อินเดีย
ที่มา…จิโรล้านโด้ เป็นภาษาโปรตุเกส เขียนตามอักษรโรมันว่า Girolando บ้าง, Gyrholando บ้าง คนไทยเราที่รู้จักก็จะออกเสียงตามชื่อที่เรียกในชื่อบนสุดนั่นแหละ ชื่อของวัวพันธุ์นี้เริ่มรู้จักกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 (หรือ ค.ศ. 1940) เมื่อเทียบกับวัวนมพันธุ์อื่นๆ ในโลก ถือกันว่าวัวพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุด ในช่วงปี พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) เกษตรกรชาวบราซิลได้ริเริ่มเอาวัวพันธุ์กีร์มาผสมกับวัวพันธุ์นมของชาวฮอลันดา (หรือเนเธอร์แลนด์ปัจจุบันนี่แหละ) วัวนมของเนเธอร์แลนด์กำเนิดในประเทศนี้ ปัจจุบันมีชื่อว่า โฮล์สไตน์ ฟรีเชี่ยน หรือที่คนไทยเราเรียกว่าวัว พันธุ์ ขาว-ดำ เพราะทั้งตัวของมันจะมีสีขาวสลับกับสีดำตลอด บางที (บางตัว) ก็มีสีขาวมาก บางตัวก็มีสีดำมาก ซึ่งเป็นธรรมดาของวัวพันธุ์นี้ ชาวบราซิลเขาผลิตเพื่อให้ได้ตามความต้องการของตลาดวัวนมในขณะนั้น เขาทำขึ้นมาแล้วปรากฏว่าผู้คนนิยมกันมาก เพราะว่าเป็นวัวที่ให้นมมากขึ้น ความสมบูรณ์พันธุ์ (fertility) ก็ดีขึ้นมากด้วย พร้อมทั้งลักษณะอื่นๆ ที่ดีก็ตามมาด้วย จนกระทั่งทางฝ่าย “รัฐ” เห็นความสำคัญ จึงจัดการสร้างแผน สร้างวัว จิโรล้านโด้ (Program Girolando) ขึ
แม้หลายคนจะชอบไปเที่ยวแคว้นจัมมูแคชเมียร์ของอินเดียในยามที่เทือกเขาหิมาลัยปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน แต่ต้องขอบอกว่า แคชเมียร์ ช่วงฤดูมรสุมประมาณเดือนกันยายนที่มีฝนโปรยปรายก็สวยงามไปอีกแบบ ที่สำคัญจะได้เห็นภาพวิวทิวทัศน์เห็นบรรยากาศและกิจกรรมนานาชนิดที่ไม่มีโอกาสเห็นในหน้าหนาวอันเย็นยะเยือก แคชเมียร์ นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นจัมมูแคชเมียร์ ซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของอินเดีย มีชายแดนติดต่อกับปากีสถานและที่ราบสูงทิเบต ประกอบด้วย ดินแดนแคชเมียร์ (ฝั่งอินเดีย) จัมมู และลาดัคห์ โดยในส่วนของแคชเมียร์นั้นมีศรีนาคาเป็นเมืองเอก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเดลี 676 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาแคชเมียร์ มีระดับความสูง 1,730 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และแม้ตอนนี้จะมีทหารตำรวจเฝ้าประจำอยู่ทั่วเมืองและตามจุดต่างๆ แต่สอบถามผู้เกี่ยวข้องล้วนบอกตรงกันว่า ปลอดภัยดีสงบแล้ว นักท่องเที่ยวไม่ต้องกลัวปัญหาความขัดแย้งในอดีตระหว่างอินเดียกับปากีสถาน แอปเปิ้ล แคชเมียร์ อร่อยสุดยอด การไปเยือนแคชเมียร์ ถือว่าคุ้มค่า มีโอกาสชมสวนแอปเปิ้ลถึง 2 สวน ด้วยกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าแอปเปิ้ลของแคชเมียร์มีรสชาติอร
สหกรณ์ชาวสวนผลไม้ 5 แห่งจับมือเจรจาธุรกิจกับอินเดีย เตรียมส่งออกผลไม้ไทยเปิดตลาดเอเชียใต้ รับอินเดียสนใจเงาะ เป็นพิเศษ ต้องการสั่งซื้อวันละ 500 กิโลกรัม เบื้องต้นสหกรณ์ขอเจรจารายละเอียดเรื่องราคาและการขนส่งให้ชัดเจน ก่อนลงนามสัญญาซื้อ-ขายระหว่างกันต่อไป นายอาทิตย์ สุกเหลือ สหกรณ์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา สหกรณ์จังหวัดตราด พร้อมด้วยสหกรณ์จากจังหวัดจันทบุรี เชียงใหม่ ลำพูน และชุมพร ได้จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้นำเข้าส่งออกสินค้าของประเทศอินเดีย จำนวน 12 ราย จาก 3 เมืองใหญ่ของอินเดีย โดยในงานดังกล่าวมีนายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปะชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการเจรจาธุรกิจ เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตร ตามโครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรของไทย พร้อมทั้งยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก สำหรับการจัดงานดังกล่าว ถือเป็นการเปิดตลาดการส่งออกผลไม้ของไทยที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงของไทย เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สับปะรดตราด
เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่า นายกรัฐมนตรีโมดี ของอินเดีย มีนโยบายที่จะให้ชาวอินเดียสร้างส้วม และใช้ส้วมกันให้มากขึ้นทั่วประเทศ แม้ว่าอินเดียจะมีนโยบายให้คนอินเดียใช้ส้วมมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะคนอินเดีย 1,300 ล้านคน กว่าร้อยละ 70 ยังไม่นิยมใช้ส้วมเป็นที่ถ่ายทุกข์ แม้แต่ส้วมที่สร้างขึ้นมาแล้วในสถานที่ต่าง ๆ ก็ดี คนนิยมใช้เพียงครึ่งเดียว แต่ไปทำธุระนอกส้วมถ้าเราไปอินเดีย หรือประเทศแถบนั้น เช่น เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา บังกลาเทศ หรือแม้แต่พม่า ตอนเช้า ๆ ถ้าเดินออกไปนอกโรงแรม หรือไปที่ชายหาดสาธารณะ ก็จะเห็นทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นั่งยอง ๆ ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกันทั่วไป เคยไปเมืองมัทราส ที่อินเดีย หรือกาฐมาณฑุ ที่เนปาล หรือแม้แต่นอกเมืองเดลี ตอนเช้า ๆ ก็จะเห็นผู้คนใช้ท้องทุ่ง หรือหาดสาธารณะ หรือริมแม่น้ำ เป็นที่ถ่ายทุกข์กันทั้งนั้น เป็นปกติธรรมดา เคยไปเมืองจีน เมื่อกว่า 30 ปีก่อน สมัยที่คณะ 4 คน หรือ “สี่นั้งปั๊ง” หมดอำนาจใหม่ ๆ ถ้าออกไปเมืองนอก ๆ เช่น ที่เมืองแต้จิ๋ว โผวเล้ง หรือที่เกาะไหหลำ ก็ยังใช้ส้วมหลุมที่เปิด แม้ว่าจะเป็นที
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิด เผยว่า หลังจากการหารือกับนายอมิตาบ คานท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากสถาบันปฏิรูปประเทศอินเดีย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยว สำหรับแนวทางส่งเสริมตลาดใหม่ในอินเดีย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังพื้นที่ตอนใต้ มากขึ้น อาศัยการเติบโตจากการที่สายการบินโลว์คอสต์ เช่น ไทยแอร์เอเชีย กำลังขยายเส้นทางเพิ่มมากขึ้น เปิดเส้นทางใหม่ไปยังเมือง ติรุจิรัปปัลลิ 4 เที่ยวบิน ต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยขจัดอุปสรรคเรื่องไม่มีเที่ยวบินตรง “อินเดียเป็นตลาดที่ต้องจับตามองในฐานะที่จะขยายตัวได้สูงและรวดเร็วตามรอยตลาดจีน ซึ่งครองส่วนแบ่งราว 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด จากปีที่ผ่านมาอินเดียมาเที่ยวไทยกว่า 1.2 ล้านคน และนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการขยายตัวกว่า 16% แล้ว” นางกอบกาญจน์ กล่าวและว่า หากสามารถรักษาการเติบโตดังกล่าวหรือกระตุ้นตลาดให้เพิ่มมากขึ้นได้แล้ว คาดว่าจะมีจำนวนนัก ท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 2 ล้านคนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
