ถ้าจะบอกว่าของเล่นกล่องสุ่มตัวไหนฮอตที่สุดในนาทีนี้ คงไม่มีใครไม่นึกถึง ลาบูบู้ (Labubu) เจ้าเอลฟ์ตัวจิ๋วที่มาพร้อมรอยยิ้มสุดกวนและหูแหลมที่ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก ปรากฏการณ์ของลาบูบู้ไม่ได้อยู่แค่ในโลกออนไลน์ เพราะเราได้เห็นภาพผู้คนทั่วโลกยอมยืนต่อแถวเป็นชั่วโมง เพียงเพื่อจะได้ลุ้นว่าจะได้เจ้าลาบูบู้ตัวที่อยากได้มาครอบครองหรือไม่ ยิ่งเมื่อเหล่าซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิซ่า Blackpink, รีฮันนา และ คิม คาร์เดเชียน พากันอวดน้องลาบูบู้บนโซเชียล ยิ่งทำให้กระแสพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
จากของเล่นธรรมดา สู่ปรากฏการณ์ระดับโลกที่เขย่าวงการธุรกิจอย่างแท้จริง และด้วยพลังจากความฮอตที่ว่านี้เอง Pop Mart บริษัทผู้ผลิตของเล่นชื่อดัง ประกาศเตรียมเปิดตัวตุ๊กตา “ลาบูบู้” (Labubu) เวอร์ชันมินิในสัปดาห์หน้า โดยหวังจะใช้ตุ๊กตาจิ๋วนี้บุกตลาดโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำยอดขายทั่วโลกในปี 2025 ให้ได้ถึง 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากสถิติเดิม
Pop Mart ประกาศความมั่นใจว่าจะสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากสถิติสูงสุดในปี 2024 หลังจากเตรียมเปิดตัวตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) เวอร์ชันมินิ เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากจีนแผ่นดินใหญ่สู่ตลาดโลก
หวัง หนิง (Wang Ning) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Pop Mart เผยว่า บริษัทซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2010 ที่กรุงปักกิ่ง สามารถทำรายได้ในปี 2025 ทะลุ 30,000 ล้านหยวน (ราว 1.5 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากยอดขายปีที่แล้วที่ 13,000 ล้านหยวน (ราว 6.5 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากตลาดของเล่นตุ๊กตาและฟิกเกอร์ในต่างประเทศนั้นใหญ่กว่าที่คาดไว้
“ผมคิดว่าการทำรายได้ 30,000 ล้านหยวนในปีนี้เป็นเรื่องง่ายมาก” หวัง กล่าวในงานแถลงข่าวที่ฮ่องกง โดยอ้างถึงรายงานผลประกอบการที่แสดงกำไรสุทธิระหว่างที่พุ่งขึ้นถึง 5 เท่า แตะ 4,570 ล้านหยวน (ราว 2.3 หมื่นล้านบาท)
“ที่ผ่านมา เราเห็นคนห้อยตุ๊กตาลาบูบู้ไว้กับกระเป๋า แต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ผู้คนจะเริ่มนำมันไปห้อยกับโทรศัพท์มือถือ” เขากล่าว
การคาดการณ์ที่มั่นใจนี้ตอกย้ำการเติบโตของ Pop Mart จากร้านขายของเล่นเล็กๆ ในจงกวนชุนของปักกิ่ง สู่การเป็นบริษัทของเล่นที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าตลาดที่สูงกว่ามูลค่ารวมของ Hasbro, Mattel และ Sanrio
กระแสความคลั่งไคล้ “ลาบูบู้” และการขยายตลาดต่างประเทศ
Pop Mart โดดเด่นในฐานะผู้จำหน่ายของเล่นฟิกเกอร์ในรูปแบบกล่องสุ่ม ซึ่งลูกค้าจะต้องซื้อไปลุ้นของข้างใน ตัวละครที่กลายเป็นดาวเด่นคือ “ลาบูบู้” ฟิกเกอร์เอลฟ์ตัวน้อยที่มีรอยยิ้มที่เห็นฟัน ออกแบบโดย ลุง กา ซิง (Lung Ka-sing) ศิลปินชาวฮ่องกง กระแสความนิยมของลาบูบู้พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากบรรดาเซเลบริตี้ระดับโลก เช่น รีฮันนา, คิม คาร์เดเชียน, เดวิด เบคแฮม, อควาฟินา และ ลิซ่า Blackpink ต่างออกมาโพสต์โชว์ของเล่นชิ้นนี้บนโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ลาบูบู้ทำยอดขายได้ถึง 35% ของยอดขายทั้งหมดในครึ่งปีแรก
ความสำเร็จระดับโลกของลาบูบู้ได้ผลักดันให้ Pop Mart ขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยในครึ่งปีแรกของปีนี้ ยอดขายในต่างประเทศและไต้หวันของบริษัทพุ่งขึ้นถึง 5 เท่า แตะ 5,590 ล้านหยวน (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท) คิดเป็น 40% ของยอดขายรวมทั้งหมด โดยยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้พุ่งสูงขึ้นกว่า 10 เท่า แตะ 2,300 ล้านหยวน (ราว 1.15 หมื่นล้านบาท) ตามมาด้วยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 258% และยุโรปที่พุ่งสูงขึ้น 7 เท่า
“ธุรกิจในต่างประเทศของเราเติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้มาก และตลาดก็ใหญ่กว่าที่เราจินตนาการ” หวัง กล่าว และยังคาดการณ์ว่ารายได้จากตลาดต่างประเทศจะแซงหน้ายอดขายในประเทศภายในสิ้นปีนี้
ปัญหาขาดแคลนและกลยุทธ์การผลิตที่แข็งแกร่ง
กระแสความนิยมของลาบูบู้ทำให้เกิดปัญหาของขาดตลาด และการขายต่อในราคาสูง รวมถึงการปลอมแปลงสินค้า การต่อแถวซื้อสินค้านอกร้าน Pop Mart จึงกลายเป็นภาพชินตาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะที่ร้านแรกในเยอรมนีที่มีลูกค้าบางคนต้องรอคิวนานถึง 6 ชั่วโมง
หยวน จุนเจี๋ย ประธานศูนย์ซัพพลายเชนของ Pop Mart กล่าวว่า บริษัทได้เร่งเพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ “ขณะนี้เราผลิตได้มากกว่า 30 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือมากกว่า 10 เท่าของกำลังการผลิตในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว” หยวน กล่าว
นอกจากนี้ Pop Mart ยังวางแผนที่จะสร้างฐานการผลิตขนาดใหญ่ 6 แห่งทั่วโลก โดย 4 แห่งจะอยู่ในจีน และอีก 2 แห่งในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา scmp
