Featured
กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก เมื่อแฟนๆ รายการอาหารชื่อดังต่างเซอร์ไพรส์กับการปรากฏตัวบนหน้าจอซีรีส์ของ “เชฟอิน็อค” (Enoch Teo) เชฟชาวสิงคโปร์สุดฮอต ผู้เข้าแข่งขันจากรายการ Top Chef Thailand 2023 และ The Next Iron Chef Thailand Season 2 ล่าสุดกับการพลิกบทบาทมารับงานแสดงเรื่องแรกในซีรีส์ดราม่ากฎหมายสุดเข้มข้นเรื่อง ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) บน Netflix โดยเชฟอิน็อคได้รับบทเป็น “Andy (แอนดี้)” นักธุรกิจทุนจีนสายเทา ที่แสดงออกมาได้ดีมากจนได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลาม ซึ่งผู้ชมและนักวิจารณ์ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาสามารถ “ตีบทแตก” ถ่ายทอดอินเนอร์ความเจ้าเล่ห์ สร้างคาริสมา และสามารถคีพคาแรกเตอร์มาดความร้ายของตัวละครแอนดี้ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนแทบไม่เหลือคราบของเชฟอารมณ์ดีเลยทีเดียว ทำความรู้จักกับเชฟ เชฟอิน็อคเริ่มต้นก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอาหารตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ที่ประเทศสิงคโปร์เขาผ่านการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์จากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Restaurant André และ Les Amis ในปี 2019 เชฟอิน็อคตัดสินใจย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ และสร้างสรรค์ผลงานอาหารในสไตล์ของตัวเอง จนกลายเป็นที่รู้จ
ถ้าวันนี้คุณอายุ 40 ปี แล้วรู้สึกว่าเป็นวัยที่แก่เกินไป สายเกินเรียน ช้าเกินจะวิ่งไล่ตามฝัน ลองอ่านเรื่องราวของชายผู้นี้ วัย 40 ถ้ามองในมุมวิชาชีพอื่นอาจจะยังไม่มากเกินไป แต่ถ้ามองในสายอาชีพฟุตบอล วัยนี้ถูกมองว่าเป็นนักกีฬาที่ผ่านจุดพีกของชีวิตไปแล้ว ถ้าคุณเป็นนักกีฬาวัย 40 แล้วคิดเช่นนั้น ก็คงไม่มีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตได้อีก นี่คือหนึ่งในไฮไลต์ของฟุตบอลโลกปีนี้ เรื่องราวของ โจซิมา ดิอาส หรือ “โวซินญ่า” ผู้รักษาประตูทีมชาติเคปเวิร์ด ประเทศเกาะเล็กๆ เรื่องราวของเขาอาจเป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดของคำว่า “ความฝันไม่มีวันหมดอายุ” จุดเริ่มต้นไวรัล หลังจบเกมที่เคปเวิร์ดเสมอสเปน 0-0 ในฟุตบอลโลกนัดประวัติศาสตร์ นอกจากภาพจังหวะเซฟอันยอดเยี่ยมของเขาที่ถูกแชร์ต่อทั่วโลก ยังมีภาพของชายผู้นี้ยืนร้องไห้อยู่กลางสนามด้วย หลายคนคิดว่าเขากำลังดีใจที่คว้ารางวัล Man of the Match แต่เรื่องราวเบื้องหลังหยดน้ำตานั้นมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่ามาก โวซินญ่า เล่าว่า จังหวะนั้นเขาคิดถึงคุณตาและคุณยายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่จากโลกนี้ไปแล้วก่อนที่จะได้เห็นวันที่หลานชายได้เล่นฟุตบอลโลก เขาคิดถึงแ
หากเอ่ยถึง “นมออร์แกนิกแบรนด์ไทย” เชื่อว่าหลายคนนึกถึงชื่อ “แดรี่โฮม” ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากความตั้งใจของ คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น ที่อยากช่วยให้เกษตรกรโคนมไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการทำฟาร์มออร์แกนิกอย่างยั่งยืน จนกลายเป็น ฟาร์มโคนมออร์แกนิกแห่งแรกของไทย เขาได้นำน้ำนมคุณภาพมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกหลากหลายรูปแบบ ด้วยนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ แดรี่โฮม กลายเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในตลาด และครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 26 ปี เส้นทางการเติบโต และกลยุทธ์ ของแบรนด์นี้เป็นอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จุดเริ่มต้นของ “แดรี่โฮม” คุณพฤฒิ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในฟาร์มโคนมยักษ์ใหญ่ หลังจากเรียนจบสาขาสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอ ประกอบกับวงการโคนมมีปัญหามากมาย จึงผันตัว ออกมาทำธุรกิจเกี่ยวกับโคนม ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า “อยากช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม” เขายอมรับว่า ธุรกิจแรกล้มลุกคลุกคลานเป็นอย่างมาก เพราะจับธุรกิจใหญ่ของวงการโคนม อย่าง
ตี๋น้อยบาร์บีคิว คือร้านปิ้งย่างภายใต้อาณาจักรสุกี้ตี๋น้อย แต่ทำไม ถึงยังเลือกเปิดร้านปิ้งย่างอีกร้าน จะไม่แย่งลูกค้ากันเองหรือ? คำถามที่หลายคนคงคิดเมื่อเห็นข่าวการเปิดร้านปิ้งย่างใหม่ “นายพรานหมูกระทะ” ในเมื่อสุกี้ตี๋น้อยมี “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” อยู่แล้ว ทำไมถึงยังลงทุนเปิด “นายพรานหมูกระทะ” เพิ่มอีกแบรนด์หนึ่ง ทั้งที่ดูเผินๆ แล้วต่างก็เป็นธุรกิจปิ้งย่างบุฟเฟต์เหมือนกัน ในทางการตลาด นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของแนวคิด Brand Cannibalization หรือ “การกินส่วนแบ่งตลาดกันเอง” ซึ่งปกติแล้วเป็นสิ่งที่หลายบริษัทพยายามหลีกเลี่ยง แต่สำหรับบางองค์กร การยอมให้แบรนด์ในเครือแข่งขันกันเอง อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าปล่อยให้คู่แข่งจากภายนอกเข้ามาแย่งลูกค้าไป Brand Cannibalization คืออะไร Brand Cannibalization คือสถานการณ์ที่แบรนด์หนึ่งของบริษัทเข้าไปดึงยอดขายจากอีกแบรนด์หนึ่งของบริษัทเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าที่เคยกินตี๋น้อย บาร์บีคิว เปลี่ยนมากินนายพรานหมูกระทะแทน รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง เพราะเป็นการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา โดยปกติแล้ว นักการตลาดมักมองว่าการ Cannibalization เป็นเรื่อง
การทำกายภาพบำบัดไม่เพียงช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด แต่ความจริงที่เกิดขึ้นคือ ผู้ป่วยกว่า 97% ไม่สามารถทำตามแผนการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง เพราะติดข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง และภาระเวลาของลูกหลานที่ต้องดูแล ช่องว่างดังกล่าวทำให้ “ชานนท์ อมรชัยศักดา” วิศวกรโยธาก่อตั้งแพลตฟอร์ม “OLDK” ให้บริการจองทำกายภาพบำบัดที่บ้านขึ้นมา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้สะดวกขึ้น วิศกรโยธาปั้นสตาร์ทอัพให้บริการด้านสุขภาพ อาชีพของชานนท์เป็นทั้งวิศวกรโยธาสายงานบริหารงานก่อสร้าง ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาบริหารโครงการหมู่บ้านจัดสรร และทำธุรกิจนำเข้าสินค้ามาขายออนไลน์ ควบคู่กับการเป็นสตาร์ทอัพปั้นแพลตฟอร์ม OLDK บริการจองทำกายภาพบำบัดที่บ้าน ธุรกิจนี้เกิดจากการมองเห็นช่องว่างของบริการด้านสุขภาพ สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยที่เข้าสู่ระดับสูงวัยแบบสมบูรณ์มาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งมีอัตราการเพิ่มขึ้นปีละ 1 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าในปี 2574 จะแตะสัดส่วน 28% กลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ซึ่งอาจเป็น “ระเบิดเวลา” ในการดูแลรักษาสุข
“หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง” คนไทยชอบกินหมูกระทะ ไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไรขอกินหมูกระทะก่อน ตลาดปิ้งย่างจึงยังขยายตัวเกือบทุกปี เป็นเซกเมนต์เนื้อหอมที่ใครก็อยากเข้ามาจับจองก้อนเค้กด้วยมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท เพราะตลาดนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศที่แข่งขันกันดุเดือด BNN Restaurant Group เจ้าของสุกี้ตี๋น้อยที่มองเห็นโอกาสในตลาดนี้ว่ายังมีช่องว่างที่แบรนด์สามารถเข้ามาเติมได้ จึงได้เปิดตัว “นายพรานหมูกระทะ” ร้านหมูกระทะบุฟเฟต์แบบติดแอร์ ลุยตลาดบุฟเฟต์ปิ้งย่าง ขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยมีจุดขายที่การปิดดึกตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตกลางคืน นายพรานหมูกระทะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30 น. ถึง 05.00 น. ของทุกวัน บุฟเฟต์ทานได้ไม่จำกัดในเวลา 2 ชั่วโมง นายพรานหมูกระทะ แตกต่างจาก ตี๋น้อย บาร์บีคิว อย่างไร ความแตกต่างจาก “ตี๋น้อยบาร์บีคิว” คือ ตี๋น้อยบาร์บีคิวจะเน้นคนที่ชอบทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีทั้งเนื้อริปอาย เนื้อใบพาย เนื้อน่องลาย เนื้อออสเตรเลีย บาร์สลัด กุ้งก้ามกราม แต่นายพรานจะเป็นชุดหมูหมักสไตล์ไทย น้ำจิ้ม 3 รสชาติ ได้แก่ น้ำจิ้มนายพรานสูตรเด็ดเฉพาะ น
ใครจะคิดว่าโอกาสเล็กๆ จากการได้ “ชิ้นเนื้อทอด” จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เคยมีพื้นฐานด้านอาหารมาก่อน แต่กลายเป็นแบรนด์ที่กำลังเติบโต และพูดถึงมากขึ้นในตลาด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณจั๊ม-สสิน วิโรจนาภิรมย์ เจ้าของแบรนด์ “เนื้อทอดเทวดา” ที่หลังจากเรียนจบมาเขาก็ได้รับภารกิจปั้นแบรนด์นี้ทันที จนสามารถสร้างรายได้กว่า 6 หลักต่อเดือน ปั้นแบรนด์ “เนื้อทอดเทวดา” คุณจั๊มเล่าว่า หลังจากเรียนจบที่มหาวิทยาลัยมหิดล อินเตอร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็ได้เริ่มต้นทำธุรกิจ “เนื้อทอดเทวดา” ซึ่งถือเป็นงานแรกในชีวิต แม้พื้นฐานครอบครัวจะทำธุรกิจก่อสร้าง และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสายอาหารมาก่อน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจาก “โอกาส” เมื่อคุณพ่อของเขาได้มีโอกาสลิ้มลองเนื้อทอดสูตรหนึ่งจากเพื่อน และมองเห็นศักยภาพของสินค้า ทั้งในแง่รสชาติและโอกาสทางการตลาด จากนั้นทางครอบครัวจึงตัดสินใจ “ซื้อกิจการเนื้อทอดเทวดา” เข้ามาพัฒนา พร้อมมอบหมายให้คุณจั๊มเข้ามารับหน้าที่บริหารเต็มตัว โดยมีโจทย์สำคัญคือการ “รีแบรนด์” ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งภาพลักษณ
ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับ “Longevity” หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ การดูแลสุขภาพจึงไม่ได้หมายถึงแค่การเข้ายิมหรือออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพใจ การจัดการความเครียด การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการสร้างบาลานซ์ให้กับชีวิต ผ่านศาสตร์แห่งการบำบัด เริ่มต้นด้วย “Ikigai” (อิคิไก) แนวคิดหรือปรัชญาการค้นหาความหมายของชีวิตของชาวญี่ปุ่น มาจากสองคำรวมกัน คือ “อิคิรุ” แปลว่า การใช้ชีวิต และ “ไก” แปลว่า คุณค่า ปรัชญานี้สอนให้มนุษย์ “รู้จักเห็นคุณค่าของชีวิต” รู้จักชื่นชมความงามของสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรหรือเป็นใครก็ตาม โดยเฉพาะในยุคที่เต็มไปด้วยความกดดัน หลายคนเกิดความเครียด และหมดไฟในการทำงาน ปรัชญานี้สามารถเข้าไปช่วยเติมพลังใจ สร้างความสุขให้เราได้ ผ่านหลักการ 4 ข้อ 1. อะไรคือสิ่งที่เรารัก 2. อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดี 3. สิ่งที่ทำให้เกิดรายได้ และ 4. สิ่งที่สังคมต้องการ ซึ่งในชีวิตคนเราสามารถพบอิคิไกได้เยอะมาก เช่น รู้สึกดีใจที่เรายังมีชีวิตอยู่ ได้มานั่งทานขนมหรืออาหารอร่อยที่แม่ตั้งใจทำ แค่นี้ก็เกิดเป็นความสุขเล็กๆ ในแต่ละวัน
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล LINE MAN Wongnai นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สรุปความสำเร็จโครงการคนละครึ่ง พลัส ในปีที่ผ่านมา โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เยี่ยมชมบูธ LINE MAN ซึ่งมีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส เลือกขายบน LINE MAN มากกว่า 65% ของร้านค้าทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน LINE MAN คิดเป็นสัดส่วนกว่า 63% ของยอดใช้จ่ายรวมผ่านฟู้ดดีลิเวอรี และมียอดสั่งซื้อสะสมรวมกว่า 12 ล้านออร์เดอร์ตลอดโครงการคนละครึ่ง พลัสเมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ LINE MAN ยังนำผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเติบโตของธุรกิจ พร้อมชวนนายกฯ ชักชาไทยโชว์กลางทำเนียบ เปิดฤกษ์สั่งเดลิเวอรีไทยช่วยไทย พลัสวันแรก ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ยังคงเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีที่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการภาครัฐมากที่สุดในประเทศ และสามารถรักษาอันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง คน
ใครเลยจะคิดว่ารถไฟไทยชั้นประหยัดที่คนไทยบ่นกันถึงความไม่น่าอภิรมย์ เป็นขนส่งสาธารณะที่คนพยายามจะหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด แม้จะประหยัดสตางค์ในกระเป๋าก็ตาม แต่ความธรรมดานี้ดันไปเตะตาสาวชาวจีนเข้าอย่างจัง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น จุดเริ่มต้นของกระแสนี้มาจากภาพถ่ายของ “ฟางหยวน” (Fang Yuan หรือ Moka Fang) นางแบบและแฟชั่นบล็อกเกอร์ชื่อดัง ภรรยาของซูเปอร์สตาร์ฮ่องกง กัวฟู่เฉิง (Aaron Kwok) ที่โพสต์ภาพถ่ายบนรถไฟไทยในบรรยากาศย้อนยุค พร้อมวิวชนบทและแสงธรรมชาติที่สาดเข้ามาทางหน้าต่าง จนทำให้ภาพนั้นถูกแชร์ต่ออย่างมาก ชาวเน็ตจีนต่างอยากตามรอยไปถ่ายภาพเพื่อให้ได้รูปสวย ๆ แบบเธอ จนรถไฟไทยกลายเป็นโลเคชั่นถ่ายภาพใหม่ ที่นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนกำลังพากันหลงใหลเสน่ห์ของความธรรมดารถไฟไทย จนเกิดเป็นกระแสไวรัลบนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu แอปโซเชียลยอดนิยมของจีน ภาพเหล่านั้นไม่ได้ดูหรูหรา แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์บางอย่างที่ผู้คนรู้สึกได้ทันที ทั้งลมที่พัดผ่านหน้าต่างพัดลมเพดานแบบเก่า เบาะนั่งไม้ วิวทุ่งนาและบ้านเรือนริมทาง ให้ความรู้สึกคล้ายกับภาพยนตร์ญี่ปุ่นยุคเก่า รูปถ่ายเหมือนหลุดออกมาจากหนัง หลังจากภาพเหล่านี้กลายเ
