อเมริกา
คราวที่แล้วเราพูดถึงการทำเกษตรกลางทะเลทราย (แถมมีสงครามอีกต่างหาก) ในอิสราเอล ดูว่าเขาพลิกดินและอากาศที่ไม่เป็นใจให้กลายมาเป็นมิตร ทำการเกษตรห่มเขียวไปทั้งทะเลทราย ส่งให้อิสราเอลเป็นผู้ส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปทั่วโลกได้อย่างไร วันนี้พาไปอเมริกา ประเทศที่เจริญร่ำรวย รวยและเสียงดังจนน่าหมั่นไส้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจู่ๆ ก็รวย ถ้าเราศึกษาชีวิตคนอเมริกันอย่างแท้จริง ไม่ได้ดูเอาจากหนังที่พระเอกหล่อนางเอกสวยขับรถเล่นทั้งวันเท่านั้น เราจะรู้ว่าเขายืนหยัดขึ้นมาบนประเทศที่มีปัญหาให้ต้องสู้ อเมริกามีปัญหามากมาย ผ่านมาได้อยู่ได้จนถึงวันนี้ ต้องเรียกนักสู้ ทางตอนบนของเขา หรือที่เรียกว่าแถบ Midwest ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ เป็นฐานผลิตข้าวโพดใหญ่ที่สุดของโลก จนถูกเรียกว่า corn belt (ไม่แปลว่าเข็มขัดข้าวโพดนะ แต่มันคือแถบพื้นที่ที่ปลูกข้าวโพด หลายรัฐเรียงกันเป็นแถบ ฝรั่งเขามองอะไรเป็นแถบๆ เหมือนที่เรามองอะไรเป็นกลุ่มๆ อย่างประเทศลุ่มน้ำเจ้าพระยา เรามองเป็นกลุ่ม เขาจะมองเป็นแถบแทน) ดินดีน้ำดี แต่ก็เป็นพื้นที่ที่มีพายุทอร์นาโดพัดผ่านตลอดเวลา จนถูกเรียกว่า Tornado belt ไปด้วย ชาวบ้านจะเผชิญกับลมพ
ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้ไปไหน ก็มีอะไรเขียนมาเล่าสู่กันฟัง ก็จะเขียนซะอย่าง อ่านหน่อยนะครับ เมื่อวานนี้ก็อยู่บ้านทั้งวัน แถมยังไม่สบายเป็นหวัด อาการเจ็บคอทุเลาลง แต่กลับมีขี้มูกและไอบ่อยขึ้น ก็เลยไม่กล้าเข้าใกล้หลานๆ ทั้งที่อยากจะเข้าไปคลอเคลียใจจะขาด และยังสงสัยว่าที่เป็นอยู่นี้ ก่อนจะกลับวันที่ 20 นี้ จะหายหรือไม่ จะมีโอกาสปล้ำหลานๆ อีกครั้งไหม ตอนนี้ที่ปฏิบัติอยู่ คือดื่มน้ำอุ่นกลั้วคอเป็นระยะๆ และใช้น้ำเกลือกลั้วคอ และน้ำเกลือบีบใส่จมูกล้างขี้มูกเป็นครั้งคราวด้วย สำหรับที่สมอง ยังรู้สึกว่ารุมๆ มาตลอดเวลา เป็นหวัดครั้งนี้ ทำให้รู้ศัพท์ที่ลืมไปแล้วว่า ขี้มูก คือ mucus เพราะต้องถามหลานตัวเล็กๆ ให้หลานบอกเป็นอังกฤษให้ ที่ได้พักอยู่กับครอบครัวของลูกสาวนี้ อยู่ข้าง California State University of Northridge ซึ่งเป็นสถานที่ๆ บรรยากาศดีมากๆ โล่ง บริเวณมหาวิทยาลัยมีทางรถ ทางเดิน และสนามกว้าง บรรยากาศโล่งๆ ต้นไม้ใหญ่ไม่ค่อยมี แต่สวยงาม ยิ่งกว่าสวนสาธารณะ และชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ก็สามารถไปออกกำลังกาย หรือเดินเล่นได้ทั่วๆ ไป จะหาสถานที่แบบนี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะตอนนี้เป็นช่วงหยุดเทอม สำหรั
อเมริกา ก็เหมือน อเมริกา ที่เคยตื่นตาตื่นใจเมื่อปี 2514 คิดว่าบ้านเมืองไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก ก็คงเหมือนกับประเทศในยุโรป หรือในเขตหนาวอื่นๆ ที่อากาศแห้ง ฝนตกน้อย สิ่งก่อสร้าง ถนนหนทางคงทน ไม่ต้องสร้างใหม่ หรือสร้างแล้ว สร้างอีก ไม่รู้จบ ตึกรามบ้านช่องอยู่เป็นหลายร้อยปี จึงไม่ค่อยเห็นการก่อสร้างอะไรมากนักในขณะที่เดินทางไปที่ไหนๆ ที่ลอสแอนเจลิสนี้ เหมือนบ้านเราอยู่อย่างหนึ่ง คือรถติดยาวเหยียด บนถนนสายหลัก ที่เข้าเมือง ตอนเช้า และออกนอกเมืองตอนเย็น โดยเฉพาะในวันเริ่มต้นสัปดาห์และสุดสัปดาห์ แต่ภายในเมืองก็มีการเดินทางเป็นปกติ ในขณะที่รถติดจะไม่เห็นการแซงออกนอกแถว ไปแทรกเข้าเอาข้างหน้า และตามมาอีกหลายๆ คันเป็นคอขวด ข้อบังคับของเขาคงเข้มงวดมาก ที่ชอบมากๆ อีกอย่างคือ เมื่อรถทุกคันขับมาถึง 4 แยก หรือ 3 แยก แล้วจะต้องหยุดทุกคัน ถ้ามีรถมาจากแยกอื่นก็ให้ไปก่อน หรือผลัดกันทีละคัน ถึงแยกก่อนไปก่อน ถึงแม้รถจะว่าง ไม่มีรถอื่นๆ เลย ก็ต้องหยุดที่แยกถนนก่อนอยู่ดีทุกคัน สำหรับคนข้ามถนน ต้องข้ามตรงทางข้าม ที่รถทุกคันจะจอดให้เดินข้ามก่อน เป็นการบริการเพื่อนร่วมเดินทางที่สุภาพและยอมรับสิทธิ์ของคนอื่น เ
