เทศบาลนครยะลา
จากผังเมืองที่สวยงามที่สุดของประเทศ สู่แหล่งรวมพืชเศรษฐกิจ GI มูลค่าสูง “จังหวัดยะลา” เดินหน้าสร้างรากฐานความเป็นตักศิลาแห่งภาคใต้ พร้อมต่อยอด “ดีเอ็นเอ” เกษตรยะลาผ่านงานวิจัย พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เผยมุมมองพัฒนาเมืองยะลาที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ พหุวัฒนธรรม และพลังของความอบอุ่นที่ขับเคลื่อนเมืองให้ก้าวสู่ความสำเร็จ ต้นทุนหลากมิติ หนุนยะลาเป็นเมืองที่ดีที่สุด หากพูดถึง “จังหวัดยะลา” หลายคนอาจมีภาพที่ถูกบดบังด้วยเรื่องราวในอดีต แต่จริง ๆ แล้ว ยะลาคือเมืองที่มีลักษณะพิเศษและเต็มไปด้วยต้นทุนอันน่าภาคภูมิใจมากมาย ซึ่งกำลังถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความยั่งยืน พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวว่า ยะลาเป็นเมืองที่มีลักษณะพิเศษอย่างแท้จริง โดยมีความโดดเด่นหลากหลายมิติที่ไม่เหมือนใคร เริ่มตั้งแต่รากฐานของเมือง นั่นคือ ผังเมืองที่ดีที่สุดในประเทศไทย เเละได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 23 ของเมืองที่มีผังเมืองที่ดีที่สุดในโลก นอกจากนี้ยะลาได้ชื่อว่าเป็น เมืองที่มีความสะอาด ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด ได้รับรางวัล
หากคุณกำลังมองหาแหล่งพลังงานดี ๆ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งในดินแดนใต้สุดของสยาม “จังหวัดยะลา” คือจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด! เพราะยะลาไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร หรืออาหารอร่อยเท่านั้น แต่ที่นี่คือเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข พาเดินทางตามรอย “สายศรัทธา” สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองยะลา เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และสัมผัสพลังบวกจากอารยธรรมที่หล่อหลอมยะลาให้กลายเป็นเมืองที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร วอร์มอัปก่อนมู! รู้จักยะลาให้มากกว่าเดิมที่ “พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา“ ก่อนจะไปไหว้ ไปขอพร เรามาทำความรู้จักกับต้นทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของยะลาให้ลึกซึ้ง ที่แรกที่ต้องปักหมุดคือ พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา (MUSEUM OF YALA CITY) พื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่เทศบาลนครยะลาตั้งใจสรรค์สร้าง เสมือนห้องรับแขกที่รวบรวมเรื่องราวของเมืองยะลาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และก้าวไปสู่อนาคตไว้อย่างครบถ้วน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 นิทรรศการหลัก
พาย้อนรอยเส้นทางยางพาราจังหวัดยะลา ยางพรีเมียมคุณภาพจากข้อได้เปรียบทางสภาพภูมิประเทศเฉพาะตัว จากพืชสวนหลังบ้านสู่ธุรกิจยั่งยืน 100 ปี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ประเทศมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท “ต้นทุนทางธรรมชาติ” จุดแข็งยะลาคว้าเบอร์ต้นของไทย ปัจจุบันประเทศไทยคือหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกยางพาราที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีพื้นที่ปลูกยางครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด รวมกว่า 22 ล้านไร่ และกว่าร้อยละ 58 ของพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในภาคใต้ แต่มีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่ถูกยกให้เป็นแหล่งยางพาราคุณภาพที่ตลาดโลกให้การยอมรับ และหนึ่งในนั้นคือ “จังหวัดยะลา” ผู้ผลิตยางพาราอันดับที่ 5 ของไทย “เรามีพื้นที่ปลูกยางอยู่ราว 1.2 ล้านไร่ มีผลผลิตกว่า 2.5 แสนตัน สร้างมูลค่าให้กับจังหวัดยะลา คิดเป็นมูลค่าราว 3 หมื่นกว่าล้านบาท ด้วยสภาพพื้นที่การเกษตรของยะลาเหมาะสมกับการปลูกยางพาราอย่างมาก ทั้งเนื้อดินและสภาพภูมิอากาศ ทำให้ต้นยางพาราเจริญเติบโตได้ดี มีการวิจัยออกมาว่ายางพาราของจังหวัดยะลามีคุณภาพออกมาดีที่สุด ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบตั้งแต่ในเรื่องของสภาพพื้นที่ ประกอบกับต้นยางที่มีอายุนานกว่า 15 ปี และตัวเกษตรกรเองที่มีความชำ
พาลุยตลาดเข้าสวนลิ้มรส “ของดียะลา” แดนใต้สุดสยาม ผลผลิตจากสวนหลังบ้านสู่พืชเศรษฐกิจระดับชาติที่นักท่องเที่ยวต้องตามหา ทั้งทุเรียนสะเด็ดน้ำ กล้วยหินบันนังสตา และข้าวพื้นเมืองยะลา พืชอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นในดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์และขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ลิ้มรสทุเรียนสะเด็ดน้ำ ทุเรียนพื้นบ้าน ราชาผลไม้แดนใต้ หากใครได้เดินทางมายะลาในช่วงฤดูกาลผลไม้ (กรกฎาคม-กันยายน) สิ่งแรกที่จะต้องสะดุดตาคือความคึกคักที่ ตลาดแยกมลายูบางกอก แหล่งซื้อขายผลไม้ที่ส่งตรงจากสวนมาเรียงรายอยู่ริมทาง ซึ่งจุดเด่นของทุเรียนยะลานั้นแตกต่าง และได้รับการการันตีคุณภาพคือการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ภายใต้ชื่อ “ทุเรียนสะเด็ดน้ำ” ครอบคลุม 6 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ หมอนทอง ชะนี ก้านยาว พวงมณี มูซังคิง และโอวฉี่หรือทุเรียนหนามดำ ความโดดเด่นของทุเรียนยะลา คือการปลูกในพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้ทุเรียนเนื้อแห้ง อร่อย มีเอกลักษณ์ ให้รส
เมื่อวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2564 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เก็บตัวอย่างซากเชื้อ SARS-CoV-2 ในน้ำเสียโสโครก เพื่อทำแผนที่ความเสี่ยงคาดการณ์ผู้ติดเชื้อระดับชุมชนในเทศบาลนครยะลา ล่วงหน้า 2 สัปดาห์ สำหรับการดำเนินการเชิงรุกตอบโต้การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการสนับสนุนทุนจาก วช. ประเทศไทยยังคงอยู่ในระลอกที่ 4 ของการระบาดของเชื้อ SARS-CoV-2 สายพันธ์ุเดลต้า ทำให้โควิด-19 ระลอกนี้หนักหน่วงและรุนแรง แม้ผู้ติดเชื้อรายวันจะลดลงต่ำกว่า 10,000 รายต่อวันแล้ว แต่ในหลายจังหวัดสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ จำนวนผู้ป่วยไม่ลดลง แม้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะดำเนินหลายมาตรการเชิงรุกในการตรวจหาผู้ติดเชื้อรายบุคคล อีกทั้งการเปิดประเทศและเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ และอาจเกิดการระบาดระลอกที่ 5 หากไม่มีการเฝ้าระวังเชิงรุกและการเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ก่อนที่จะเกิดการติดเชื้อลามจากระดับบุคคลไปยังระดับชุมชน ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า นวัตกรรมการตรวจซากเชื้อ SARS-CoV-2
