Featured
การต้องทำงานกับหัวหน้า Toxic ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ซีรีส์ The Early Spring (早春晴朗) ได้ถ่ายทอดบทเรียนชีวิตออฟฟิศผ่านตัวละคร ซ่างจือเถา พนักงานใหม่ที่เข้ามาทำงานในบริษัทโฆษณาระดับท็อป แต่ต้องมารับมือกับ หลวนเนี่ยน หัวหน้าสายเนี้ยบ ปากร้าย เย็นชา ที่คอยพูดจาบั่นทอนและไล่เธอออกตั้งแต่แรกเจอ แต่สิ่งที่ทำให้เธออยู่รอดและเติบโตขึ้นได้ คือการเปลี่ยนคำพูดแย่ๆ ให้กลายเป็นเกราะป้องกันใจ ซึ่งวิธีสังเกตหัวหน้าที่เป็นพิษนั้นทำได้ไม่ยาก จากข้อมูลของ Craig Chappelow, Peter Ronayne และ Bill Adams ผู้เขียนหนังสือ The Toxic Boss Survival Guide ระบุว่า พวกเขามักจะมีนิสัยหลงตัวเอง, นกสองหัว, บ้าอำนาจและชอบบงการ หากใครที่กำลังเจอกับสถานการณ์ที่บั่นทอนจิตใจแบบนี้ นี่คือวิธีเปลี่ยนมุมมองและรับมือเพื่อก้าวผ่านมันไปให้ได้ 1. หัวหน้า Toxic มักสร้าง ความกลัวและความวิตกกังวล จนทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจ ดังนั้น ควรโฟกัสเฉพาะสิ่งที่คุณควบคุมได้ เพื่อหยุดความคิดวนเวียนและรับมือกับงานตรงหน้าได้อย่างมีสติ 2. ป้องกันการสั่งงานแบบสับขาหลอก ด้วยหลักฐานลายลักษณ์อักษร ในสังคมออฟฟิศที่มีความกดดันสูงและการเมืองเข้มข้น หัวหน้
สำหรับคุณ วิดีโอเกมที่เคยยอมจ่ายเงินซื้อแพงที่สุดคือเท่าไหร่? งานอดิเรกไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง สะสมของ หรือการเล่นเกม ค่าใช้จ่ายเพื่อความชอบส่วนตัวล้วนมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามต้นทุนของอุตสาหกรรมได้ตลอด และอุตสาหกรรมเกมก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่เริ่มมีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้น หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ คือ “GTA VI” หรือ GTA ภาคที่ 6 เกมแอ็กชันผจญภัยชื่อดัง ที่ไม่ได้ถูกจับตามองเพียงเพราะเป็นหนึ่งในเกมที่ผู้คนทั่วโลกรอคอย แต่ยังรวมถึงราคาจำหน่ายของเกมที่แตกต่างจากระดับราคาปกติ เนื่องจากราคาเปิดตัวของเกมอยู่ที่ 79.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,690 บาท) และแพ็กเกจพิเศษที่ราคา 99.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,390 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคามาตรฐานของเกมระดับ AAA (วิดีโอเกมที่มีคุณภาพสูงมาก เทียบได้กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับบล็อกบัสเตอร์ของฮอลลีวูด) ที่อยู่ราว 69.99 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า ราคาเกมในอนาคตอาจขยับสูงขึ้นตามไปด้วยหรือไม่ GTA หรือ Grand Theft Auto คือซีรีส์เกมแอ็กชันผจญภัยที่ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นอาชญากร เข้าไปอยู่ในเมืองสมมติ และมีอิสระในการสำรวจ ทำภารกิจ และดำเนินเรื่องราว
จากฟรีแลนซ์สายโปรดักชัน ที่ทำเองทุกอย่างตั้งแต่ครีเอทีฟ ถ่ายทำ และตัดต่อ สู่การผันตัวมาเป็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ ที่ขายเพียงชามละ 25 บาท วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณซอมพอ-ปาลิตา ชาลีพจน์ เจ้าของร้าน “ความลับของก๋วยเตี๋ยว” ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เทสต์ดี ในเชียงใหม่ ที่หากใครเคยไถฟีดในติ๊กต็อกอาจจะเคยเห็นคลิปเท่ๆ ที่มีควันก๋วยเตี๋ยวลอยอยู่ ประกอบกับเพลงสุดเพราะที่ช่วยเพิ่มดาเมจความเทสต์ดีของคลิป โดยเป็นร้านที่เกิดจากความชอบและมีการพัฒนาสูตรจนถูกปาก ต่อมาได้สร้างคอนเทนต์สุดครีเอทีฟ ด้วยการตั้งกล้องถ่ายและเซตติ้ง ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ เป็นเหมือนคลับดีเจ ที่เมิกซ์เพลงเทสต์ดี ดึงดูดความน่าสนใจและความต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไป จนสามารถสร้างยอดขายพุ่งเกิน 400 ถ้วยต่อวัน จากงานโปรดักชันสู่แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ แม้ว่าเธอจะเรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาการแสดง แต่งานที่ทำนั้นจะเกี่ยวกับด้านโปรดักชัน ที่เป็น One Man Production ทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่ครีเอทีฟ ถ่ายทำ ไปจนถึงตัดต่อ “จุดเริ่มต้นจากอยากเปลี่ยนงาน พอทำงานโปรดักชันมาพักใหญ่ ก็รู้สึกว่าเราคงไม่สามารถทำงานนี้ไปได้ตลอ
นักเรียนสาวสวยร้อนวิชามาเรียนอาหารไทยที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ยังไม่ทันจะจบ ดันมีหนูตกถังข้าวสาร คนรู้จักกันให้ทำอาหารกล่อง 50 กล่อง ส่งงานสัมมนา หนูคนนี้รีบตกปากรับคำอย่างดี บอกสบายมากค่ะ รุ่งขึ้นอีกวันหน้าตาตื่นมาถามผมว่า “อาจารย์ขา หนูทำไงดี รับปากเขาไปแล้ว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ไปไม่ถูกค่ะ” คนว่าจ้างหนูนี่ แสดงว่าต้องเคยชิมรสฝีมือหนูแล้วติดใจ เลยไว้ใจให้จัดอาหารกล่องแน่ๆ หรือจะแอบจีบหนูก็ไม่รู้ จะด้วยเหตุผลใดไม่เกี่ยวล่ะครับ ถ้ายังไงต้องจัดอาหารกล่อง 50 กล่อง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง คิดตามนี้เลยครับ 1. อาหารกล่อง กล่องละเท่าไหร่ สมมติว่ากล่องละ 70 บาท 50 กล่อง เป็นเงิน 3,500 บาท เราคิดเป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหาร กับค่าทำประมาณ 40% ของค่าอาหารกล่อง เป็นเงิน 1,400 บาท ที่เหลืออีก 60% แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่ง 30% เป็นค่าจัดการ เช่น ค่าจ้างผู้ช่วย ค่าพาหนะไปส่งของ ค่ากล่อง อีก 30% ที่เหลือเป็นกำไรได้เท่ากับ 1,050 บาท ถ้าค่าจัดการไม่สูง เช่น ทำคนเดียวไหว หรือมีผู้ช่วยแต่ไม่ต้องจ่ายตังค์ ซื้อกล่องราคาถูก ค่าพาหนะไม่แพงส่งใกล้ๆ หรือไปส่งเอง ก็จะได้กำไรเพิ่มมากขึ้นกว่า 3
เปลี่ยนทุกก้าวเดิน ให้กลายเป็นวีลแชร์ เพื่อผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ในโครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงา วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาแนะนำแคมเปญ Walk More, Give More 2026 จัดโดยเนสท์เล่ Nestlé Thailand ชวนบุคคลทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมสะสมก้าวเดินเพื่อบริจาค Wheelchair 200 คัน โดยทุกๆ 10 ล้านก้าว = วีลแชร์ 1 คัน เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยยืมใช้ฟรี ขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรม 1. เพิ่มเพื่อนใน LINE: @NestleThailand หรือกดลิงก์ https://nes.tl/TH_CORP_WMGMRegisterLine_LINE082026 2. เลือกเมนู “สะสมก้าว” แล้วสมัครสมาชิก 3. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Good Life Tracker 4. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพียงเท่านี้ก็สามารถร่วมสะสมก้าวเดินเพื่อเปลี่ยนเป็น วีลแชร์ได้ง่ายๆ โดยระยะเวลาสะสมก้าวในโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม – 26 กันยายน 2569 แล้ววีลแชร์จำนวนหนึ่งจะถูกส่งต่อมาที่โครงการป่วยให้ยืมมูลนิธิกระจกเงา นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม เพื่อรับของรางวัลจากแคมเปญได้อีกด้วย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://nestle.thgoodlife.com/faq/
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังเบอร์ 1 ของไทยอย่าง M-150 เดินหน้าฉลองครบรอบ 135 ปี พร้อมเปิดฐานการผลิตหลักที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชูแนวคิด “System Behind the Growth” ตอกย้ำกลยุทธ์เบื้องหลังการเติบโตที่ผสานการผลิต ซัพพลายเชน เทคโนโลยี บุคลากร และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ยืนยันเป้าหมายรายได้ปีนี้ยังอยู่ในระดับ Mid-Single Digit หากไม่มีสถานการณ์สงครามรุนแรงเพิ่มเติมในช่วง 4 เดือนที่เหลือ พอร์ตโฟลิโอ 3 กลุ่มหลัก เครื่องดื่มยังเป็นเสาหลักรายได้ 80% ปัจจุบันโอสถสภาแบ่งพอร์ตผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม (M-150, ลิโพ, ซี-วิท, คาลพิส แลคโตะ, เปปทีน, โสมอินซัม, ฉลามขาว, เอ็ม-สปอร์ต, วันเดย์ วิตามิน, แฮงค์สเตอร์) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (เบบี้มายด์, ทเวลฟ์ พลัส, เอ็กซิท) และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอม (โอลตี้, แบนเนอร์, ตรากิเลน) โดยกลุ่มเครื่องดื่มยังคงครองสัดส่วนรายได้ราว 80% ของทั้งบริษัท และสินค้าหลักภายใต้แบรนด์ M-150 ยังคงเป็น Core Product ที่บริษัทให้น้ำหนักการต่อยอดนวัตกรรมใหม่มากที่สุด ด้านสัดส่วนรายได้ในประเทศ
เราอาจคุ้นเคยกับ “ใบเตย” วัตถุดิบคู่ครัวไทยที่มักถูกนำมาใช้ปรุงขนมหวานหลากหลายชนิด แต่รู้หรือไม่ว่า ใบเตยสีเขียว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดได้มากกว่านั้น เมื่อ ปิ่น – จินดาภัทร สินธวัชต์ และ โบว์ – พิมพ์ลดา นามพิชญ์ธนสิน สองสาวผู้หลงรักใบเตย นำวัตถุดิบใกล้ตัวมาพัฒนาเป็นเมนูใหม่ จากวัตถุดิบขนมไทยบ้านๆ สู่คาเฟ่ใบเตยสเปเชียลตี้ “Panland Cafe” หรือออกเสียงแบบไทยๆ ว่า “แป้นแล้น” ขายเมนูใบเตยโมเดิร์น อย่าง Pure Pandan Matcha (มัทฉะใบเตย), Pandan Genmai Latte (นมใบเตยหอมข้าวคั่ว) หรือ Pandan Jasmine (ชามะลิใบเตย) และอีกมากมาย และเป็นได้มากกว่าเครื่องดื่ม คือ น้ำหอม โดยโบว์และปิ่นเล่าที่มาของการพัฒนาใบเตย พร้อมพาไปรู้จัก แป้นแล้น คาเฟ่ให้มากขึ้น จุดเริ่มต้น แป้นแล้น คาเฟ่ ปิ่นเรียนจบนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอทำงานหลากหลายด้าน ทั้ง Legal Consultant ให้บริษัท Law firm, Business Development ให้กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียมากมาย ทั้ง Shopee, LINE และ TikTok และ Marketing & Partnership ให้กับศิลปินทั้งในค่ายเพลงและศิลปินอิสระ ส่วน
ท่ามกลางกระแสข่าวเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยที่ซบเซาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องความปลอดภัย หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกไปประเทศอื่นแทน แม้แต่โชว์ระดับตำนานของเมืองพัทยาอย่าง “ทิฟฟานี่โชว์” (Tiffany’s Show) ก็ไม่อาจรอดพ้นแรงกระเพื่อมนี้ไปได้ เราได้พูดคุยกับผู้บริหารของทิฟฟานี่โชว์ ถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น พร้อมมุมมองว่าธุรกิจนี้ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทิฟฟานี่โชว์เคยพึ่งพา “กรุ๊ปทัวร์” เป็นหลัก เหมือนธุรกิจท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ในยุคนั้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหากับเอเย่นต์ทัวร์ขึ้นมา ธุรกิจจะรับมืออย่างไร ในเมื่อชะตากรรมทั้งหมดผูกติดอยู่กับคนกลาง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทิฟฟานี่โชว์เริ่มมองไปที่โมเดลการท่องเที่ยวต่างประเทศ และพบว่าคุณค่าที่แท้จริงของโชว์คือความไม่เหมือนใครในโลก และการผลิตโชว์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์ทั้งหมด หันไปจับกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ FIT (Free Independent Traveler
วันที่ 9 กันยายน 2569 TikTok เผยเทศกาล Mega Sales ในไทยกำลังเปลี่ยนโฉมจากแค่อีเวนต์ลดราคาสินค้าไปสู่ “โมเมนต์แห่งการช้อปตลอดทั้งปี” เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้ใช้เวลาค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบมากขึ้นก่อนตัดสินใจกดซื้อ “การค้นหา” และ “การค้นพบ” หัวใจสำคัญในการตัดสินใจซื้อ TikTok กลายเป็นช่องทางหลักของผู้บริโภคในการค้นหาไอเดียสร้างสรรค์ มองหาสินค้าอินเทรนด์ใหม่ๆ และตัดสินใจซื้อครบจบในที่เดียว โดยเฉพาะช่วง Mega Sales นักช้อปกว่า 83% ใช้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มในการเสิร์ช ขณะที่ฟีเจอร์อย่าง TikTok Shop Tab, TikTok LIVE และวิดีโอสั้นเป็นช่องทางหลักในการค้นพบสินค้า แบบสำรวจยังพบว่า นักช้อปเริ่มวางแผนการซื้อเฉลี่ยล่วงหน้า 2.8 วันก่อนทำรายการสั่งซื้อ และ 6 ใน 10 ระบุว่าพวกเขาเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือโปรโมชันซ้ำ 2–3 ครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ โดยมีพฤติกรรมการ ‘เสิร์ชแล้วช้อป’ เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน 58% ค้นหาสินค้าช่วงเย็น 43% ค้นหาช่วงกลางคืน และ 42% ค้นหาตอนกลางวัน เผยให้เห็นพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเกิดจากการคิดและเปรียบเทียบมาแล้วเป็นอย่างดี ในปี 2568 มีการเสิร์ช
“ทุกคืนจะนอนข้างโทรศัพท์สองเครื่องและแล็ปท็อปหนึ่งเครื่อง โดยเปิดเสียงดังสุด เพื่อจะได้ยินสายเรียกเข้าจากลูกค้าได้ตลอดเวลา” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปอ่านเรื่องราวของ ซาฮาร์ โยนา หญิงสาววัย 27 ปี ที่เป็นช่างทำกุญแจแบบครบวงจร สำหรับบ้านและอาคารพาณิชย์ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนจากคลิปเดียว ธุรกิจนี้มีชื่อว่า Locksmith Girl of NYC ซึ่งเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยเธอบอกว่าเธอนั้นต้องการที่สร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จุดเริ่มต้นจากคลิปไวรัล เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ธุรกิจกำลังเงียบเหงากลับมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จัก นั่นคือการที่เธอตัดสินใจโพสต์คลิปลงบน TikTok เป็นคอนเทนต์ที่แนะนำให้ผู้หญิงในนิวยอร์กโทร.หาเธอ หากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือกังวลที่จะต้องเรียกช่างกุญแจผู้ชายมาสะเดาะลูกกุญแจที่บ้านในยามค่ำคืน ซึ่งเรียกได้ว่าคลิปได้กลายเป็นไวรัลจนมียอดเข้าชมสูงกว่า 600,000 ครั้ง และได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปทันที เพราะจากเดิมที่มีงานประปราย กลายมาเป็นมีลูกค้าติดต่อเข้ามาแน่นขนัดถึง 60 งานต่อสัปดาห์ โดยม
