สุขภาพ
นักวิทยาศาสตร์ไทยแนะ 9 ข้อปฏิบัติตัวป้องกันไวรัส-ฝุ่น เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ข้อปฏิบัติตัวป้องกันไวรัส – นอกจากสถานการณ์ทางการเมืองอันร้อนระอุที่ประชาชนต่างตื่นตัวและให้ความสนใจกันแล้ว สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ‘ไวรัสโควิด-19′ เอง ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องตามติดกันอยู่ เพราะถือเป็นโรคทึ่ต้องคอยเฝ้าระวังอย่างมากเลยทีเดียว ผู้รู้หลายๆ ท่าน ต่างออกมาแนะมาตรการรับมือกับไวรัสดังกล่าวกันหลากหลาย จนผู้เสพข่าวบางคนเกิดอาการวิตกกังวล จนไม่กล้าออกนอกบ้านกันเลยทีเดียว นายนำชัย ชีววิวรรธน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่วิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Namchai Chewawiwat” ถึงประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยแนะนำ 9 ข้อปฏิบัติตัวท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า “ผมไม่ตระหนก แต่เข้าโหมดปรับตัวรับความเสี่ยงจากโควิด-19 และฝุ่นอย่างเต็มที่ 1.ไม่เอาฝ่ามือเปล่าๆ จับลูกบิด ที่จับประตู แต่ใช้ท่อนแขนหรือตัวผลักประตู
หวั่นโควิด-19! สถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เตือนนักท่องเที่ยว เลี่ยงกินปลาดิบ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.เพจ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 在東京タイ王国大使館 โพสต์แจ้งเตือนเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ไว้ ซึ่งต่อมามีชาวเน็ตพากันแชร์ข้อความต่อกันเป็นจำนวนมาก ว่า “เชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ทนความร้อน และถูกทำลายได้ด้วยวิธีการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงแนะนำให้ (1) หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก และ (2) จัดการกับเนื้อสัตว์ดิบ นมดิบ หรืออวัยวะของสัตว์ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหารที่รับประทานสด ญี่ปุ่นมีการรับประทานปลาดิบ เนื้อสดกันเยอะ ช่วงนี้เลี่ยงการรับประทานปลาดิบ เนื้อสด ของดิบไปก่อนนะคะ”
NIA เผย 8 ปัจจัยเสี่ยงชีวอนามัยที่ต้องจับตา พร้อมหนุน “อนาคตศาสตร์” เตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงโลก NIA – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดยสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (IFI) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะด้านอนาคตศาสตร์ และช่วยคาดการณ์ทิศทางอนาคตของประเทศไทยในมิติต่างๆ ได้ทำการสำรวจข้อมูลจากหัวข้อการสัมมนา “Biosecurity in ASEAN 2030” ในงานประชุมนานาชาติ “Asia-Pacific Future Network Conference” ครั้งที่ 5 และวิเคราะห์แนวโน้มความปลอดภัยด้านชีวอนามัยของอาเซียนในปี 2030 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอาเซียนจะมีปัจจัยหลักสำคัญ 8 ประการที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทั้งทางด้านสุขภาพและสาธารณสุข และเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การแพทย์และสุขภาพ ภาคสังคมต้องสรรหาแนวทางรับมือ ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการสรรหาพลังงานทดแทนจากสิ่งใหม่ๆ จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะการระบาดของเชื้อโรค เช่น การนำขยะมาพัฒนาเป็นของใช้ที่อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีและเชื้อโรค การใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็นจนขาดความหลากหลายทางชีวภาพและความไม่สมดุล การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอา
ออกกำลังกายด้วยการ “เดิน” อย่างถูกวิธี มีประโยชน์กว่าที่คิด เดิน – การออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องวิ่ง หรือเล่นกีฬาต่างๆ เสมอไป เพราะ “การเดิน” ก็ถือเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่ทำให้เราสามารถมีสุขภาพที่ดีได้เหมือนกัน! เว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้เผยแพร่เกร็ดความรู้สุขภาพ ว่าด้วยเรื่อง อยากมีสุขภาพดี ให้เริ่มต้นด้วยการเดิน เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการเดิน มีประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยการเดินช้าๆ ประมาณ 3-5 นาที และเพิ่มความเร็วขึ้น จนเริ่มรู้สึกเหนื่อย หรือเดินให้ต่อเนื่องให้ได้ระยะทาง 2.5-3 กิโลเมตร หรือใช้เวลา 30 นาที หากลองทำให้ได้เป็นประจำ สัปดาห์ละ 3 วัน หรือเพิ่มได้เป็น 5-6 วันต่อสัปดาห์ หากทำได้ดังนี้ การเดินเพียง 1 ชั่วโมงต่อวัน จะลดโอกาสการเป็นโรคเบาหวานได้ถึง 34% หรือหากเดินเร็ว 1 ชั่วโมงต่อวัน นาน 3 เดือน ควบคู่กับการคุมอาหาร เครื่องดื่ม ลดน้ำหนักส่วนเกิน 7 กิโลกรัม และหากเดิน 10,000 ก้าวต่อวัน นาน 12 สัปดาห์ ลดความดันโลหิต 8-10 มิลลิเมตรปรอท เลยทีเดียว!
ประกาศให้ “COVID-19” เป็นโรคติดต่ออันตราย อนุทินยัน ไทยยังไม่เข้าสู่ระยะ 3 โควิด-19 – ที่เพจ กรมการแพทย์ ได้เผยแพร่ประกาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบในหลักการร่างประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ ยืนยันไทยยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 ยังไม่มีการระบาดของโรคในประเทศ บ่ายวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 โดยมีนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ เข้าร่วมการประชุม นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทยยัง
องค์การอนามัยโลก แนะ 8 ขั้นตอน ถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างถูกต้อง ล้างมือ – เพจ กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ วิธีการถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างถูกต้อง เพื่อสุขอนามัยที่ดี ที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยวิธีถูที่ถูกต้องมีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ได้แก่ กดปริมาณเจล ให้เพียงพอต่อการถูที่มือทั้งสองข้าง 2. ถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน 3. ถูหลังมือซ้ายด้วยฝ่ามือขวา และประสานนิ้วเข้าไปถูในซอกนิ้ว จากนั้นทำสลับข้าง 4. ถูฝ่ามือและซอกนิ้วด้านในฝ่ามือ ด้วยนิ้วมือที่ประสานกัน 5. กำมือข้างหนึ่ง และใช้หลังนิ้วถูที่ฝ่ามืออีกข้าง 6. ถูหัวแม่มือข้างซ้ายโดยใช้ฝ่ามือข้างขวาที่ประสานกัน กำรอบนิ้วแล้วหมุนวน จากนั้นทำสลับกับนิ้วหัวแม่มืออีกข้าง 7. ถูฝ่ามือซ้ายด้วยนิ้วมือขวาที่ประสานกัน ถูวนไปข้างหลังและข้างหน้า ทำสลับกันทั้งสองข้าง 8. การถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์จนแห้ง นอกจากจะช่วยให้มือสะอาดแล้ว ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงในการติดโรคได้
เปิด 7 โรคต้องระวัง ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน เสี่ยงติดเชื้อโรคติดต่อได้ ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน – รู้หรือไม่! การดื่มน้ำแก้วเดียวกัน สามารถแพร่เชื้อหรือติดโรคติดต่อได้มากถึง 7 โรคเลยทีเดียว!! The Thai Red Cross Society ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้ เกี่ยวกับโรคที่สามารถติดต่อกันได้ จากการดื่มน้ำแก้วเดียวกัน โดย 7 โรคที่ว่า มีดังนี้ โรคโมโนนิวคลิโอซิส (โรคจากเชื้อ EBV หรือ CMV) 2. โรคเริมที่ริมฝีปาก 3. โรคมือเท้าปาก รวมถึงโรค เฮอแปงไจนา 4. โรคไวรัสตับอักเสบ A และ E 5. โรคหัด 6. โรคคางทูม 7. โรคไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดจากเชื้ออื่นๆ ดังนั้นแล้ว การดื่มน้ำ จึงไม่ควรใช้แก้วหรือหลอดเดียวกัน ถือเป็นเรื่องที่ดีทั้งตัวเราเองและคนอื่นนะคะ
กรมควบคุมโรค แนะ 4 วิธี จัดร้านอาหารให้ปลอดเชื้อไวรัส กรมควบคุมโรค – เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิก ในการจัดร้านอาหารให้ปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ไวรัสอู่ฮั่น โดยมีขั้นตอนเพียง 4 ข้อที่ทำได้ง่ายๆ ดังนี้
เปิดวิธีสังเกต “ยาเสื่อมคุณภาพ” ตรวจสอบเองได้ ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน ยาเสื่อมคุณภาพ – หลายครั้งหลายคราที่ยาสามัญประจำบ้านที่เก็บไว้ใช้ยามป่วยไข้ ถูกเก็บไว้นานจนลืม พอจะนำมาใช้ทีก็ดันหมดอายุไปเสียอย่างนั้น เว็บไซต์ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์ ได้แนะนำวิธีการตรวจสอบคุณภาพยาอย่างง่ายที่สามารถทำได้เอง เพื่อสังเกตยาเสื่อมสภาพ ไว้ดังนี้ ยาที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิต สังเกตได้จากวันหมดอายุที่ระบุไว้บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ เช่น ที่แผงยา ซองยา เป็นต้น กรณีที่ระบุเฉพาะเดือนและปีที่หมดอายุ วันหมดอายุจะเป็นวันสุดท้ายของเดือน ยาแบ่งบรรจุล่วงหน้า (pre-pack) จะมีอายุการใช้งาน 1 ปี นับจากวันที่แบ่งบรรจุ ยาน้ำที่ยังไม่ได้เปิดใช้ มีอายุ 3 ปีนับจากวันผลิต ยาน้ำที่มีสารกันเสียทั้งชนิดรับประทานและใช้ภายนอก หากเปิดใช้แล้วมีอายุไม่เกิน 6 เดือน การเก็บรักษายาจะต่างกันไปตามที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด ยาปฏิชีวนะชนิดผงแห้ง โดยทั่วไปหลังผสมจะมีอายุได้ 7 วัน หากเก็บที่อุณหภูมิห้อง และ 14 วัน หากเก็บในตู้เย็น เนื่องจากไม่มีสารกันเสีย ยาน้ำเชื่อม หลังเปิดใช้ควรเก็บไว้ไม่เกิน 1 เดือน และเก็บที่อุณหภ
รู้ไว้ใช่ว่า “ยาดม” ใช้ผิดวิธี มีอันตรายต่อปอด ยาดม – “ยาดม” สินค้าประเภทยาใช้ภายนอก ที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการคัดจมูก บางคนใช้เมื่อมีอาการวิงเวียนศีรษะ หรือโดนยุงกัด เรียกว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ที่คนไทยมักพกติดตัวกันทุกคน นอกจากนั้น ยาดมยังเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าไทยที่ชาวต่างชาติ มักซื้อกลับไปเป็นของฝาก แต่การใช้ยาดม ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน FDATHAI ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิกเกี่ยวกับการใช้ยาดมอย่างถูกวิธี เพราะในยาดม มีส่วนประกอบจำพวกเมนทอล การบูร พิมเสน และน้ำมันหอมระเหยเป็นหลัก ที่ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด และทำให้รู้สึกสดชื่น โดยวิธีใช้ยาดมที่ถูกต้อง คือการสูดดมใกล้ๆ แต่ไม่สัมผัสโดยตรง เช่น การนำยาดมใส่เข้าไปในช่องจมูก ในกรณีที่ยาดมเป็นแบบขี้ผึ้งหรือแบบน้ำ ควรป้ายใส่ผ้า หรือทาบางๆ บริเวณหน้าอกแล้วสูดดมไอระเหย อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการให้ผู้อื่นยืมยาดม เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ หากเป็นโรคโพรงจมูกอยู่ เช่น โพรงจมูกอักเสบจากการแพ้ ติดเชื้อในโพรงจมูก ไซนัสอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาดม เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น นอกจากนั้น
