หม่ำ
ตั้งแต่เก่าก่อน สมัยปู่สังกระสา ย่าสังกระสี บ้านเมืองไม่ได้เจริญอย่างทุกวันนี้ จัดเป็นสังคมบรุพกาล ผู้คนต่างก็พึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะการดำรงชีวิตประจำวัน ผู้หญิงอยู่กับบ้าน ถักทอเสื้อผ้า หาฟืนตำข้าว ส่วนผู้ชายต้องออกป่าล่าสัตว์ อยากกินหมูก็ออกไปล่า อยากกินปลาก็ลงไปงมไปจับเอง ไม่มีซื้อไม่มีขาย สกุลเงินตราเป็นอย่างไร ไม่ทราบ การออกล่าสัตว์ เดิมทีหาดักสัตว์ได้ตามหัวกระไดบ้าน ต่อมาก็ขยับห่างออกไปเรื่อย ของหายากขึ้น คนกินก็มีไม่น้อย มีพรานป่าผู้รักครอบครัวคนหนึ่ง ออกล่าสัตว์อยู่เป็นประจำ บางคราวเขาต้องออกจากบ้านไกล ถึงขนาดค้างคืนก็มี ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้เนื้อสัตว์ ทำให้เกิดการเน่าเสีย นายพรานอยากให้คนรักที่บ้านคือลูกและเมียได้กินของดีๆที่ตนเองล่าได้ เมื่อมีเนื้อสัตว์ เครื่องใน ก็จัดแจงสับผสมกับเกลือ กระเทียม และเครื่องเทศอื่นๆที่พอหาได้ แล้วยัดเข้าไปในใส้ในกระเพาะของสัตว์ เมื่อกลับถึงบ้าน นำสิ่งที่ตนเองทำไว้ออกมาให้ครอบครัวกิน บางคราวพบว่า สิ่งที่ทำอร่อย ก็จดจำวิธีการไว้ นานเข้าจึงได้สูตรคงที่ ก็ทำเรื่อยมา เพื่อนๆนายพราน ได้ชิมก็ทำตามกัน เป็นวิธีการถนอมอาหาร ที่ต่อมาเรียกกันว่า “หม่ำR
“หม้ำ” หรือ “หม่ำ” (ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน) เป็นอาหารชนิดหนึ่งมีลักษณะเหมือน “ไส้กรอก” แต่มีเครื่องปรุงที่สำคัญ คือ ตับสับ ม้ามสับ เนื้อสับ ปรุงเครื่องแล้วยัดใส่ในถุงกระเพาะหมู แล้วเก็บไว้กินกันเป็นแรมเดือน นั่นถือเป็นอาหารประเภทไส้กรอกของแท้พื้นเมืองของคนอีสานแน่นอน จึงมีชื่อเรียกตามภาษาพื้นเมืองขึ้นมาว่า “หม่ำ” หม่ำ นั้น ถือเป็นอาหารประเภทไส้กรอก เป็นไส้กรอกประเภทเครื่องปรุงชูรส มีส่วนผสมที่สำคัญคือ ตับกับม้าม ดังนั้นบางครั้งชาวบ้านก็เรียกหม่ำอีกชื่อหนึ่งว่า “ตับม้าม” และเพราะหม่ำเป็นอาหารที่กินเปรี้ยว ชื่อหม่ำจึงถูกเรียกว่า “จ่อม” ซึ่งมีความหมายว่าเปรี้ยวอีกด้วย หม่ำ เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวอีสานในการใช้ประโยชน์จากเนื้อสัตว์อย่างคุ้มค่า และหม่ำยังเป็นการเก็บรักษาอาหารไว้กินนานๆ ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นอย่างหนึ่งที่เห็นชัดของอาหารพื้นบ้านทางอีสาน คือมักเป็นอาหารที่ผ่านการหมักดองเพื่อเก็บถนอมอาหาร เช่น ปลาแดก ปลาส้ม เป็นต้น เพียงแต่หม่ำเป็นวิธีหมักแบบแห้ง ต้องผึ่งแดดและใช้เครื่องในเป็นส่วนผสม ชาวอีสานหลายคนเล่าให้ฟังว่า หม่ำมีมานานก่อนไส้กรอกหมู ซึ่งก็มีเหตุผลรองรับอยู่พอสมควร
หม่ำของชัยภูมินับเป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหารอันล้ำเลิศ แล้วยังเป็นเมนูอาหารจานโปรดขึ้นชื่อของจังหวัดนี้มานาน นิยมบริโภคทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู จวบจนปัจจุบันมีร้านจำหน่ายหม่ำทั้งเก่าและใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก และตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัด ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีสูตรการปรุงหม่ำที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จนกระทั่งตอนนี้แทบจะไม่รู้เลยว่าสูตรการปรุงหม่ำที่เป็นรสชาติดั้งเดิมของชาวบ้านท้องถิ่นนั้นเป็นอย่างไร คอลัมน์ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้าฉบับนี้ จึงเชิญชวนท่านผู้อ่านไปรู้จักกับร้านผลิตและจำหน่ายหม่ำสูตรโบราณดั้งเดิม ที่ถือเป็นต้นตำรับหม่ำแซ่บของชาวบ้านบัว มานานแสนนานนั่นคือ “ร้านหม่ำแม่อ้น” ซึ่งตั้งอยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านบัว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ คุณสุทธิวา ลิ้นทอง ทายาทรุ่นที่สองของร้านหม่ำแม่อ้น เล่าว่า เดิมคุณตาเป็นผู้ริเริ่ม ส่วนแม่จะขายส้มตำ ไก่ย่าง ครั้นลูกค้าให้ความนิยมรับประทานหม่ำมากกว่าส้มตำ ไก่ย่าง จึงทำให้เหลือเพียงขายหม่ำแทนอย่างเดียว แล้วผลิตเพิ่มมากขึ้น จึงนับได้ว่าครอบครัวนี้เป็นต้นตำรับของหม่ำชัยภูมิที่มาแพร่หลายในภายหลัง อีกทั้งยังเป็นหม่ำสูตรโบราณดั้งเดิม สำห
