สุขภาพ
4 ขั้นตอนทำ “หน้ากากผ้า” ด้วยตัวเอง ซักง่าย ใช้สะดวก หน้ากากผ้า – ประเทศไทย เผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ อย่าง ฝุ่น PM2.5 และไวรัสอู่ฮั่นระบาดมาแรมเดือน จึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “หน้ากากอนามัย” และ เจลล้างมือ ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิต ประชาชน รวมถึงร้านค้าบางแห่ง พากันหาซื้อหน้ากากและเจลล้างมือมากักตุน จนทำให้เกิดสภาวะ “สินค้าขาดตลาด” กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ภาพอินโฟกราฟิก การทำหน้ากากอนามัยด้วยตัวเอง โดยขั้นตอนการทำหน้ากากอนามัย มี 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ 1. นำผ้า เช่น ผ้ายืด ผ้าสาลูหรือผ้าฝ้าย มาตัดเย็บ โดยขนาดของผ้ากว้าง-ยาวประมาณ 15 ซม. (สี่เหลี่ยมจัตุรัส) 2. ให้ผ้ามีความหนา อย่างน้อย 3 ชั้น และจับจีบขนาดประมาณ 3 ซม. 3. ตรงกลางผืนผ้า ติดยางยืดสำหรับคล้องใบหูทั้ง 2 ข้าง 4. ความยาวของยางยืด ปรับตามขนาดใบหน้าของผู้สวมใส่ ข้อดีของหน้ากากผ้า นอกจากจะทำใช้เองและประหยัดเงินแล้ว สามารถนำไปซักและนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายรอบ ไม่ต้องไปเสียเงินโดนโก่งราคาหน้ากากอีกด้วย
“มะนาว” ไม้ผลริมรั้ว ประโยชน์สารพัด ทั้งดับกลิ่นตัว ช่วยให้รักแร้ขาว คุณวันชัย นนทวรรณธนะ ชาวบ้านย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรี แต่ปลูกมะนาวอยู่ที่บ้านทุ่งมะเซอย่อ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าเคล็ดที่ไม่ลับให้ฟังว่า สมัยเป็นเด็ก มักถูกเพื่อนล้อว่า รักแร้ดำ จนวันหนึ่งญาติๆ กันแนะนำให้ใช้มะนาวผ่าแล้วทา ทดลองทำดู ครั้งแรกแสบมาก ต่อมาชิน จึงทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลที่ตามมานั้น รักแร้ขาว ขนแทบไม่ขึ้นเลย กลิ่นก็บางเบาแทบไม่มี ด้วยเหตุนี้ตนจึงใช้มะนาวมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ อายุ 50 ปีเศษแล้ว “ผมใช้มะนาว โดยไม่ใช้อย่างอื่น เพื่อนคนที่ล้อผม ตอนนี้มันมีลูกมีผัว ปล่อยตัว ใส่เสื้อคอกระเช้า เวลายกแขน รักแร้ดำปื้อเลย ช่วงมะนาวมีมาก ใช้ทุกวัน แต่มะนาวมีน้อยอาจจะเว้นหน่อย เพราะแม่บ้านบ่น แต่ผมก็ปลูกมะนาวไว้หลายไร่” คุณวันชัย บอก
‘อภัยภูเบศร’ แนะ 5 สมุนไพรทางเลือกสู้ฝุ่น PM2.5 1. หญ้าดอกขาว มีผลการวิจัยรองรับ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการศึกษาผลต่อ PM2.5 โดยตรงก็สามารถประยุกต์จากองค์ความรู้ที่มีปัจจุบันและประสบการณ์การใช้ของหมอพื้นบ้าน ในงานวิจัยพบว่า สารสกัดหญ้าดอกขาวความเข้มข้น 10.09% มีฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูที่ได้รับนิโคตินเป็นเวลายาวนานกว่า 6 เดือน พบว่าช่วยฟื้นฟูพยาธิสภาพของปอดให้กลับมาเป็นปกติได้ อีกทั้งยังมีการศึกษาว่าช่วยลดคาร์บอนมอนอกไซด์ที่คั่งค้างในปอด และลดการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งปอดได้ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ในสถานการณ์ที่เราไม่สามาถหลีกเลี่ยงจาก PM2.5 ได้ 2.ขมิ้นชัน ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นเรื่องลดอักเสบ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระสูง มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน ผลการศึกษาพบว่า ขมิ้นชันมีผลในการปกป้องระบบหัวใจ หลอดเลือด และปอดได้ รับประทานได้ตามขนาดปกติ คือ 2 แคปซูลหลังอาหาร วันละ 2-3 ครั้ง 3. รางจืด ราชายาแก้พิษ เป็นอีกชื่อของรางจืด ด้วยความที่มีฤทธิ์โดดเด่นเรื่องการล้างพิษ แก้พิษ ลดอาการแพ้ และต้านอนุมูลอิสระ ผลการศึกษาพบว่า รางจืดสามารถปกป้องอวัยวะจากสารพิษโลหะหนักได้ (ซึ่งในฝ
เช็กด่วน! 5 อาการเฝ้าระวัง โรคปอดอักเสบรุนแรง จากเชื้อไวรัสอู่ฮั่น เชื้อไวรัสอู่ฮั่น – มลพิษทางอากาศในปัจจุบัน นอกจาก PM2.5 แล้ว โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หรือ ไวรัสอู่ฮั่น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน แม้สถานการณ์ข่าวรายงานให้รับรู้เป็นระยะ แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบ ว่าอาการแบบไหนที่เข้าข่ายโรคที่ว่า เพจ The Thai Red Cross Society ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้ 5 อาการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเมืองอู่ฮั่นไว้ดังนี้
แจกสูตร “ชารางจืด” สมุนไพรล้างมลพิษ แถมช่วยแก้ร้อนในร่างกาย รางจืด – เป็นที่รู้กันดีว่า รางจืด คือราชาสมุนไพรที่ใช้แก้พิษ อีกทั้งมีสรรพคุณช่วยล้างพิษในร่างกายจากมลพิษ สารเคมีตกค้าง ยาฆ่าแมลง ถอนพิษเฉียบพลัน และยังช่วยแก้ไข้ แก้ร้อนในด้วย แถมช่วงนี้มลพิษทางอากาศก็เยอะ ส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้เจ็บป่วยกันง่าย เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร จึงนำสูตร ชารางจืด มาแจกให้ได้ทำทานล้างพิษกัน โดยขั้นแรก ให้นำใบรางจืดมาล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นฝอยแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง เมื่อใบรางจืดตากแห้งดีแล้ว ให้เก็บใส่ภาชนะที่แห้ง ปิดให้สนิท แล้วเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง เมื่อจะนำมาต้มดื่ม ให้ตักใบรางจืดฝอยเพียง 1-2 ช้อนชา แล้วนำมาต้มในน้ำเดือด 250-300 มิลลิลิตร ประมาณ 10 นาที เมื่อน้ำเดือดทิ้งไว้ให้อุ่นสักครู่แล้วจึงเทดื่ม เนื่องจากเป็นยาเย็น แนะนำไม่ควรทานติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยทาน 1 วันต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ อีกทั้งผู้ป่วยที่ทานยาอื่นและเป็นโรคเบาหวาน ควรระมัดระวังในการดื่ม เพราะรางจืดมีคุณสมบัติ ขับพิษ ช่วยลดน้ำตาล อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ หรือยาที่ใช้รักษาโรคเสื่อมประสิทธิภาพลงได้
แพทย์ผิวหนังเตือน ฝุ่น PM2.5 อันตรายต่อผู้ป่วยผิวหนัง เสี่ยงโรคกำเริบได้ ฝุ่น – กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ชี้ฝุ่นละอองในอากาศเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นทั่วโลกและกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย โดยพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐานทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัด ฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากนี้นอกจากจะทำให้มีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ และหลอดเลือดแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผิวหนังด้วยเช่นกัน นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า ฝุ่นละอองในอากาศเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นทั่วโลกและกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย โดยพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัด ซึ่งนอกจากจะทำให้มีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ และหลอดเลือดแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผิวหนังด้วยเช่นกัน ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่างๆ และนำพาเข้าสู่ผิวหนัง มีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง และทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติไป ทั้งในด้านกลไกการป้องกันของผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมภายนอกและการซ่อมแซมผิวหนัง ก
อนุทิน ติวเข้ม แพทย์รัฐ-เอกชน รับมือโรคปอดอักเสบโคโรนาไวรัส โรคปอดอักเสบ – เมื่อวานนี้ (17 มกราคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อม กรณีโรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Novel Coronavirus 2019)โดยมีแพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุขจากส่วนกลาง และโรงพยาบาลเอกชน เข้าร่วมกว่า 300 คน และบุคลากรทางการแพทย์จาก 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ร่วมประชุมทางไกลผ่านเว็บลิงก์ของกรมการแพทย์ นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้าประเทศผ่านผู้เดินทางที่มาจากเมืองอู่ฮั่น ปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยวันละ 1,200-1,400 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในช่วงตรุษจีนสัปดาห์หน้า จึงต้องเข้มข้นการเฝ้าระวังตามมาตรฐานสากล ตรวจคัดกรองเป็นพิเศษ โดยเพิ่มการคัดกรองในสนามบินอีก 1 แห่งคือ สนามบินกระบี่ (จากเดิม 4 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต) รวมทั้งเพิ่มจำนวนบุคลากรตามสัดส่วนนักท่องเที่ย
อภัยภูเบศร แจกสูตร “โยเกิร์ตขมิ้นชัน” เมนูเด็ด ช่วยดูแลลำไส้ มีมาให้ติดตามกันอีกแล้ว สำหรับสูตรต่างๆ ใช้ดูแลสุขภาพ โดย เพจสมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แชร์สูตร “โยเกิร์ตขมิ้นชัน เมนูเด็ดดูแลลำไส้ รับประทานได้ทั้งครอบครัว” ไว้ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. นมสดรสจืด หรือหวาน 1 ลิตร 2. ขมิ้นชันสด 1 ถ้วยตวง หั่นเต๋าหรือชิ้นเล็กๆ ตามชอบ 3. โยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง 4. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง วิธีทำ 1. นำนมสดตั้งไฟให้เดือดแล้วยกลง 2. รอนมอุ่น (ประมาณ 40 องศาเซลเซียส) จึงใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่เตรียมไว้ลงไป 3. ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง นานประมาณ 8-10 ชั่วโมง 4. เตรียมขมิ้นชันเชื่อม โดยนำเนื้อขมิ้นชัน ไปเคี่ยวกับน้ำตาลที่เตรียมไว้ เติมน้ำเล็กน้อย เคี่ยวจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น (ความหวานปรับได้ตามชอบ) วิธีรับประทาน นำโยเกิร์ตโฮมเมดที่ได้ รับประทานคู่กับขมิ้นชันที่เคี่ยวกับน้ำตาล อาจเพิ่มน้ำผึ้งเพื่อให้ได้ความหอม สามารถปรับโดยการใช้ขมิ้นชัน เคี่ยวกับน้ำผึ้งแทนได้ ลองทำรับประทานกันดูนะคะ https://www.facebook.com/abhaiherb/photos/a.136960229702
“ขมิ้นชัน” ฮีโร่พิทักษ์หัวใจและหลอดเลือด จาก PM2.5 ฝุ่น PM2.5 – ในช่วงนี้อากาศเย็นๆ เหมือนจะมีหมอกในตอนเช้า แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือ ฝุ่น PM2.5 ที่กลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่าต้องส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งทำงานสัมพันธ์กันกับระบบภูมิคุ้มกันของคนเรา ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวทางระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และหลอดเลือด ถือเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่ต้องหลีกเลี่ยงมลพิษ PM2.5 เพื่อป้องกันการกำเริบของโรค ที่เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า ในต่างประเทศมีความสนใจในการทำวิจัยสมุนไพรไทยอย่าง “ขมิ้นชัน” เป็นอย่างมาก โดยในปี 2012 ได้มีการตีพิมพ์ในวารสารชื่อดัง โดยสรุปได้ใจความว่า การได้รับสาร curcumin ที่เป็นสารสำคัญในขมิ้นชัน สามารถช่วยปกป้องระบบหัวใจหลอดเลือด-ปอด จากการสูดดมมลพิษจากเครื่องยนต์ดีเซล อันเป็นแหล่งกำเนิดหลักที่สร้าง PM2.5 ให้กับสิ่งแวดล้อมได้ โดยจะช่วยลดการอักเสบและลดความไวต่อการตอบสนองปฏิกิริยาภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจ ปกป้องเซลล์ทางเดินหายใจ ลดการอักเสบของระบบหลอดเลือดโดยรวม และในปี 2017 มีอีกการศึกษาที่ยืนยันว่า การได้รับขมิ้นชันก
หมอแล็บแพนด้า แนะ 7 วิธีป้องกันตัว จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ – เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่โซเชียลให้ความสนใจกันอยู่ในขณะนี้ กับประเด็นเรื่องเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีการนำเสนอข่าวออกมาว่า พบผู้ติดเชื้อเป็นรายแรกในประเทศไทย ซึ่งผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวได้เดินทางมาจากประเทศจีน แม้ว่าจะพบผู้ติดเชื้อ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขบ้านเราก็ยังยืนยันว่า ประเทศไทย ยังไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ว่านี้แต่อย่างใด เพราะยังไม่เจอเคสที่เชื้อไวรัสติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่สงสัยว่าอาจจะติดต่อมาจากสัตว์สู่คน เพราะทุกคนที่ป่วย มีประวัติเคยไปตลาดค้าสัตว์แปลกๆ นานาชนิดแหล่งใหญ่ในเมืองอู่ฮั่นนั่นเอง ในการจะติดเชื้อไวรัสตัวนี้มาได้ ความเป็นไปได้คือการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่เพจ หมอแล็บแพนด้า ได้แนะนำวิธีการรับมือและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เอาไว้ดังนี้ 1. ระหว่างเดินทางในต่างประเทศ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด มลภาวะเป็นพิษ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอ หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน 2. หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค
