สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
กรมการข้าว ชวนรักสุขภาพกับซูเปอร์ฟู้ดส์แห่งเมืองเลย “ข้าวเหนียวแดง” สุดยอดข้าวน้ำตาลต่ำ-ต้านโรคมะเร็ง พันธุ์ข้าวยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาตันละกว่า 8 หมื่นบาท กรุงเทพฯ 23 กันยายน 2567 – กรมการข้าว รุกพัฒนาชุมชนต้นแบบแหล่งปลูกข้าวคุณภาพ กระตุ้นความแข็งแกร่งให้ชาวนาและชุมชน โชว์ตัวอย่างวิสาหกิจชุมชนออมทรัพย์เกษตรยั่งยืนบ้านศรีเจริญ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย แหล่งเพาะปลูกข้าวเหนียวแดง เมืองเลยและแหล่งกระจายพันธุ์ข้าวเพื่อใช้สำหรับเพาะปลูกในพื้นที่ต่างๆ โดยพันธุ์ข้าวดังกล่าวโดดเด่นอย่างมากในฐานะสินค้า GI และมีความเป็นซูเปอร์ฟู้ดส์สูง คือมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีสารอาหารที่ช่วยลดอัตราการเกิดของโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีน้ำตาลต่ำ ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน รวมทั้งในปีที่ผ่านมาชุมชนแห่งนี้ยังสามารถจำหน่ายข้าวได้ตันละ 80,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดข้าวสู่สินค้าเพิ่มมูลค่า โดยอยู่ระหว่างพัฒนานวัตกรรมแปรรูปข้าวเหนียวแดงเป็นโจ๊ก ภายใต้แบรนด์ “ขุนเลย” และสาโทจากข้าวเหนียวแดงเมืองเลย ที่อยู่ระหว่างการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานกรมสรรพสามิตให้เป็นของดีประจำชุมชน นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยกา
จังหวัดนครปฐม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ รวมถึงการส่งเสริมการเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่สินค้า GI สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้า OTOP และสินค้าวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดนครปฐม งานมหกรรมสินค้าดีจังหวัดนครปฐม เป็นงานแสดงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI (จีไอ) และว่าที่สินค้า GI สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้า OTOP และสินค้าชุมชนของดี ประจำจังหวัดนครปฐม ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เป็นจังหวัดนครปฐมมีความหลากหลายทางด้านสินค้าที่มีศักยภาพ เช่น ส้มโอนครชัยศรี มะพร้าวน้ำหอมสามพราน โดยปัจจุบัน มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอนครชัยศรี สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน ๘๒ ราย พื้นที่เพาะปลูก ๕,๖๙๒ ไร่ โดยอนาคตมีสินค้ามะพร้าวน้ำหอมสามพราน และเนื้อโคขุนกำแพงแสนที่อยู่ระหว่างดำเนินการเป็นสินค้า GI “นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมกล่าวในงานว่า จังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางด้านสินค้าที่ม
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเสริมแกร่งสินค้า GI ไทย เชิญนักออกแบบมืออาชีพช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ จำนวน 10 สินค้า มั่นใจช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ดันขึ้นชั้นสินค้าพรีเมี่ยม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมได้เดินหน้ายกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยได้ดำเนินโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI ไทย เพื่อพัฒนาปรับปรุงรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น ทันสมัย สวยงาม เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้สินค้า GI โดยได้เชิญนักออกแบบมืออาชีพมีประสบการณ์และผลงานด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับแนวหน้าของประเทศ ร่วมกันสร้างสรรค์ ต่อยอด พัฒนาสินค้าชุมชนผ่านการบรรจุภัณฑ์อันทรงคุณค่าให้แก่สินค้า GI ไทย และได้คัดเลือกผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า GI จำนวน 10 รายการ เพื่อเข้าสู่การพลิกโฉมยกระดับบรรจุภัณฑ์ สำหรับสินค้า GI ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1. กล้วยเล็บมือนางชุมพร (Chumphon Lady finger Banana) 2. กาแฟเมืองกระบี่ (Muang Krabi Coffee) 3. ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี (Ubon Ratchathani Hom Mali Rice) 4. ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (Sisaket Volcanic Area Durian) 5. นิลเมืองกาญจ
“สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ “สินค้า GI” คือสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น GI จึงเปรียบเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกคุณภาพ และแหล่งที่มาของสินค้านั้นๆ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลมุ่งผลักดันเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้กรมทรัพย์สินค้าปัญญา ที่ทำหน้าที่ในการขึ้นทะเบียน และคุ้มครองสินค้า GI ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และขยายช่องทางการตลาดเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่สินค้า เหล่านั้น และล่าสุดได้มีการลงนามความร่วมมือกับทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง นำสินค้า GI มาขายผ่านช่องทางออนไลน์ www.ShopAt24.com เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยมีสินค้านำร่อง 6 รายการ ได้แก่ ศิลาดลเชียงใหม่ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอ
‘ตลาดมอกล้วยไข่’กำแพงเพชร – ตลาดริมทาง ‘ตลาดมอกล้วยไข่’ จ.กำแพงเพชร เป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เลือกมาส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาให้เป็น ‘ตลาดริมทาง’ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง จากชุมชนและท้องถิ่นฐานราก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มอบนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริมยกระดับพัฒนาตลาดชุมชนให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น และทำให้เกิดความเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ในจังหวัดนั้นๆ การเข้ามาส่งเสริมพัฒนาตลาดมอกล้วยไข่ ของกรมการค้าภายใน เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ช่วยให้เกิดกิจกรรมการค้าขายและการท่องเที่ยวควบคู่กันไป ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในชุมชน เป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างโอกาส และช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร และสินค้าอื่นๆ แก่ผู้ค้าของชุมชน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าดีมีคุณภาพ มาตรฐาน ราคาเป็นธรรม ตลาดริมทาง ‘ตลาดมอกล้วยไข่’ จ.กำแพงเพชร เป็น 1 ใน 5 ตลาดริมทาง บนถนนสายหลักของประเทศขึ้นภาคเหนือที่ผ่านแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งหลายจังหวัด นับเป็นจุดซื้อขายสินค้าที่น่าแวะ และยังสามารถเชื่อมโยงเดินทาง
