สุขภาพ
แจกวิธีทำ น้ำขิง สามสูตร สมุนไพรมีคุณค่า ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ขิง นอกจากจะเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์แล้ว ด้วยสรรพคุณยังสามารถนำมาปรับใช้ดูแลสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงได้ด้วย โดย สถาบันการแพทย์แผนไทย ได้แนะนำสูตร น้ำขิง ด้วยกันถึงสามสูตร ให้ลองนำไปทำกัน ดังนี้ ส่วนผสมน้ำขิง สูตร 1 ขิงสด (ไม่แก่นัก) 2 ถ้วย น้ำสะอาด 9 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วย วิธีทำ 1. ปอกเปลือกขิงออก แล้วนำไปล้างน้ำ จากนั้นทุบให้พอแหลก 2. ตั้งน้ำให้เดือด นำขิงลงไปต้ม ประมาณ 15-30 นาที 3. เสร็จแล้วกรองเอากากออก เติมน้ำตาล ชิมรสตามต้องการ แล้วให้รีบยกลงกรองใส่ขวด นึ่ง 20-30 นาที เมื่อเย็นแล้วให้เก็บใส่ตู้เย็น ทริก : การต้มถ้าเดือดนานเกินไปกลิ่นหอมของขิง ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยจะระเหยออกไปหมด ทำให้น้ำขิงที่ได้ไม่มีกลิ่นหอมชวนดื่ม เมื่อจะดื่มน้ำขิงให้เติมน้ำแข็ง การเตรียมน้ำขิง : ควรใช้ขิงไม่แก่นัก เพราะขิงแก่จัดจะมีสารชนิดหนึ่งมีกลิ่นฉุนและรสเผ็ดจัด เมื่อเตรียมเป็นน้ำขิงแล้ว รสชาติจะไม่กลมกล่อม ขนาดรับประทาน : วันละ 150 ml ส่วนผสมน้ำขิง สูตร 2 ขิงสด (ขิงหั่นขนาด 1 นิ้ว 5-
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย ไข่มดแดงให้โปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ ไม่ควรกินสุกๆ ดิบๆ แนะควรปรุงสุกทุกเมนู หากเป็นประเภทยำไม่ควรค้างคืน เสี่ยงท้องร่วงได้ เว็บไซต์ กรมอนามัย เผย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากที่มีการนำเสนอข่าวชาวบ้านในบางพื้นที่ ซึ่งว่างเว้นจากการทำไร่ ทำนา ได้ออกหาไข่มดแดงมาประกอบอาหาร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ในช่วงราคาสินค้าต่างๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถ้าหาได้จำนวนมากก็จะนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เสริมนั้น ซึ่งจากข้อมูลของสำนักโภชนาการ กรมอนามัย พบว่าไข่มดแดงเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของคนชนบทมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยในจำนวนไข่มดแดงปริมาณ 100 กรัม มีไขมัน 2.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.16 กรัม และวิตามินบีสอง 4.68 มิลลิกรัม เมื่อนำมาเทียบกับไข่ไก่จัดว่าไข่มดแดงมีไขมันน้อยกว่า เนื่องจากไข่ไก่ มีไขมันสูงถึง 9.65 กรัม โปรตีน 12.77 กรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.17 มิลลิกรัม และวิตามินบีสอง 0.37 มิลลิกรัม นอกจากนี้ ตัวมดแดงมีกรดน้ำส้มให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาวหรือน้ำส้มสายชูได้อีกด้วย “ทั้งนี้ การนำไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรล้างให้สะอาดเ
ไขข้อข้องใจ ทำไม T-cells ถึงเป็นพระเอก ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อโควิด-19 จากกรณีของผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนไม่น้อยที่หายจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่กลับตรวจพบระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสได้น้อยมาก แต่ยังลดความรุนแรงของโรคในภายหลังได้ แสดงให้เห็นว่าอาจจะมีระบบภูมิคุ้มกันอีกประเภทหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันเชื้อไวรัสนี้ได้ยาวนานขึ้น ซึ่งก็คือ “เซลล์เม็ดเลือดขาว T-cells” หนึ่งในเซลล์สำคัญของร่างกายที่มีหน้าที่ป้องกันโรคโควิด-19 และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส ในประเด็นนี้ นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและรองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร ได้ไขความกระจ่างและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของ T-cells ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการช่วยให้เราเอาชนะเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ได้ T-cells คืออะไร? นอกเหนือจากระบบภูมิคุ้มกันชนิดแอนติบอดี ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี ในความเป็นจริงยังมีระบบภูมิคุ้มกันอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นก็คือ “ระบบภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ (T-cells)” อันเป็นเซลล์ชนิดหนึ่ง
ไขความกระจ่าง! อาการแบบนี้ เสี่ยงโควิด-19 โอมิครอน หรือ สายพันธุ์ไหน? เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก ซึ่งโรคนี้จะไม่เป็นที่น่าวิตก หากเชื้อไวรัสไม่ได้มีวิวัฒนาการการกลายพันธุ์มากมายจนจำกันแทบไม่ไหว ซึ่งในประเทศไทย สายพันธุ์ที่ระบาดหลักๆ ได้แก่ สายพันธุ์เดลต้า, สายพันธุ์อัลฟ่า, สายพันธุ์เบต้า และ สายพันธุ์ S (ที่ระบาดระลอกแรกในไทย) ซึ่งสายพันธุ์ล่าสุดที่โลกค้นพบและเริ่มมีการแพร่ระบาดในไทย ถูกเรียกว่า โควิด-19 สายพันธุ์ โอมิครอน จากข้อมูลที่ปรากฏมีการพบว่า โควิด-19 สายพันธุ์นี้ สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า จะมีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยค้นพบ แล้วเราจะแยกได้อย่างไรว่า อาการแบบไหน มีความเสี่ยงจะเป็น โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน หรือ สายพันธุ์อื่นๆ ? เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมลักษณะอาการของโควิดแต่ละสายพันธุ์ มีดังนี้ ลักษณะอาการของ สายพันธุ์โอมิครอน – เจ็บคอ – ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย – เหนื่อยมาก – ไอแห้ง – มีเหงื่อออกตอนกลางคืน แม้จะนอนหลับในห้องที่เย็น ซึ่งทำให้เปียกโชกจนอาจต้องลุก
อภัยภูเบศร แนะ กระชาย หนึ่งในสมุนไพรสุดฮอต ใช้อย่างไรในสถานการณ์โควิด? กระชาย เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ขับลม บรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยย่อย และเป็นยาบำรุงกำลัง ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการบันทึกใช้แก้อาการจมูกไม่ได้กลิ่น จนนำมาสู่การวิจัยเพื่อใช้ศึกษาฤทธิ์และการใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้ไว้ว่า กระชายเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ไม่เหมาะหากมีอาการไข้สูง แต่จากประสบการณ์ในช่วงปิดแคมป์คนงานมีรายงานถึง การใช้กระชายแคปซูลเสริมการรักษาผู้ป่วยเสี่ยงสูง ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อ เมื่อมีจมูกไม่ได้กลิ่น คัดจมูก หายใจไม่ออก โดยใช้แคปซูลกระชาย 500 มิลลิกรัม กินครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน พบว่าอาการหายเป็นปกติ ดังนั้น ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างรอเตียง ที่มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น คัดจมูก หายใจไม่ออก อาจเตรียมตำรับกระชายด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังนี้ 1. กระชายสด เหง้าหรือราก ครั้งละ 25 กรัม วันละ 3 มื้อ หลังอาหาร 2. กระชายแห้ง บดผง ทั้งเหง้าและราก ใช้ครั้งละ 1.6 กรัม วันละ 3 เวลา หลังอาหาร 3. น้ำกระช
ปลาหมึกชอต เมนูฮิตโซเชียล อนามัย ชี้ กินดิบๆ เสี่ยง กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ จากเชื้ออหิวาต์เทียม เว็บไซต์ กรมอนามัย เผยข่าว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หลังจากมีกระแสในการกิน “ปลาหมึกชอต” คือการนำปลาหมึกตัวเล็ก สดๆ เอาหัวจุ่มลงไปในแก้วที่บรรจุน้ำจิ้ม เพื่อให้หมึกดูดเอาน้ำจิ้มซีฟู้ดเข้าตัว จากนั้นกินปลาหมึกโดยกัดส่วนหัว แล้วค่อยกัดหรือหั่นส่วนลำตัวกินต่อ หรือหากปลาหมึกตัวเล็กพอ ก็อาจจะเอาเข้าปากกินทั้งตัวนั้น ซึ่งพฤติกรรมการกินดังกล่าว อาจจะเสี่ยงได้รับเชื้ออหิวาต์เทียม หรือ Vibrio parahaemolyticus ที่เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ตามโคลนตมในทะเลหรือตามชายฝั่งต่างๆ เมื่อกินสัตว์ทะเลที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย มีอาการอาหารเป็นพิษ หากรุนแรงมากๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดอาการกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบได้อีกด้วย นอกจากเชื้อแบคทีเรียแล้ว ปลาหมึกหรือสัตว์ทะเลอื่นๆ เช่น กุ้ง หรือหอย ก็อาจจะมีพยาธิอาศัยอยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม ในกลุ่มพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis spp.) พยาธิตัวตืดในกลุ่มพยาธิตืดปลา (Diphyllobothrium) เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเ
How to ซื้อสินค้าใน ร้านสะดวกซื้อ อย่างไร ให้ปลอดภัย เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนอยู่ติดกับบ้านมากขึ้น หรือออกไปข้างนอกเมื่อจำเป็น อย่าง การซื้อหาสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าบ้านเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้หลายคนเกิดอาการระแวงว่าจะติดเชื้อไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เลือกที่จะซื้อของในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านแทนการไปซื้อในตลาดหรือห้างที่มีคนแออัด เฟซบุ๊ก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่วิธีลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเมื่อออกนอกบ้านไปซื้อของ ดังนี้ 1. ลดความเสี่ยงก่อนออกนอกบ้าน 1.1. ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข 1.2. สวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา และล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 2. ลดความเสี่ยงเมื่ออยู่ในร้านค้า 2.1 เตรียมรายการสินค้า เพื่อลดระยะเวลาในการใช้บริการในร้านค้า 2.2 พยายามเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1-2 เมตร และเมื่อกลับเข้าบ้านหลังทำธุระเสร็จแล้ว ควรล้างมือ-อาบน้ำเปลี่ยน/ซักเสื้อผ้า เพื่อลดความเสี่ยงอีกทางหนึ่ง
How to ป้องกันการติดเชื้อ โควิด-19 แบบครอบจักรวาล…รู้ไว้ใช้ได้ครอบคลุม! ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ยังคงไม่จบสิ้น ไวรัสมีการพัฒนาแตกแยกออกมาหลากหลายสายพันธุ์ และล่าสุด ก็ได้มีสายพันธุ์ใหม่อย่าง โอมิครอน เกิดการแพร่ระบาดขึ้นจนทำให้หลายๆ คนวิตกกังวล เพจ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ วิธีการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แบบครอบจักรวาล ให้ทุกคนได้ยกระดับการป้องกันและดูแลตนเองให้ห่างไกลจากการติดเชื้อ โดยการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) เป็นการยกระดับการป้องกันตนเอง จากการติดและการแพร่ของเชื้อโควิด-19 แม้ว่ายังไม่พบความเสี่ยง ด้วยหลักปฏิบัติข้อสำคัญ ได้แก่ 1. สวมหน้ากากอนามัยและสวมทับชั้นที่ 2 ด้วยหน้ากากผ้า 2. เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร 3. ล้างมือบ่อยๆ 4. ตรวจ ATK เป็นระยะ เมื่อมีความเสี่ยง 5. ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น 6. ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ให้ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น 7. เลี่ยงการสัมผัสหน้ากาก (หรือเมื่อมีการสัมผัสแล้ว ควรล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์) 8. รับประทานอาหารร้อนและปรุงสุก เผยแพร่เมื่อ วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2564
ลาออกจากราชการ มาเป็น CEO วัยเกษียณ ผุดแบรนด์เครื่องสำอางออร์แกนิก ส่งขายต่างแดน คุณเคยจินตนาการถึงชีวิตในช่วงบั้นปลาย หรือชีวิตในวัยเกษียณไว้อย่างไรกันบ้าง? อยู่บ้านเลี้ยงหลาน เลี้ยงสัตว์ ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ขาย หรือหาซื้อที่บรรยากาศดีๆ ในต่างจังหวัด เริ่มทำไร่ปลูกผัก ใช้ชีวิตตามวิถีสโลว์ไลฟ์? แต่นั่นคงไม่ใช่กับ คุณณัญญา-สุนันท์ชนก ชาวบางงาม เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางออร์แกนิก วัย 50 ปีคนนี้ คุณณัญญา เล่าให้ฟังว่า เธอเกิดและเติบโตในครอบครัวข้าราชการ และเจริญรอยตามครอบครัว ยึดอาชีพเป็นข้าราชการมากว่าครึ่งชีวิต กระทั่งขาดหัวหน้าครอบครัวอย่างคุณพ่อไป คุณณัญญาจึงมีเพียงคุณแม่ ที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ก็รู้สึกว่าอยากทุ่มเทและใช้เวลาที่เหลืออยู่ อยู่กับผู้เป็นมารดาให้มากที่สุด ประจวบเหมาะกับอิ่มตัวในหน้าที่การงาน จึงตัดสินใจลาออกจากราชการในวัย 47 ปี “เป็นข้าราชการมันไม่ได้รวยหรอกแต่มีความมั่นคง ถ้าเราใช้ชีวิตแบบพอเพียง และรู้จักเก็บหอมรอมริบ มันก็จะมีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง แล้วตอนรับราชการอยู่ พอมีเวลาว่างก็มีขายของออนไลน์แบบไม่สต๊อกของ มันก็เลยมีเงินเก็บนี่แหละค่ะ” คุณณั
ปรับตัวรับปีใหม่ อยู่กับโควิด ยาวๆ อย่างมีสติ นักวิชาการ ห่วงวิกฤตทุกช่วงวัย 2 ปีที่ผ่านมา COVID-19 ให้บทเรียนต่างๆ กับทุกคนบนโลกนี้ ต้องเรียนรู้ปรับตัวมากมาย โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน และวัคซีนที่ไม่ใช่ สามเข็มจบ เหมือนจะส่งสัญญาณว่า การต่อสู้ระหว่างคนกับ โรคระบาดใหญ่ คงไม่จบลงง่ายๆ วัคซีนที่ไม่ใช่ “สามเข็มจบ” วิถีชีวิตใหม่อาจไม่เพียงพอ แต่ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์กันใหม่ เพื่ออยู่ร่วมกันแบบยาวๆ รศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญประชากรศาสตร์ด้านการวิเคราะห์ช่วงวัย กล่าวว่า วิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบต่อทุกช่วงวัย ทำให้ต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้สามารถไปต่อได้ในยุค New Normal ไม่ว่าจะเป็น Silent Generation (รุ่นทวด) Baby Boomer Generation (รุ่นปู่-ย่า-ตา-ยาย) Generation X (รุ่นพ่อ-แม่) Generation Y (รุ่นพี่-น้า/อา) และ Generation Z (รุ่นลูกอายุประมาณไม่เกิน 17 ปี) จากการที่กิจกรรมทางสังคมต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบออนไลน์เกือบ 100% ตามมาตรการรักษาระยะห่าง พบว่า ประชากรในกลุ่มที่ไม่สามารถปรับตัว
