เบต้าแคโรทีน
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือเรียกย่อๆ ว่า ศพก. โดย กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดตั้ง ศพก. ขึ้นทั่วประเทศ อำเภอละ 1 ศูนย์ รวมเป็น 882 ศูนย์ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนสำหรับแก้ไขปัญหาของชุมชน และสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตรโดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในประเด็นการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต ตลอดจนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ศพก. โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิต เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบในลักษณะของเกษตรกรสอนเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรที่มาเรียนรู้เกิดความรู้ความเข้าใจและเกิดจิตสำนึกในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม และนำองค์ความรู้ที่ได้รับจาก ศพก. ไปปรับใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต ผลิตสินค้าที่ค
ถั่วแปบ เป็นไม้ล้มลุก มีเถาเลื้อยพันชูยอดไต่ขึ้นที่สูง มีลำต้นตรงจากดินแล้วเลื้อยยืดเป็นเถายาว มีขนอ่อนคลุม ต้นแข็งแรง มีรากอยู่ใต้ดินสะสมอาหาร และภายหลังเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้อื่น ใบถั่วแปบเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบสีเขียว พื้นใบเรียบ เหมือนกับใบถั่วทั่วไป ดอกถั่วแปบเป็นช่อยาวชูสูง ออกจากซอกใบใกล้ยอด ในช่อมีดอกย่อย ดอกตูมรูปเดือนกึ่งดวง เวลาบานแผ่ออกเห็น 3 กลีบ แต่ละกลีบแผ่เต็มที่เป็นรูปครึ่งวงกลม ขอบกลีบพลิ้วเล็กน้อย ดอกถั่วแปบสีขาวผุดผ่อง จนเห็นเป็นเงาประกาย โคนกลีบสีเหลืองเรื่อสวยสะอาดสดใส ผลถั่วแปบเรียกว่า ฝัก เนื่องจากฝักค่อนข้างแบน จึงเรียกถั่วแปบ ซึ่งหมายถึงแฟบ แบน ยังอ่อนสีเขียว ปลายฝักแหลมหัวแหลมท้าย รูปทรงเหมือนจันทร์เสี้ยว หรือคล้ายฝักถั่วลันเตาขณะยังอ่อน ผลหรือฝักถั่วแปบ ทำอาหารประเภทผักได้ มีประโยชน์ เพราะมีทั้งโปรตีนและวิตามิน ทำอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงส้ม ต้มจิ้มน้ำพริก และที่อร่อยที่สุดคือผัดน้ำมันไฟแดง หวานกรอบ อร่อยมากโดยไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์ ถ้าถือว่าถั่วแปบเป็นสมุนไพรก็ให้ประโยชน์ทางบำรุงร่างกาย บำรุงผิว บำรุงสายตา เนื่องจากเต็มไปด้วยเบต้า-แคโรทีน
“ฟักข้าว” นับเป็นพืชโบราณ ที่เชื่อว่ามีมาตั้งแต่ก่อนจะค้นหาพืชพรรณธัญญาหาร แต่ทุกวันนี้นับวันจะหาตามธรรมชาติยากมากขึ้น บางพื้นที่หายสูญไปเลย คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยจะรู้จัก จะเห็นมีคนที่อายุมากสักหน่อย มักจะถามหากัน ก็อาจเป็นเพราะปัจจุบัน มีสื่อเผยแพร่สรรพคุณของฟักข้าว ว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเสื่อมสภาพตามกาลเวลา เช่น ผิวหนัง เส้นผม และที่สำคัญต้านทานยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อเอดส์ และยับยั้งมะเร็ง และมีการจดลิขสิทธิ์พืชทรงคุณค่าให้ประโยชน์ของประเทศไทยแล้ว เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์ CUCURBI TACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica cochinchinens is Spreg. มีชื่อเรียกแถบภาคกลางว่า “ฟักข้าว” ทางเหนือ ที่จังหวัดตาก เรียก “ผักข้าว” แพร่-น่าน เรียก “มะข้าว” ชาวกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “พุกู้เด๊ะ” เชียงใหม่ เรียก “ฟักข้าว” ทางอีสานทั่วไป เรียก “ฝักไฟ” จังหวัดเลย เรียก “หมากข้าว” ปักษ์ใต้ที่ปัตตานี เรียก “ขี้กาเครือ” สตูล-สงขลา เรียก “ขี้พร้าไฟ” เวียดนาม เรียก “แก็กงึก” ซึ่งที่เวียดนามนั้นมีปลูกฟักข้าวกันมาก โดยปลูกพันขึ้นไม้ระแนงข้างบ้าน ลักษณะทั่วไปของ
บรรพบุรุษไทยได้สะสมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองทั่วประเทศมากกว่า 200 สายพันธุ์ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบีหนึ่ง โฟเลต สังกะสี ทองแดง ธาตุเหล็ก วิตามินอี วิตามินซี ที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งข้าวแต่ละสายพันธุ์จะให้ปริมาณคุณค่าทางอาหารมากน้อยแตกต่างกันไป รศ.ดร. รัชนี คงคาฉุยฉาย จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ค้นพบความมหัศจรรย์ของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทย ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งได้ดีเยี่ยม เช่น ข้าวเหนียวก่ำใหญ่ ข้าวเจ้ามะลิดำ ข้าวเจ้าแดง ข้าวเหนียวก่ำเปลือกขาว ข้าวเหนียวแสนสบาย ข้าวเหนียวสันปลาหลาด เนื่องจากข้าวกลุ่มนี้มี วิตามินอี (แกมมาโทโคไทรอีนอล) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระจกตาเสื่อมในผู้สูงอายุ ใครไม่อยากป่วย ขอแนะนำให้กินข้าวเป็นยา ชาวนครศรีธรรมราชโชคดีที่ได้กินข้าว “ข้าวหน่วยเขือ” พันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากมีวิตามินอีสูงกว่าข้าวทั่วไปถึง 22 เท่า วิตามินอีทำหน้าท
