ไผ่ตง
จากปัญหาช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอาหารเป็นพืชชนิดอื่นๆ เพื่อให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกัน ในพื้นที่ขอบป่า ไผ่ตงเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่งในพื้นที่ เกษตรกรจึงมีการรวมตัวผู้ปลูกไผ่ตง เมื่อ พ.ศ.2559 และจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” เป็นการรวมกลุ่มปลูกไผ่ ขายหน่อสดพร้อมแปรรูปภายใต้การรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนจนประสบความสำเร็จได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นวิสาหกิจชุมชนฯ ดีเด่น ปี 2564 ภาคตะวันออก นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก.3 จ.ระยอง) เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ประสบปัญหาช้างป่าลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชจากพืชอาหารมาปลูกไผ่ตงแบบรวมกลุ่มกันปลูก และในปี พ.ศ.2559 ได้จัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” กับสำนักงานเกษตรอำเภอท่าตะเกียบขึ้น มีสมาชิก 60 ราย พื้นที่ปลูก 601 ไร่
“ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี” จากคำขวัญของจังหวัดปราจีนบุรี แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ไผ่ตง นับเป็นพืชที่ขึ้นชื่อของจังหวัด และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความสำคัญของพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและได้สร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างยิ่งคือ สายพันธุ์ไผ่ตงศรีปราจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับ มีการนำสายพันธุ์ไปปลูกกันอย่างกว้างขวาง ด้วยมีลักษณะเด่น คือ เป็นพันธุ์ไผ่ที่โตเร็ว และแตกให้หน่อดี ปริมาณหน่อเยอะ หน่อให้น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม สามารถเก็บหน่อได้หลังปลูกเพียง 1-2 ปี อีกทั้งลำต้นก็มีขนาดใหญ่ หน้าตัดตั้งแต่ 4 จนถึง 6 นิ้ว ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ในกิจกรรมการเกษตรกรรม เช่น การนำไปทำหลักปัก เพื่อเลี้ยงหอยแมลงภู่ อีกทั้งหลังจากลงปลูกครั้งแรก ประมาณ 1 ปี ก็สามารถตอนกิ่งจำหน่ายเป็นรายได้ได้อีกทางหนึ่ง ไผ่ตงศรีปราจีน เกิดขึ้นครั้งแรกที่สวนของ นายสอาด ใจเชื่อม ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 11 บ้านไชยคลี ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.086-839-2258 เก็บจากเมล็ดงอกมาเลี้
จริงๆ แล้ว ไผ่ในเมืองไทยมีมากหนักหนา กระนั้นก็ตามเมื่อค้นพบไผ่สายพันธุ์ใหม่ ผู้ที่อยู่ในวงการก็อดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจ แต่ก่อนเก่าโบราณมีการนำไผ่จากจีนเข้ามาปลูกคือ ไผ่ตง ระยะเวลาน่าจะกว่า 100 ปีแล้ว ราว 10-20 ปีมานี้ มีการนำไผ่ชนิดใหม่จากจีนเข้ามา ลักษณะโดดเด่นมาก คือเจริญเติบโตและให้หน่อเร็ว แต่ที่มานั้นยังสับสน ว่านำเข้ามาตั้งแม่เมื่อไหร่ ใครเป็นผู้นำเข้ามา ยุคแรกๆ เมื่อไผ่ชนิดนี้ ไปเจริญแพร่พันธุ์อยู่ที่ใด คนในท้องถิ่นจะตั้งชื่อขึ้นใหม่ ทำให้ไผ่จีนที่คุณสมบัติโดดเด่นมีมากกว่า 5 ชื่อ ในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี เรียกกันว่า ไผ่ตงลืมแล้ง ที่อำเภอไทรโยค เรียกว่า ไผ่กิมซุ่ง คุณทรงยศ พุ่มทับทิม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ไปพบที่ระยอง จึงนำไปศึกษาอยู่ที่อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เรียก ไผ่จีนเขียวเขาสมิง ชาวนครสวรรค์เรียก ไผ่อินโดจีน ยังมีชื่ออื่นๆ อีก คุณสมบัติที่พบเห็นอยู่ของไผ่ชนิดนี้ หากสภาพแวดล้อมดีพอสมควร จะเจริญเติบโตเร็ว หลังปลูกเพียง 4-7 เดือน ก็เริ่มให้หน่อได้แล้ว จำนวนหน่อต่อกอดก แต่ต้องหมั่นสางลำออก อย่าให้ลำมากหรือแน่นมากเกินไป หากลำมากจำนวนหน่อที่ออกมาจะน้อย หน่อมีขนาดเล็ก ให้ดีคว
