สุขภาพ
ฤทธิ์ร้าย ฝุ่นจิ๋ว! PM2.5 ไม่ได้ทำร้ายแค่ ปอด แต่เพิ่มความเสี่ยง เส้นเลือดหัวใจอุดตัน ด้วย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา บรรยากาศทึมเทาเหมือนฤดูหนาว แต่จริงๆ แล้วนั่นคือ ฝุ่น PM2.5 ที่ปกคลุมชั้นบรรยากาศ ทำให้หลายคนเกิดอาการหายใจไม่สะดวก คันตามร่างกาย ตาแดง ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งหลายคนอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่า ฝุ่น PM2.5 นั้น หากสูดดมเข้าไปมากๆ จะส่งผลเสียต่อปอด เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha เกี่ยวกับอันตรายจาก ฝุ่น PM2.5 ที่นอกจากจะส่งผลต่อปอดแล้วยังส่งผลต่อหัวใจด้วย โดยระบุว่า “ฝุ่นจิ๋วพิษเจอไม่นาน…หัวใจวาย” เจอฝุ่นจิ๋วพิษ 2.5 และจิ๋วใหญ่ PM10 กับไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เพียงแค่วันถึงสองวันโอกาสเสี่ยงตายสูงจากเส้นเลือดหัวใจตัน (acute MI) เป็นการรายงานในวารสารของสมาคมโรคหัวใจ (Journal of American College of Cardiology) วันที่ 26 มกราคม 2021 รวมทั้งบทบรรณาธิการ ทั้งนี้ ทุกๆ ปริมาณของฝุ่นเล็กจิ๋วและจิ๋วใหญ่ที่เพิ่ม
จะดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อ PM2.5 ของไทย ขึ้นอันดับต้นของโลก “เมืองฝุ่นเยอะที่สุด” ผ่านมา 3 วัน ที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 150 ไมโครกรัม ถือว่าเป็นเมืองอันดับต้นๆ ของโลกที่มีค่าฝุ่นเกินกว่าค่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ตลอด 3 วันมานี้ มีการพูดถึงปัญหา วิธีการจัดการ และการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมากมาย เมื่อค่าฝุ่นมีปริณมาณสูงจะส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายด้าน ทั้งเรื่องของทางเดินหายใจและปอดจะเกิดอาการระคายเคือง ไอ จาม มีเสมหะ หากสูดดมมากเกินไปก็ก่อให้เกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้ ยังรวมถึงภัยต่อหัวใจ ภัยต่อสมอง ทั้งหมดนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ วิธีการหลีกเลี่ยงฝุ่น ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการสูดดมฝุ่น PM2.5 หากจำเป็นต้องออกข้างนอกหรือในพื้นที่ที่มีปริมาณค่าฝุ่นสูงควรใส่หน้ากาก N95 หรือแมสก์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หากอยู่ในบ้านก็สามารถหาต้นไม้ฟอกอากาศที่ใช้งบประมาณไม่สูงมาทดแทนชั่วคราวได้ หรือกรณีที่มีปัจจัยที่เหมาะสม เครื่องฟอกอากาศ ก็เป็นวิธีการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพที่จะพ
“ไอ-มีเสมหะ” อาการป่วยเมื่ออากาศเปลี่ยน รับมือได้ด้วย 6 สมุนไพรในครัว ผักสวนครัวแก้ไอ – อากาศบ้านเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เผลอๆ ฝนก็ตกหลงฤดู ทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน ส่งผลให้เกิดอาการไอ เจ็บคอ มีเสมหะ บางคนก็เสียเงินซื้อยากันเยอะกว่าค่าข้าวแต่ละมื้อเสียอีก เว็บไซต์ ชีวิตดีดี ได้เผยแพร่บทความสุขภาพเกี่ยวกับ 6 ผัก-ผลไม้ ที่สามาถช่วยบรรเทาอาการไอและขับเสมหะได้ โดยเป็นผัก-ผลไม้ใกล้ตัวที่หาซื้อง่ายๆ แถมราคาไม่แพงมากด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น เลื่อนอ่านข้างล่างได้เลย 1. มะนาว (Lime) เป็นที่ทราบกันดี ถึงสรรพคุณทางยาของเจ้าผักสวนครัวรสเปรี้ยวตัวนี้ เพราะเมื่อเวลาไอหรือเจ็บคอ ใครๆ ก็แนะนำให้ดื่มน้ำมะนาวอุ่น หรือ น้ำผึ้งผสมมะนาว ทั้งนั้น เพราะในมะนาวยังมี กรดซิตริก (citric acid) ที่นอกจากสรรพคุณลดการอักเสบ ช่วยกำจัดเชื้อโรคที่ทำให้เจ็บคอแล้ว ยังมีฤทธิ์ลดไข้ แก้กระหายน้ำด้วย เมื่อชงดื่มร่วมกับน้ำอุ่น จะช่วยละลายเสมหะได้ สูตรมะนาวแก้ไอ ให้คั้นน้ำมะนาว ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับเกลือ หรือละลายในน้ำอุ่นเล็กน้อย และจิบบ่อย ๆ 2. ขิง (Ginger) งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่า สารประกอบ
หยิบ สมุนไพรในครัว มาทำ กระเทียมน้ำเชื่อม ทานช่วงอากาศเปลี่ยน ช่วยขับเสมหะ-ขับเหงื่อ ปัจจุบัน อากาศเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว จนร่างกายปรับสมดุลกันไม่ทัน ทำให้หลายคนป่วยเอาได้ง่ายๆ เพจ อภัยภูเบศร จึงได้แจกสูตร กระเทียมน้ำเชื่อม ไว้ให้ประชาชนได้ทำทาน บำรุงร่างกาย ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ และขับเหงื่อ โดยสูตรทำได้ ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. กระเทียมสด 1/2 กิโลกรัม 2. น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม 1 ถ้วยแก้ว วิธีทำ 1. ล้างกระเทียมให้สะอาด ทุบพอแตก แล้วนำไปบรรจุในขวดโหล 2. เติมน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมลงไป ปิดฝาให้สนิท แช่ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ วิธีใช้ รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1/2 ช้อนโต๊ะ
เครปไข่ขาวโยเกิร์ตมิกซ์เบอร์รี่ เมนูอร่อยสุดเฮลตี้ รีไทร์ความอ่อนล้า สตาร์ตปีหน้า ด้วยสุขภาพดี สำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ คนไทยจำนวนไม่น้อย คงตั้งปณิธานที่จะหันมารักสุขภาพและใส่ใจดูแลตนเองกันมากขึ้น หลังจากที่ใช้ร่างกายไปกับการทำงานหนัก และอีกหลากหลายบทบาทหน้าที่ในชีวิต ที่ทำให้เหนื่อยล้าไม่น้อย รพ. วิมุต จึงชวนคนไทยหันมาใส่ใจตนเอง พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีรับปีใหม่ โดยเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่า เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ผ่านนักกำหนดอาหารวิชาชีพ รพ.วิมุต ณัฐมนฑน์ จิรวัฒนาวงษ์ กับเมนูอร่อยและทำได้ง่ายมาก “เครปไข่ขาว เสิร์ฟพร้อมโยเกิร์ตและมิกซ์เบอร์รี่” ซึ่งเป็นเมนูแสนอร่อยสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งยังทำง่าย พร้อมเป็นเมนูสุดครีเอตที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงสามารถชวนกันทำเสิร์ฟในงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีได้อย่างสนุกสนานไม่ยุ่งยาก แถมยังไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะเป็นเมนูคลีนเพื่อสุขภาพ ให้พลังงานต่อ 1 ที่เพียง 110 แคลอรี เหมาะสำหรับการเป็นของว่างแสนอร่อยสำหรับคนรักเครปที่ชอบดูแลสุขภาพ สูตรเครปไข่
ยอดผู้ติดเชื้อกลับมาพุ่ง! จะกิน ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโควิด แบบแคปซูล-ผง กินยังไง? หลังจากที่ประเทศไทย มีการประกาศให้ โควิด-19 กลายเป็น โรคประจำถิ่น ไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา เนื่องจากแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตลดลง แต่เหมือนจะสบายใจได้เพียงไม่นาน เพราะจำนวนผู้เสียชีวิตกลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ทำให้ประชาชนกลับมาตื่นตัว เริ่มหาซื้อสินค้าและยาที่เกี่ยวข้อง อย่าง ฟ้าทะลายโจร อีกครั้ง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำวิธีการ ทานยาฟ้าทะลายโจร แบบแคปซูล และ แบบผง ผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat โดยระบุข้อความ พร้อมแนบภาพประกอบ ดังนี้ ทานฟ้าทะลายโจรตามที่กระทรวงสาธารณสุข อย. แนะนำ – ต้องเริ่มทาน เมื่อมีอาการเลย เช่นเดียวกับยาต้านไวรัสทุกชนิด – และแต่ละยี่ห้อจะกิน ต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวออกฤทธิ์ มีมากน้อยเท่าใด ข้อควรระวัง – เอทีเคขึ้นสองขีดช้า หรือไม่ขึ้นได้ (แม้แต่ อย. สหรัฐเอง ก็ประกาศเตือนเช่นกัน) – และเมื่อเหลือขีดเดียวแล้วยังมีเชื้อแพร่ได้ ทางห้องปฏิบ
ใครชอบถั่วเหลือง ชวนทำ นมถั่วเหลืองสมุนไพร ทานบำรุงโลหิต ลดอาการร้อนวูบวาบ แถมทำขายได้ด้วย ถั่วเหลือง นับว่าเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้ง 5 หมู่ หากเป็นถั่วเหลืองเมล็ดแก่จัด มักนิยมนำมาทำ นมถั่วเหลือง หรือ น้ำเต้าหู้ ทานกัน เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร “นมถั่วเหลืองสมุนไพร” ลดอาการร้อนวูบวาบ แก้อาการวัยทอง ทั้งยังช่วยบำรุงโลหิต มาฝากกัน ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม 2. เกลือป่น 1 ช้อนชา 3. น้ำสะอาด 32 ถ้วย (ประมาณ 8 ลิตร) 4. น้ำเชื่อมสมุนไพร เช่น รากสามสิบ คําฝอย ฝาง ขั้นตอนและวิธีทำ 1. นำถั่วเหลืองล้างให้สะอาด (เมล็ดที่เสียจะลอยน้ำคัดทิ้ง) 2. นำไปแช่ในน้ำสะอาดประมาณ 1 คืน หรือแช่ในน้ำร้อนจนถั่วเหลืองพองตัว ล้างและกรองเอาแต่ถั่วเหลือง 3. ปั่นให้ละเอียด คั้นกรองเอาแต่น้ำถั่วเหลือง 4. ยกหม้อขึ้นตั้งไฟ (ใส่ใบเตยเพื่อดับกลิ่นสาบถั่วเหลือง) ต้มด้วยไฟกลางควบคุมความร้อน ต้มให้ถั่วเหลืองร้อน แต่ไม่เดือด ใช้เวลา 30-40 นาที ต้องหมั่นคนอยู่ตลอดเวลา 5. เมื่อถั่วเหลืองสุกแล้ว ใส่เกลือ ปิดไฟ เติมน้ำเชื่อมสมุนไพร ชิมรสตามชอบ
เปิดสูตร กระจับผัดพริกเผา ยาบำรุงจากทุ่งน้ำ แถมช่วยคลายเครียด กระจับ พืชน้ำที่มีลักษณะเป็น กอลอยน้ำ ชอบน้ำนิ่ง มีรากหยั่งยึดดินและมีไหล ส่วนที่เป็นเขาโค้ง 2 ข้าง คือ ผลหรือฝักกระจับมีสีดำขนาดใหญ่ ที่เจริญมาจากกลีบเลี้ยง มีเปลือกหนา แข็งงอโค้งคล้ายกับ เขาควาย เมื่อกะเทาะเปลือกนอกที่แข็งออก จะได้เนื้อในสีขาว มีแป้งมาก จึงนิยมนำฝักกระจับมารับประทาน เนื้อของฝักกระจับ สามารถนำเอามาทำอาหารได้มากมาย ทั้งหวาน-คาว อีกทั้งสรรพคุณของกระจับ ยังช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงครรภ์ บำรุงน้ำนม รวมถึงมีการศึกษาวิจัยเบื้องต้น พบว่า กระจับยังอาจมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำรุงสมอง รวมถึงช่วยคลายเครียดได้ด้วย ซึ่งในวันนี้ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้มาแจกสูตร กระจับผัดพริกเผา ให้ทำรับประทานกัน ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ 3. เนื้อหมูสับ 100 กรัม 4. กระจับ 100 กรัม 5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 7. น้ำสะอาด 2-3 ช้อนโต๊ะ 8. พริกชี้ฟ้า 2-3 เม็ด 9. ต้นหอม หั่นซอยสั้น 2 ต้น 10. น้ำมันพืช (ใช้สำหรับการผัด) 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะ
ชงดื่มแล้วอย่าทิ้ง! กากกาแฟ เอามาทำ สครับขัดผิว ง่ายๆ ด้วยสูตรนี้ สาวๆ คนไหนชอบขัดผิว อย่าเลื่อนผ่าน เพราะงานผิวกำลังมา!! เมื่อ เพจสมุนไพรอภัยภูเบศร แจกสูตร “สครับกาแฟ” มีสรรพคุณช่วยให้ผิวนุ่ม เผยผิวกระจ่างใส ขจัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน พร้อมให้ความชุ่มชื้น นอกจากนี้ กาเฟอีนในกาแฟยังช่วยขจัดเซลลูไลต์ได้อีกด้วย ส่วนผสม กากกาแฟ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดงหรือเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำกากกาแฟ น้ำตาลทรายแดงหรือเกลือ และน้ำมันมะพร้าว ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน เก็บใส่ขวดโหลที่อากาศเข้าไม่ได้ นำมาใช้ขัดผิวได้ทุกวัน หรือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ที่มา เพจสมุนไพรอภัยภูเบศร
เปิด 2 ปัจจัยหลัก มะเร็งเต้านม สาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับต้นๆ ของผู้หญิง “เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก…” วรรคทองที่โดนใจสาวๆ ทุกวัยอย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับไม่ใช่แค่มิติทางสังคมเท่านั้นที่ผู้หญิงอาจใช้ชีวิตได้ยากกว่าผู้ชาย เพราะในแวดวงการแพทย์ก็ยังเป็นที่ยอมรับเช่นกันว่า ร่างกายผู้หญิงนั้นซับซ้อนและดูแลยากกว่าผู้ชายหลายเท่า และหนึ่งในโรคที่มักพบในหมู่สาวๆ และดูจะเป็นเรื่องไกลตัวของหนุ่มๆ จนแทบไม่มีใครเคยนึกถึงก็คือ มะเร็งเต้านม สาเหตุที่ยากจะฟันธงของมะเร็งเต้านม สาเหตุที่แน่ชัดของโรคมะเร็งส่วนใหญ่ยังเป็นเรื่องที่การแพทย์ยังไม่สามารถระบุแบบเฉพาะเจาะจงได้ 100% ซึ่งมะเร็งเต้านมก็เช่นกัน “แต่เราสามารถอธิบายถึงปัจจัยบางข้อที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมได้” ผศ.นพ.ธงชัย ศุกรโยธิน ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านมะเร็งเต้านม ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต อธิบาย “เราอาจแบ่งปัจจัยเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) ปัจจัยภายในของตัวผู้ป่วย ซึ่งก็อย่างที่ทราบกัน คือเพศหญิงมีปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าเพศชาย เพราะพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่เป็นผู้ชายเพียง 1%
