เปราะหอม
พืชผักล้มลุกในธรรมชาติหลายชนิด ฝังรากฝังหัวไว้ใต้ดินตลอดฤดูแล้งอันยาวนาน เมื่อฝนแรกๆ ของปีเริ่มมาเยือน พวกมันแตกกิ่งก้านใบดอกสะพรึบพรั่ง นับเป็นฤดูกาลแห่งโอชาหารโดยแท้ ตั้งแต่ดอกกระเจียว ต้นบุก อีลอก กระชาย และโดยเฉพาะ เปราะหอม (Sand ginger) เปราะหอมมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกหลายชื่อ อย่างเช่น แว่นอูด ว่านอูด ตูบหมูบ ว่านตีนดิน ว่านนกยูง หัวเปราะที่อยู่ใต้ดินก็เป็นทั้งพืชสมุนไพรและพืชอาหาร มีสรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หัวเปราะแห้งนั้นถ้าฝานเป็นแว่น ตากแห้ง จะเก็บได้นาน ใช้ในพริกแกงที่ต้องการกลิ่นหอมซ่าลึกๆ โดยใส่ตำรวมไปในครกเพียงเล็กน้อย เปราะจะไปคุมให้กลิ่นพริกแกงครกนั้นเนียน ไม่กระโดดไปทางใดทางหนึ่งเกินไป คล้ายๆ เวลาที่คนครัวบางคนใส่หัวกระชาย หัวไพล หรือขิงแห้งแบบสกุลพริกแกงภาคตะวันออก แถบเมืองจันทบุรี ระยอง แต่ถ้าใส่มากไปหน่อย คนที่ไม่คุ้นกลิ่นอาจรู้สึก “ปร่า” ซึ่งอันว่าพริกแกงครกไหนจะปร่าหรือไม่ปร่านี้ ผมคิดว่าขึ้นกับรสนิยมแต่ละคน มากกว่าจะมีกฎเกณฑ์วัดได้ตายตัวแน่นอน ตัวอย่างก็เช่น สูตรพริกแกงของ “ปลาดุกแกงป่า” ในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2452) ท่านผู้เขียน คือ ท่านผู้หญิ
คอลัมน์ พืชใกล้ตัว โดย ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว อภัยภูเบศรสาร ฉบับที่ 126 ระบุว่า แม้ความงามจะไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต แต่ก็ต้องยอมรับว่า ความงามนั้นอยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะคุณผู้หญิง แต่ในปัจจุบันก็มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่หันมาสนใจเรื่องความงาม หรือควรทำให้ตนเองดูดี ดังจะเห็นได้ว่า เริ่มมีเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายออกสู่ท้องตลาดมากขึ้น สมุนไพรที่จะนำเสนอในวันนี้คือ เปราะหอม หรือบางคนเรียกว่า ว่านเปราะหอม คำว่า “ว่าน” นั้น มีนัยยะแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในสมัยก่อนคนไทยเชื่อว่าเป็นสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีกลิ่นหอม ว่านหอม หรือเปราะหอม คนในแถบอีสานตอนบนและภาคเหนือ มักนำเปราะหอมโยนลงกองไฟให้มันมีกลิ่นหอมลอยไปตามลม แล้วสูดดมควันจะทำให้นอนหลับง่าย ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพประชาชนเคยนำมาพัฒนาเป็นธูป สอนชาวบ้านให้ทำได้เอง และให้ชื่อเรียกแบบดึงดูดความสนใจว่า “ธูปหลับ” ใช้จุดสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน เพื่อให้กลิ่นหอมผ่อนคลาย จิตสงบ และนอนหลับง่ายขึ้น ปัจจุบันก็ยังมีคนมาถามอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้สนใจอยากได้สูตรไปทำเอง ติดต่อได้ที่ศูนย์เรียนรู้ฯ เป็นที่น่าดีใจคือ เปราะหอมนั้นม
