สุขภาพ
กินเจอย่างไรให้สุขภาพดี กรมอนามัย แนะ ยึดหลัก 5 ล. ช่วงเทศกาลกินเจ 10 วัน วันที่ 7 ต.ค. 2564 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สิ่งที่กรมอนามัยเน้นย้ำมาตลอดคือสุขอนามัยในการปรุงประกอบอาหารและคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากการปรุงอาหารเจจำหน่าย มักปรุงประกอบในปริมาณมาก ซึ่งพบความเสี่ยง เช่น อาหารที่ปรุงไม่สะอาด ไม่ถูกสุขลักษณะ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ กรมอนามัย จึงแนะนำหลัก 5 ล. เพื่อสุขภาพที่ดี 1. ล : เลือกวัตถุดิบ ที่ใช้ในการปรุงประกอบอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และเลือกกินอาหารจากร้านอาหารที่สะอาด ผ่านมาตรฐาน “อาหารสะอาด รสชาติอร่อย : Clean Food Good Taste” เช่น ผักสด ผลไม้ โปรตีนเกษตร มาจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ โดยเลือกซื้อวัตถุดิบจากตลาดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน “ตลาดสดน่าซื้อ” ของกรมอนามัย ซึ่งมีอยู่จำนวน 1,565 แห่งทั่วประเทศ ผ่านระดับดีและดีมาก จำนวน 1,351 แห่ง หรือร้อยละ 85.82 และตลาดที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานราชการ อีกทั้งเครื่องปรุงรสต้องมีเครื่องหมาย อย. เครื่องหมาย มอก. เป็นต้น 2. ล : ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาด ก่อนกินหรือก่อนนำผักและผลไม้มาปรุงอาหาร ต้องล้าง
เปิดเทคนิค ดื่มน้ำ ชะลอวัย แถมช่วยลดน้ำหนัก ดีต่อสุขภาพผิวอีกด้วย เว็บไซต์ สสส เผยข่าว กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 5 เทคนิคในการดื่มน้ำ ช่วยลดน้ำหนัก ดีต่อสุขภาพผิวพรรณ และช่วยชะลอวัย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องดื่มเป็นประจำทุกวัน หากขาดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2-3 วัน ใน 1 วันจึงควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน โดยดื่มทีละน้อย ไม่ดื่มเร็วหรือมากเกินไป การดื่มน้ำให้เพียงพอ จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญต่อร่างกายและช่วยชะลอความอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย สำหรับเทคนิคการดื่มน้ำช่วยลดน้ำหนัก สามารถปฏิบัติได้ในช่วงเวลา ดังนี้ 1) ดื่มน้ำ 1 แก้ว หลังตื่นนอน ในเวลา 06.00-07.00 น. เพื่อช่วยลดภาวะขาดน้ำจากการนอนหลับ อีกทั้งช่วยลดความข้นหนืดของเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และกระตุ้นการขับถ่ายได้อีกด้วย 2) ดื่มน้ำ 1 แก้ว ช่วงเช้า ในเวลา 08.00-09.00 น. โดยดื่มน้ำก่อนมื้อเช้า 15-20 นาที แล้วค่อยกินมื้อเช้าเพราะถ้ากินอาหารตามทันที น้ำที่ไปเจือจางน้ำย่อย จะส่งผลให้การย่อยอาหารไม่ดี และหลั
หมอธีระวัฒน์ เปิด สูตรการฉีดวัคซีน บูสเตอร์เข็ม 3 เข้าชั้นผิวหนัง มีข้อดียังไง เมื่อวันที่ 29 กันยายน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 เข้าชั้นผิวหนัง โดยระะบุ ฉีดชั้นผิวหนังทำไม? ฉีดชั้นผิวหนังใช้ปริมาณวัคซีนน้อย ได้ผลเท่ากัน ปลอดภัยกว่า ระบบผิวหนังผ่าน Th2 กล้ามเนื้อ Th1 ดังนั้น 10 ล้านโดส กลายเป็น 50 ล้าน อย่างน้อย เช่น ของแอสตร้า โมเดอร์นา 1 โดส 100 ไมโครกรัม ใช้ฉีดชั้นผิวหนัง 10 ไมโครกรัม 1 คนจะกลายเป็น ใช้ได้ 10 คน แถม กำไรกว่า ไฟเซอร์ 1 คนเป็น 3 คน SV ควร 2 เข็ม SV SV และต่อ AZ หรือ MDN หรือ PZ เข้าชั้นผิวหนัง สูตรนี้ เราทดสอบใน มากกว่า 300 คน ตั้งแต่ กรกฎาคม ภูมิสูงทันทีจากที่หายไป และข้ามสู้ เดลต้า เบต้า เช่นเดียวกับ มอ วชิระภูเก็ต และการศึกษาจากประเทศจีน เด็กตั้งแต่ 3 ขวบ ใช้เชื้อตาย SV หรือ SP (sinopharm) ปลอดภัยกว่าโดย เป็น 2 เข็ม และต่อด้วยยี่ห้ออื่นเช่น โมเดอร์นา ไฟเซอร์ชั้นผิวหนัง ขนาดน้อย เพื่อเลี่ยงหัวใจอักเส
โดนดิสรัปต์ ไวรัสบุก สนพ.แสงแดด เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้านขายสินค้าปลอดสาร เกาะเทรนด์สุขภาพ สู้วิกฤต ในช่วงยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของผู้คนมากขึ้น มีธุรกิจไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงนี้ อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนหันมาสนใจเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวทำให้ เทรนด์สุขภาพ ได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณโน้ต-ชญานุตม์ หงษ์วิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักพิมพ์แสงแดด รุ่นที่ 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการโดนดิสรัปต์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณโน้ต เล่าให้ฟังว่า สำนักพิมพ์แสงแดด เปิดดำเนินการมาได้กว่า 40 ปีแล้ว ก่อตั้งโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์ หรือที่รู้จักกันในนาม ป้านิดดา กูรูธรรมชาติบำบัด และมีสำนักพิมพ์ในเครืออย่าง แสงแดด มีเดีย กรุ๊ป ที่ทำเรื่องการผลิตงานพิมพ์และงานคอนเทนต์ต่างๆ เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นผู้นำทางการตลาดเกี่ยวกับตำราอาหารของยุคนั้นเลยทีเดียว กิจการดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดการดิสรัปต์ของอิน
ฝนตกบ่อย ผ้าไม่แห้ง กรมอนามัยแนะ วิธีกำจัดเชื้อรา บนเสื้อผ้า – ในบ้าน เว็บไซต์ สสส เผย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงหน้าฝน ปัญหาที่พบบ่อยคือเสื้อผ้ามีกลิ่นอับชื้น เนื่องจากเปียกฝนหรือสวมใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นเวลานานๆ หลายชั่วโมงรวมถึงการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยที่เปียกชื้น อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ ดังนั้น เมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรนำเสื้อผ้าที่เปียกไปแขวนผึ่งให้แห้ง ก่อนใส่ตะกร้าเพื่อรอการซัก ไม่ควรทิ้งไว้นานๆ เพราะอาจทำให้เกิดเชื้อราบนเสื้อผ้าได้ หากนำมาสวมใส่อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังจากเชื้อราตามมา อาทิ โรคกลาก เกลื้อน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผื่นแดง มีขุยรอบๆ เกิดอาการคัน ทำให้เป็นผื่นแพ้และติดเชื้อได้ ไม่ควรเกาหรือปล่อยไว้จนลุกลาม ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธีต่อไป ซึ่งการทำความสะอาดเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับชื้นหรือปัญหาเชื้อราบนผ้า สามารถทำได้ด้วย 2 วิธีคือ วิธีที่ 1 ซักตามปกติแล้วนำไปต้มในน้ำเดือดนาน 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง วิธีที่ 2 แช่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่สามารถหาได้ในครัวเรือน ได้แก่ น้ำยาซักผ้าขาวที่มีส่วนผสมโซเดี
น้ำขิงขมิ้นชัน สูตรน้ำสมุนไพรต้านหวัด ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แถมต้านอนุมูลอิสระ เป็นที่รู้กันดีว่า สมุนไพรไทย นั้นมีสรรพคุณทางยาหลากหลาย สามารถนำมาประกอบอาหาร ทำเครื่องดื่ม หรือประยุกต์มาทำเป็นขนมก็ยังได้ โดยวันนี้ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เผยสูตรน้ำสมุนไพรต้านหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน โดยมี ขิง และ ขมิ้นชัน เป็นส่วนประกอบหลัก โดยส่วนผสมและวิธีทำ มีดังนี้ ส่วนประกอบ ขิงสด 1 หัว ( 200 กรัม) ขมิ้นชันสด 1 แง่ง (หรือขมิ้นชันผง 1 ช้อนชา) น้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร น้ำมะนาว 30 มิลลิลิตร น้ำผึ้ง 30 มิลลิลิตร เกลือเล็กน้อย วิธีทำ 1. นำขิงและขมิ้นชันสด มาฝานเป็นแว่น 2. นำไปต้มกับน้ำสะอาด ต้มจนเดือด จากนั้นต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที 3. นำน้ำขิงและขมิ้นชันที่ได้ มาผสมกับน้ำมะนาวสด น้ำผึ้ง และเติมเกลือลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ดื่มขณะอุ่นๆ
กินมากเสี่ยงอ้วน! กรมอนามัย เตือน ขนมไหว้พระจันทร์ แป้ง-น้ำตาล สูง ชี้ ไส้เม็ดบัว-ไข่ ให้พลังงานสูงสุด เว็บไซต์ กรมอนามัย เผย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลของชาวจีนสำหรับระลึกถึงเทพธิดาแห่งพระจันทร์ โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลนี้ คือ “ขนมไหว้พระจันทร์” ที่ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ แต่ขนมไหว้พระจันทร์มักมีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก อีกทั้งยังมีน้ำมัน น้ำเชื่อม และเมื่อมาผสมกับไส้ต่างๆ ที่มีรสชาติหวาน จึงทำให้เป็นขนมที่ให้พลังงานสูงมาก โดยปกติขนมไหว้พระจันทร์ขนาด 1 ชิ้น มีน้ำหนัก 166 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 614-772 กิโลแคลอรี ซึ่งสูงกว่าอาหารมื้อหลัก อย่างเช่น ข้าวผัดหมู ผัดไทยกุ้งสด ข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาว หรือเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว 1 จาน แม้จะตัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ ได้ 6 ชิ้นเล็กๆ ก็ยังให้พลังงานถึง 96-120 กิโลแคลอรี ซึ่งจากข้อมูลแสดงคุณค่าทางโภชนาการของขนมไหว้พระจันทร์ไส้ต่างๆ ในปริมาณ 100 กรัม พบว่า แต่ละไส้ให้พลังงานแตกต่างกัน หากเป็นไส้พุทราให้พลังงาน 338 กิโลแคลอรี ไส้ทุเรียนให้พลังงาน 345 กิโลแคลอรี ไส้ทุเรียนและไข่ให้พลังงาน
มาทำเครื่องดื่มลดความดันโลหิต ด้วย เรดเวลเวทสมูทตี้ จาก อภัยภูเบศร กันเถอะ! เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร เรดเวลเวทสมูทตี้ สรรพคุณ ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้สดชื่น โดยส่วนประกอบและวิธีทำ ดังนี้ ส่วนประกอบ – กระเจี๊ยบ 1 ถ้วย – บีทรูทหรือผลไม้สีแดง 1/2 ถ้วย – มะนาว 1 ช้อนชา – น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ หรือตามชอบ – โยเกิร์ตตามชอบ วิธีทำ 1. นำกลีบกระเจี๊ยบแดงมาล้างให้สะอาด และหั่นบีทรูท หรือผลไม้อื่นๆ แช่แข็ง ให้เป็นชิ้นเล็กๆ 2. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำผึ้ง ตามชอบ ควรใส่แต่น้อย ไม่ควรให้ออกรสหวานมาก 3. นำไปปั่นให้ละเอียด ขั้นตอนนี้ถ้าใครที่ชอบน้ำแข็ง อาจจะใส่น้ำแข็งได้เล็กน้อย 4. ใส่แก้ว ตักโยเกิร์ตราดด้านบน หรือตกแต่งตามชอบ
อร่อย ถูกปากคนไทย! กิมจิ สูตรหมอประพจน์ แหล่งโปรไบโอติกส์ ชั้นยอดจากแดนโสม กิมจิ หรือ ผักดองเกาหลี เป็นอาหารอุดมไปด้วยวิตามิน และช่วยในการย่อยอาหาร กิมจิทำมาจากผักหลายชนิด แต่ที่เป็นหลักก็คือ พืชตระกูลผักกาด กับเครื่องเทศ ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ถือเป็นอาหารที่ นิตยสาร Health Magazine จัดให้เป็น 1 ใน 5 อาหารสุขภาพ และในเอกสารของพิพิธภัณฑ์กิมจิในโซล บอกว่า กิมจิมีมากกว่า 187 สูตร โดยจะแตกต่างกันตามถิ่นและสภาพอากาศ มีการศึกษาวิจัยของประเทศเกาหลีร่วมกับฝรั่งเศส ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส พบว่า อาหารพื้นบ้านของเกาหลีนี้อาจช่วยลดความรุนแรงในการเกิดโรคจากไวรัสได้ด้วย เพราะส่วนผสมต่างๆ ในกิมจิ ออกฤทธิ์ต่อ Nrf2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกลไกการอักเสบของร่างกายนั่นเอง ซึ่ง นายแพทย์ประพจน์ เภตรากาศ ผู้สนใจการดูแลสุขภาพ ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ได้พัฒนาสูตรกิมจิที่ถูกปากคนไทย และคงคุณค่าอาหารสุขภาพระดับโลก โดยเพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้นำสูตรและวิธีการทำมาฝาก ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. ผักกาดขาว 10 กิโลกรัม 2. กุยช่ายเขียว 3 กำมือ 3. กระเทียม 1 กิโลกรัม 4. ขิงพอประมาณ 5. พริกชี้ฟ้า 1/2 กิโลกรัม 6. ข้าวเหนี
กระท่อม เรื่องต้องรู้ ข้อดีมี ข้อเสียมาก ใช้แล้วมีฤทธิ์และผลข้างเคียงอย่างไร หนังสือ บันทึกของแผ่นดิน ๑๒ โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ กระท่อม ยาขยันพื้นบ้าน ไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุตอนหนึ่งว่า ช่วงเวลา 108 ปี (พ.ศ. 2440-2548) นับแต่ชาวต่างชาติมาพบการใช้กระท่อมของคนไทยและมาเลเซีย มีนักวิทยาศาสตร์นำไปศึกษาจนเกิดผลงานวิจัยถึงกว่า 60 ชิ้น ปัจจุบัน มีการศึกษาที่พบว่าสามารถจะนำสารสกัดจากกระท่อมไปพัฒนาเป็นยาแก้ปวดชนิดใหม่ในอนาคต ส่วนใหญ่เป็นผลงานการวิจัยของนักวิจัยอังกฤษและญี่ปุ่น ที่เห็นคุณค่าของกระท่อมในฐานะที่เป็นยา สำหรับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการใช้กระท่อมนั้น กระท่อม มีข้อเสีย คือ ทำให้ท้องผูก แต่แก้โดยกินร่วมกับใบชุมเห็ด หากกินกระท่อมมากไป จะทำให้เมา มึนหัว วิงเวียน ซึม หลับ ดื่มน้ำสักพักหรือกินอะไรเปรี้ยวๆ ก็จะหาย ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนลงไปเป็นประจำ จะทำให้มีกากใบของกระท่อมอยู่ในลำไส้ที่เรียกว่า ถุงท่อม และทำให้มีผิวเกรียมเพราะทนแดดมาก ไม่กลัวแดด แต่กลัวฝน เห็นฝนตั้งเค้าจะรู้สึกปวดเมื่อยขึ้นมาทันที เล่ากันว่า บางคนพายเรืออยู่ พอฝนตกก็โดดลงน้ำจมน้ำตายก็มี ผู้ที่ติดกระ
