Featured
สมรภูมิใหม่ในสงครามอีคอมเมิร์ซของจีนกำลังเกิดขึ้น ด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Instant Commerce” หรือการจัดส่งสินค้าออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ บางเจ้าถึงขั้นเคลมว่า “จัดส่งถึงมือลูกค้าภายใน 30 นาที” ผู้เล่นหลักในสนามนี้คือ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ Alibaba (อาลีบาบา), JD.com (เจดีดอทคอม) และ Meituan (เหม่ยถวน) ที่แต่เดิมเน้นส่งอาหารเป็นหลัก ขณะที่ 2 เจ้าแรกเป็นอีคอมเมิร์ซโดยตรง ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้ต่างเทเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และครองใจผู้บริโภคในยุคที่เร็วกว่าคือชนะ Instant commerce เป็นการยกระดับการจัดส่งแบบเดิม ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหาร-เครื่องดื่ม ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบส่งด่วนนี้สามารถใช้ได้จริงในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเครือข่ายผู้ขับขี่และระบบการขนส่งที่มีขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีในเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ การนำ AI, Big Data และระบบจัดส่งแบบเรียลไทม์มาใช้ในการจัดส่งเพื่อคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด การแข่งขันของทั้ง 3 บริษัททวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละเจ้าต่างขยายเครือข่ายจัดส่ง แล
บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) การสานต่อความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 2 ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) เพื่อสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ต่างประเทศอย่างมั่นใจ จุดเริ่มต้น Acaseyshop คุณเบนและคุณออย จาก Acaseyshop ผู้ประกอบการวัยสามสิบต้นๆ ที่เริ่มจากการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นในตลาดออฟไลน์ จนทั้งคู่ได้มองเห็นโอกาส ในการขยายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ผ่าน Shopee ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันร่วมกว่า 10 ปี แบรนด์ Acaseyshop ของพวกเขาเติบโตต่อเนื่องและมั่นคงพร้อมๆ ไปกับ Shopee จนปัจจุบันร้านมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน และโอกาสล่าสุด ที่ทั้งคู่พาแบรนด์ ขยายตลาดและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติมไปยังป
ในยุคที่ความรวดเร็วคือความเคยชินโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับบริบททางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของอาชีพในโลกยุค AI หรืออิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคแบบทันทีทันใด จากรายงานของ Bank of America ในปี 2024 ระบุว่า Gen Z มียอดใช้จ่ายเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับยอดเงินออมเฉลี่ย ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารการเงินที่ต้องเผชิญกับแรงจูงใจจากทั้งเหตุผลและอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ลองมาดู 5 วิธีการบริหารเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ จาก KTC ให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการในปัจจุบันและเป้าหมายในอนาคตได้อย่างสมดุล 1. กำหนดงบประมาณอย่างมีขอบเขต แม้การใช้เงินเพื่อเยียวยาความรู้สึกในวันที่เหนื่อยล้าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การปล่อยให้การใช้จ่ายถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนอาจนำไปสู่ปัญหาการเงินในระยะยาว การตั้งวงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายหมวดตามใจที่ชัดเจน จะช่วยควบคุมการตัดสินใจไม่ให้ส่งผลต่อภาพรวมทางการเงินได้ เช่น กำหนดว่าในแต่ละเดือนจะใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง อาหารนอกบ้าน หรือไล
ถูกยกให้เป็น “ไอดอลเชฟ” ของใครหลายคน สำหรับ เชฟอาร์ – ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เมื่อมีโอกาสพูดคุยกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงขอให้ชี้แนะแนวทางสู่สายอาชีพให้กับคนที่อยากเจริญรอยตามเขาบ้าง เชฟหนุ่ม อารมณ์ดี บอกว่า “อาชีพเชฟ ไม่ใช่อาชีพที่ขี้เหร่ นะ ปัจจุบันกระแสดีอยู่แล้ว ผมว่าเป็นอาชีพที่รายได้สูง แต่ก่อนจะรายได้สูง ก็คงเหมือนกับทุกอาชีพ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างตัวเองให้มีคุณค่าพอ หรือมี Value ที่เพียงพอกับรายได้ที่คุณจะได้รับก่อน เพราะสิ่งนี้มันเป็นกฎของธรรมชาติ” ก่อนบอกอีกว่า “เส้นทางของอาชีพเชฟ นี้ มีเยอะมากนะตอนนี้ ถ้าตัดเรื่องของ Part โรงแรม ที่คุณจะต้องเริ่มต้นเงินเดือนตั้งแต่ 1.2 หมื่นบาท ไปจนกว่าจะถึง Executive Chef คุณต้องใช้เวลา 15 ปี ถึงจะได้เงินเดือนแสนกว่า ตัดไปก่อนนะ ธุรกิจอาหาร ก็สามารถเข้าไปได้ แต่วงการร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านกาแฟ เปิดง่าย แค่มีทุนมีเงิน ทำอาหารอร่อย ก็เปิดได้แล้ว แต่เปิดแล้วทำให้อยู่ได้ อยู่ให้ลูกค้าติด ไม่ขาดทุน อยู่ยังไงให้ยั่งยืน อันนี้เรื่องยากมาก” “นอกจากนี้ ก็เหลือการเป็นที่ปรึกษา เป็นคนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ส
นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย เผยเมื่อเร็วๆ นี้ ภายหลังการยื่นข้อเสนอพร้อมร่างประกาศ สธ. เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ฉบับเขียนอนาคตกัญชาไทย ถึง นายสมศักดิ์ เทพสุทุน รมว.สาธารณสุข โดยหลักการคือ ขอให้ยกเลิกประกาศ สธ. เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ลงวันที่ 23 มิ.ย. 2568 เนื่องจากมีช่องโหว่ โดยเฉพาะการกำหนดต้องมีใบสั่งจ่ายยา และการรับรองมาตรฐานการปลูกและเก็บที่ดีของพืชกัญชา หรือ GACP ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตก่อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์และก่อความไร้ประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภคได้ โดย นายประสิทธิ์ชัย ระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีการซื้อขายใบสั่งจ่ายยาแล้ว จึงเสนอให้มีคณะอนุกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ต้องฟังเสียง ได้เข้ามาร่วมกำหนดมาตรการต่างๆ และให้พิจารณาร่างประกาศ สธ. เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ฉบับเขียนอนาคตกัญชาไทย เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย กล่าวต่อว่า ในวันที่ 29 ก.ค. นี้ ทางเครือข่ายฯ จะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบนา
บทความโดย : อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี แรงบันดาลหนึ่งที่ทำให้คนอยากเปิดร้านอาหารคือ ชอบทำอาหาร ทำอาหารอร่อย ใครกินก็ชมเปาะ มีสูตรของคุณย่า คุณยาย หรือตกทอดมาจากซัวเถา มีสตอรี่ อย่ากระนั้นเลย เมื่อประสบโอกาสดี ขอเปิดร้านอาหารซะเลย เห็นคนอื่นเขาเปิดร้านอาหารแล้วประสบความสำเร็จ แต่อร่อยสู้ของเราไม่ได้ แล้วเรามีฝีมือขนาดนี้ ลูกค้าจะไม่ติดตรึมรึ เปิดแล้วช่วงแรกๆ ดูดี มีลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย ช่วงนี้เขาเรียกกันว่า “ลูกค้าหลอก” หรือ “ไม่ใช่ของจริง” เพราะเมื่อแรกเปิดเราจะมีแรงหนุนจากเพื่อนฝูง ญาติ ครอบครัว ชวนกันมาอุดหนุนหลายๆ สาย ใครมากินก็ชม อร่อยอย่างโน้น อร่อยอย่างนี้ แล้วจะชวนเพื่อนกลับมากินอีก แต่พอเปิดไปประมาณ 6 เดือน 1 ปี นี่แหละจะพบกับ “ของจริง” ลูกค้าที่เคยหมุนเวียนมาหายไปไหนหมด ที่เคยบอกว่าจะชวนเพื่อนกลับมาอุดหนุนก็หาย จะเหลือลูกค้าประจำๆ อยู่ไม่กี่ราย เป็นอย่างนี้อีกสัก 6 เดือน ทุนหมด ก็ชักถอยแล้วครับ อยากทำร้านอาหารให้เจ๊ง แค่หลงตัวเองไว้เยอะๆ ว่า “ฉันทำอาหารอร่อย ฝีมือดี ขายดีแน่นอน” ถ้าไม่ดวงดี เจ๊งสมใจครับ การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเ
เมื่อเร็วๆนี้ นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) หรือ อีอีซี เป็นประธานในพิธีมอบตรารับรองผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบประเภทบริการ หรือ EEC Select Best Service ประจำปี 2025 ให้กับผู้ประกอบการ จำนวน 25 ราย ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ที่การบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ มีมาตรฐาน สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดดเด่น มีนวัตกรรม สนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่นและการจ้างงานในพื้นที่อีอีซี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด EEC Select Best Service = Service + SMART & SMILE โอกาสนี้ นายจุฬา ซี กล่าวว่า EEC Select Best Service คือ กลไกยกระดับสินค้าและบริการของชุมชนในพื้นที่อีอีซีสู่สากล ตามแนวคิด LOCAL ROOTS to GLOBAL REACH ซึ่งคาดหวังว่า ผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบประเภทบริการ หรือ EEC Select Best Service ของผู้ประกอบการทั้ง 25 รายในปีนี้ จะเป็นที่รู้จัก ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถขยายช่องทางการตลาดและโอกาสในการทำธุรกิจการค้าให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงสร้างเครือข่ายทาง
คลิปเดียวเปลี่ยนของหวานธรรมดาให้กลายเป็นขนมที่ทุกคนอยากลอง กลายเป็นกระแสไวรัลบน TikTok แบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่ใช้ชื่อแอ๊กเคานต์ว่า @melonminicute ได้ลงคลิปรีวิวช็อกโกแลตยี่ห้อหนึ่งที่ขายในเซเว่นฯ พร้อมกับคำบรรยายสุดไวรัลว่า “เขามีความเป็นมิตร เขามีความขี้อ้อน ขี้เล่น อ่อนหวาน มีความเจนเทิล” เพียงแค่คำพูดเรียบง่ายและท่าทางการกินแบบนุ่มนวลของเธอ ก็สามารถเปลี่ยนการกินช็อกโกแลตธรรมดาให้กลายเป็นคอนเทนต์ได้ในพริบตา จนผู้ชมพากันสนใจเป็นอย่างมาก ต้องไปหามากินตาม! คลิปนี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึก น่ารักขี้เล่น เท่านั้น แต่ยังพุ่งแรงในเชิงสถิติด้วยยอดผู้ชมทะลุ 9.3 ล้านวิว ยอดกดถูกใจสูงกว่า 599.5 แสนครั้ง เเละยอดเเชร์ 657.7 แสนเชร์ พร้อมมีคอมเมนต์จำนวนมาก บอกว่า รีวิวได้เข้าถึงซิกเนเจอร์มาก, ซื้อที่ไหนคะ ทำให้คนอยากชิมเพราะคำรีวิวนี่แหละ และเจ้าช็อกโกแลตที่กำลังเป็นไวรัลอยู่ในขณะนี้ก็คือ “Dairy Milk” เป็นช็อกโกแลตจากแบรนด์ดัง Cadbury จากประเทศอังกฤษ ที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven รวมถึงห้างสรรพสินค้าทั่วไป จุดเด่นของ Dairy Milk คือ เนื้อช็อกโกแลตที่นุ่มละ
ยุคนี้ขายของเก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว แต่ต้องตามเทรนด์ใหม่ๆ เล่นกับกระแสบนโลกโซเชียลให้ทัน โดยเฉพาะเทรนด์ของ “กลุ่มลูกค้า Gen Z” ที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การค้าในยุคนี้ ยอดขายอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำ Real-time Marketing โดยล่าสุดมีเทรนด์ใหม่สุดฮิตที่อินฟลูฯ หรือแบรนด์ดังหลายแบรนด์มาเล่นคอนเทนต์เหล่านี้ นั่นคือ “เทรนด์แต่งภาพแบบ Gen Z” ที่มีความสนุกสนาน สุดโต่ง แปลกตา ไม่ว่าจะเป็น การทำรูปหัวโต การแต่งรูปให้ทะลุออกมาจากหน้าจอ เป็นต้น ซึ่งแต่ละโพสต์สามารถสร้างยอด Engagement ได้แบบพุ่งกระฉูด ถือเป็นการโปรโมตสินค้าได้แบบเนียนๆ ซึ่งในทางการตลาดเรียกคอนเทนต์เหล่านี้ว่า “Exaggerated Content” หรือ “Hyperrealism” หรือ “Faux-out-of-home (FOOH)” ที่ใช้เพื่ออธิบายสื่อโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะในรูปแบบของการใช้สื่อโฆษณาที่เป็นเทคนิค 3D หรือเทคนิคพิเศษอื่นๆ ที่ทำให้ดูเหมือนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพหรือวิดีโอที่สร้างขึ้น ตัวอย่างเช่น คลิปวิดีโอที่เคยเป็นไวรัลที่สร้างด้วย AI อย่างแคมเปญการตลาดที่แบรนด์ดังหลายแบรนด์มีการนำสินค้ามาทำให้ดูใหญ่ขึ้นและวิ่งอยู่รางแท
ในยุคที่หลายคนเชื่อว่าการเริ่มต้นธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ต้องมีสายป่านที่ยาว หรือมีประสบการณ์อย่างโชกโชน แต่เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken จะมาพลิกความคิดเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นธุรกิจไก่ทอดที่เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 30,000 บาท ในลานจอดรถ แต่สามารถเติบโตจนมีมูลค่าระดับหมื่นล้านบาทได้ เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จชั่วข้ามคืน แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การลองผิดลองถูก และการมองเห็นโอกาส ในปี 2017 อาร์มัน โอเกนเนสยาน (Arman Oganesyan) ในวัย 24 ปี นักแสดงตลกที่ไม่มีประสบการณ์ด้านร้านอาหารหรือธุรกิจเลย ได้เสนอแนวคิดการขายไก่ทอดสไตล์แนชวิลล์ให้กับเพื่อนสมัยเด็กของเขาอย่าง เดฟ โคปูเชียน (Dave Kopushyan) และ ทอมมี่ รูเบนยาน (Tommy Rubenyan) แม้ว่า เดฟ โคปูเชียน เคยเป็นเชฟที่เคยทำงานในร้านอาหารมิชลินสตาร์จะไม่ชอบไก่ในตอนแรก แต่ด้วยความพยายามในการโน้มน้าว พวกเขาทั้ง 3 คนก็รวบรวมเงินเก็บทั้งหมด 900 ดอลลาร์ ราวๆ 30,000 บาท และเริ่มต้นธุรกิจ Dave’s Hot Chicken ในรูปแบบป๊อปอัปในลานจอดรถแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส จากป๊อปอ
