสกัดโปรตีนในระดับห้องปฏิบัติการที่ดีที่สุด สำหรับนำไปใช้ในการผลิตระดับกึ่งอุตสาหกรรมเบื้องต้น เพื่อดูแนวโน้มปริมาณผลผลิตและการปรับกระบวนการผลิตให้เหม
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนา “วัสดุดูดซับจากยางพารานาโนเทคโนโลยีสำหรับการขจัดน้ำมันปนเปื้อน” โดยใช้น้ำยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปแบบโฟมยาง 2 แบบ มีประสิทธิภาพสามารถดูดซับน้ำมันได้ 5-18 เท่าของน้ำหนักโฟมยาง ใช้ซ้ำได้อย่างน้อย 5 ครั้งด้วยการบีบอัดทางกล มีน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งการขจัดน้ำมันปนเปื้อนบนผิวน้ำ เช่น ทะเล แม่น้ำ โรงงานอุตสาหกรรม ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ปัญหาน้ำมันรั่วไหลทางทะเลเป็นปัญหามลภาวะที่สำคัญเนื่องจากเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างเฉียบพลันและระยะยาวต่อสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบนิเวศ การพัฒนาวัสดุดูดซับน้ำมันที่มีราคาถูกและเหมาะสำหรับการดูดซับน้ำมันเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาวัสดุดูดซับจากยางพาราสำหรับการขจัดน้ำมันปนเปื้อน (Develo
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ขยายเป็นวงกว้างและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์กำลังต่อสู้กับวิกฤตินี้ สิ่งที่ประชาชนอย่างเราทำได้ก็คือการดูแลตนเองอย่างเข้มข้น อยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เว้นระยะห่างระหว่างกัน ใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อย ๆ เป็นที่รู้กันดีว่าวิธีที่จะควบคุมการระบาดได้ดีที่สุด คือ ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุด แต่ระหว่างที่หลายคนยังต้องรอวัคซีนเพื่อเป็นอาวุธสู้สงครามในครั้งนี้ อีกหนึ่งความหวังที่หลายคนให้ความสนใจนั่นก็คือ สมุนไพร ที่จะเข้ามาเป็นทางเลือกในการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายจากภายในด้วยวิธีธรรมชาติ เห็นได้จากความนิยมในการรับประทานฟ้าทลายโจร ขิง กระชาย ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ และที่น่าจับตามองมากในตอนนี้ ก็คือ “ตรีผลา” ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ประกอบไปด้วยผลไม้หรือสมุนไพรสามชนิดคือ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม เป็นตำรับยาที่มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์อายุรเวชของอินเดีย “ตรีผลา” จะเป็นสมุนไพรแห่งความหวังที่จะช่วยต้านโควิด-19 ได้จริงหรือใหม่ มาไขข้อข้องใจจากผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีอยู่กับกา
ดร. เรวดี อนุวัฒนา นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม (ศนพ.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายทรงเกียรติ รอดแดง นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ (ศนย.) วว. พร้อมคณะวิจัย ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ เรื่อง “การจัดการขยะและการเพิ่มมูลค่าขยะ” ให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนจังหวัดสระบุรี โอกาสนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จาก นายรัฐ เรืองโชติวิทย์ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมวิทยากร ร่วมเป็นวิทยากรด้วย เมื่อวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2564 ณ อาคารคัดแยกขยะตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว วว. ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ไทย จัดขึ้น โดยการสนับสนุนของ บริษัท ซันโทรี เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านการดำเนินโครงการการคัดแยกขยะให้กับโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ประกอบด้วยการจัดอบรมเพื่อเสริมศักยภาพชุมชน และการเยี่ยมชมเทคโนโลยีการจัดการขยะชุมชนผลงานของ วว. ที่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งขยะเก่าและขยะใหม่ และใช้เทคโน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เผยผลวิจัยและพัฒนากาแฟอาราบิก้าครบวงจร ภายใต้การดำเนินงานตามนโยบาย BCG ประสบผลสำเร็จพบ “ผึ้งชันโรง” ซึ่งเป็นแมลงผสมเกสรในกลุ่ม ผึ้ง ต่อ แตน มีบทบาทและประสิทธิภาพสูงสุดในการผสมเกสรดอกกาแฟให้มีรสชาติ กลิ่นหอม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงและพัฒนาน้ำผึ้งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มุ่งรองรับสังคมผู้สูงอายุ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ โดย สถานีวิจัยลำตะคอง ได้รับโจทย์จากกระทรวง อว. ให้ดำเนินโครงการงานวิจัยและพัฒนากาแฟอาราบิก้าแบบครบวงจร ภายใต้การดำเนินงานตามนโยบาย BCG ตั้งแต่การผลิตต้นน้ำ การบริหารจัดการดินและปุ๋ย การใช้ฮอร์โมนเพื่อแก้ปัญหาการออกดอกและติดผลไม่สม่ำเสมอ รวมถึงการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต ตลอดจนการเพิ่มปริมาณผลผลิตและคุณภาพของกาแฟอาราบิก้าด้วยการใช้แมลงผสมเกสร โดยคณะวิจัย วว. ได้ดำเนินโครงการฯ ณ หมู่บ้านขุนลาว ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายสายันต์ ตัน พานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ต้อนรับ Dr. Yoshihiro Ohmiya, Prime Senior Biomedical Research Institute (BMRI), National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) พร้อมด้วย Dr.Yoshihiro Nakajima Group Leader of Cellular Imaging Research Group, Health Research Institute (HRI) และ Dr.Wataru Kitagawa, Research Scientist of Applied Molecular Microbiology Research Group, Bioproduction Research Institute (BPRI) ร่วมหารืองานวิจัยกับ วว. พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการ Thai Cosmetopoiea ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวชี้แจงและเผยความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการไทยคอสเมโทเปีย (Thai Cometopoiea)…สร้างคุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น ว่า หลังจากที่ วว.เปิดตัวโครงการฯ ร่วมกันกับหน่วยงานพันธมิตร จำนวน 24 หน่วยงาน อย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่าน ขณ
