Featured
เมื่อเวลา 16.00–17.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ลานสนามหญ้า เวทีกลางในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” ณ มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้เข้าชมต่างให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม “รสชาติที่จับต้องได้” กันอย่างคึกคัก โดยในวันนี้มีการสาธิตเมนูประจำวัน คือ “ข้าวผัดผงกะหรี่กุ้ง” อาหารสร้างสรรค์ร่วมสมัย โดย เฮียจก โต๊ะเดียว เจ้าของร้านอาหารทะเลตำนานแห่งเยาวราช เฮียจก เชฟเทเบิลคนแรกๆ ของเมืองไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันกิจการร้าน “จกโต๊ะเดียว” ขยายเป็น 6 โต๊ะแล้ว คิวไม่ยาวเหมือนสมัยแรกๆ สำหรับเมนูสาธิต “ข้าวผัดผงกะหรี่กุ้ง” ได้แรงบันดาลใจมาตั้งแต่สมัยอายุ 40 ปี เมื่อครั้งเดินทางไปประเทศพม่าและได้ลิ้มรสข้าวผัดแบบท้องถิ่น จึงนำแนวคิดมาปรับดัดแปลงให้เข้ากับวัตถุดิบของไทย “ก่อนเปิดร้านอาหาร ผมค้าขายอาหารทะเลมาก่อน ทำให้ต้องเดินทางไปเสาะหาวัตถุดิบจากหลายประเทศ ทั้งพม่า บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน มาดากัสการ์ เพราะเมืองไทยมีทรัพยากรน้อยลง ปูและกุ้งดีๆ จึงมาอยู่ที่ร้านผม” เฮียจก เล่า สำหรับเคล็ดลับการทำข้าวผัดผงกะหรี่ เฮียจก เผยว่า ต้องใส่ใจจังหวะไฟ กระทะต้องร้อนพอดี เริ่มจากตีไข่จนสุก 70% แล้วใส่ข้าว ตามด้ว
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์และสื่อเครือมติชน ร่วมจัดงาน ”Food Carnival อร่อยเอาเรื่อง“ เทศกาลอาหารที่ดีที่สุด ชวนมาเปิดประสบการณ์ความอร่อย ทั้งกิน ฟัง เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00–21.00 น. ซึ่งวันนี้เป็นการจัดงานวันสุดท้าย เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ เข้ามาจับจ่ายซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และของฝากกันอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้คนจำนวนมากเริ่ม จับจองพื้นที่ เพื่อเตรียมเข้าร่วมฟัง ‘ล้อมวงเล่า’ และกิจกรรม Workshop ซึ่งเป็นไฮไลต์ในช่วงบ่ายของงาน นอกจากนี้ ภายในงานยังได้ คัดสรร ร้านอาหาร ชื่อดัง กว่า 50 ร้าน มาให้ประชาชนได้ ลิ้มลองอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ร้านเด็ดที่กำลังเป็นกระแสบนโซเชียล ร้านในตำนานที่ไม่เคยเผยโฉมนอกสถานที่ หรือร้านที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ พร้อมใจกันมาจัดเต็มในงานเดียว ในการนี้ ที่บูธ ‘การบินไทย’ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), น.ส.ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท
จากกะเพราล้มยักษ์ที่ขายดีแต่ขาดทุน จนกลายเป็น ‘หมึกมันไก่’ ร้านข้าวมันไก่ชื่อดังที่ขายกว่า 2 แสนจานต่อปี ‘ฐิตาภัสร์’ เจ้าของร้านหญิงแกร่งที่ยอมขายทุกอย่างเพื่อเริ่มใหม่อีกครั้ง เล่าบทเรียนชีวิต-ธุรกิจ ที่เริ่มจากศูนย์ด้วยความตั้งใจและคำเดียวในใจว่า ‘ล้มไม่ได้แล้ว’ 1 ปี 4 เดือน ที่ชื่อ ‘หมึกมันไก่’ กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ ร้านข้าวมันไก่เล็กๆ ที่เปิดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ถูกพูดถึงแทบทุกแพลตฟอร์ม รีวิวแน่นทุกวัน จนคว้ารางวัลและกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์อาหารที่คนไทยรู้จักมากที่สุดในปีที่ผ่านมา แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น คือเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ “เคยขายดีจนเจ๊ง” และเลือกจะเริ่มต้นใหม่ด้วยเงินก้อนสุดท้ายที่มี จาก ‘กะเพราล้มยักษ์’ ที่ขายดีวันละ 30,000 ถึงวันที่แทบไม่เหลือกำไร ในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เครือมติชนและพันธมิตร ‘คุณหมึก-ฐิตาภัสร์ วีระปฐมศักดิ์’ เจ้าของร้านหมึกมันไก่ เล่าว่า เธอเริ่มต้นเส้นทางในธุรกิจอาหารจากร้าน “กะเพราล้มยักษ์” ที่เคยสร้างยอดขายวันละกว่า 30,000 บาท หรือเดือนละ 7-8 แสนบาท แต่กลับเหลือกำไรเพียง 2-3 หมื่นบาท
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 4 ต.ค. ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เป็นวันที่ 2 ของงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” เทศกาลอาหารแห่งปี ซึ่งร่วมจัดโดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ปรากฏฝนเทลงมาอย่างหนักตั้งแต่เช้า แต่พอเข้าช่วงบ่าย เริ่มมีผู้คนสายฟู้ดดี้ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ หลายวัยทยอยมาเดินชม-ชิม-ช็อป กันหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าทุกโซนได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงสินค้าทางการเกษตร และโซนการบินไทย พาวิเลียน ที่มีผู้แวะเวียนมาชิมและจับจ่ายกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ กิจกรรมวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. เริ่มต้นที่บรรยากาศห้องเสวนาล้อมวงเล่า มีผู้สนใจร่วมกิจกรรมหนาตา เริ่มต้นได้ตามกำหนดเวลา 13.00–15.30 น. หัวข้อ “ราษฎรสร้าง(รส)ชาติ” วิทยากรโดย คุณชาติชาย มุกสง ทำหน้าที่พาผู้เข้าร่วม ย้อนกลับไปสู่ช่วงหลัง พ.ศ. 2475 กับการใช้ “อาหาร” เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพลเมืองใหม่ เมนูพื้นฐานอย่างไข่เจียว ข้าวหน้าไก่ และนมหนึ่งแก้ว จึงไม่เพียงแต่เป็นอาหารประจำวัน แต่ยังสะท้อนบทบาทของรัฐในการสร้างชาติ และช่วงเวลา 16.00–17.00 น. ว่าด้วยเรื่องรสชาติจับต้องได้ มีการสาธิตเมนูป
เมื่อเวลา 16.00–17.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ภายในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” เทศกาลอาหารแห่งปี ซึ่งจัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ได้มีการสาธิตการปรุงเมนู “ผัดไทยในยุคหลัง 2475” โดย เชฟแมน–สราวุธ เนียรวิฑูรย์ เชฟผู้คร่ำหวอดในเวทีแข่งขันระดับประเทศ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต เชฟแมน กล่าวว่า “ผัดไทย” ถือเป็นเมนูคู่บ้านคู่เมืองที่สะท้อนบริบทสังคมไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในยุคนั้น รัฐสนับสนุนให้คนไทยประกอบอาชีพด้วยการขายก๋วยเตี๋ยว ใช้วัตถุดิบง่ายๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ กุ้งแห้ง ซีอิ๊ว และซอสมะขาม ซึ่งหาได้ไม่ยาก ราคาย่อมเยา และสอดแทรกโปรตีนจากทั้งสัตว์และพืช เมื่อกาลเวลาผ่านไป รสชาติผัดไทยปรับเปลี่ยนไปตามภูมิภาค บ้างหวานนำ บ้างเปรี้ยวหรือเค็ม แต่แก่นสำคัญยังคงอยู่ ขณะเดียวกันแนวคิด “การเพิ่มมูลค่า” ก็เข้ามามีบทบาท ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากกุ้งแห้งตัวเล็กเป็นกุ้งแม่น้ำเผา หรือแม้แต่ยกระดับถึงล็อบสเตอร์ รวมถึงการเลือกใช้เต้าหู้ออร์แกนิก ถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหาง แล
การบินไทยเล่าถึงโปรเจ็กต์ ‘Good Taste for a Good Cause เบื้องหลังรสชาติไทยที่บินไกลทั่วโลก’ ที่นำอาหารไทยจากถนนสู่ท้องฟ้า จนกลายเป็นรสชาติระดับโลก ด้วยความตั้งใจที่จะนำอาหารไทยออกไปสู่ชาวโลกและต้องทำเพื่อสังคม ในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ณ มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 12.00–21.00 น. เทศกาลอาหาร Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ร่วมกับ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด, บริษัท กานเวลา ช๊อคโกแลต จำกัด, บริษัท สยามรอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล ในนามของแบรนด์ทิพย์สมัย, กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, บริษัท เนสเล่ย์ (ไทย) จำกัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), กรมทรัพย์สินทางปัญญา, แกร็บ ประเทศไทย, มติชน, ข่าวสด, สำนักพิมพ์มติชน และพาร์ตเนอร์ เพจแถวบ้าน ในเครือปันโปร, เพจชอบกิน ในเครือ ShobShop Media, เพจ Starvingtime เรื่องกินเรื่องใหญ่, Torpenguin, EventPass, รายการเรื่องเล่าเช้านี้ และอีกมากมาย อีกหนึ่งเทศกาลอาหาร “ดีที่สุ
มหกรรมความอร่อยที่ทุกคนรอคอย! FOOD CARNIVAL “อร่อยเอาเรื่อง” เส้นทางเศรษฐีและเครือมติชน พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็ม ณ มิวเซียมสยาม ตั้งแต่วันที่ 3-5 ตุลาคม 2568 เวลา 12.00-21.00 น. พบกับเวที “รสชาติที่จับต้องได้” พาทุกคนไปชมการ “สาธิตเมนูตำรับชาววัง” ผ่านเมนูน้ำพริกชาววังและเครื่องเคียง (สูตรแม่ครัวหัวป่าก์) โดย เชฟเบลล์-รศิกาญจน์ รุ่งลักษมีโรจน์ แชมป์รายการ The Restaurant War Thailand วันนี้เชฟเบลล์มาสาธิตเมนู น้ำพริกส้มมะขามเปียก โดยเชฟ เล่าว่า น้ำพริกจะมีรสเปรี้ยวนำจากมะขาม เค็มนัวและมีความมันจากเยื่อเคย ซึ่งในสมัยก่อนคนไทยไม่นิยมทานเผ็ดจัด โดยจะเป็นความเผ็ดร้อนจากภายใน วัตถุดิบที่ใช้ในเมนูนี้ ได้แก่ มะขามเปียกเนื้อล้วน, พริกแห้งที่ให้ความหอมกว่าพริกสด, เยื่อเคยที่ยังเป็นตัว, กุ้งแห้ง, น้ำตาลโตนด และเกลือ ขั้นตอนการทำ 1. นำพริกแห้งและกุ้งแห้งไปแช่น้ำให้นิ่ม และนำมาตำจนละเอียด ให้ได้เนื้อที่มีความหนืดเป็นเอกลักษณ์ 2. ใส่เยื่อเคยผสมน้ำแล้วตำต่อ เพื่อให้ได้ความเค็มกลมกล่อมจากเคยและเกลือ 3. เติมน้ำตาลโตนด ใช้ปริมาณประมาณ 450 กรัม เพื่อปรับสมดุลกับความเปรี้ยวของมะขาม เครื่องเคีย
SILPIN คือชื่อแบรนด์ที่นำเสนอกลิ่นไทยในรูปแบบ Syrup หรือน้ำเชื่อม ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้กับ อาหาร ขนม เครื่องดื่ม และสามารถปรุงให้สิ่งเหล่านั้นบ่งบอกอัตลักษณ์ไทยได้เด่นชัด ปัจจุบันมีกลิ่นรสแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ ดอกไม้ สมุนไพร ผลไม้ และ Thailand Signature อย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง “สินค้าของผมชื่อแบรนด์คือ ซิลพิน มาจากคำว่า ศิลปิน ได้แรงบันดาลใจมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงมีพระอัจฉริยภาพในทุกด้าน” คุณเมย์–ปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ CEO บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ SILPIN เปิดห้องทำงานในออฟฟิศย่านชิดลม เป็นสถานที่พูดคุยกันเมื่อวันก่อน เริ่มต้นบทสนทนา ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง ก่อนย้อนจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจในแบบของเขา “ช่วงที่ประเทศไทยมีการทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัส ให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้าทุกคนทำหน้าที่ได้ดีเท่ากับช่วยประเทศชาติเหมือนกัน พอได้ฟังแล้วก็กลับมาถามตัวเอง ว่าตัวเราทำอะไรได้ดีและจะช่วยประเทศชาติได้ ก่อนทบทวนในฐานะดีไซเนอร์ จะใช้ความรู้ด้านกลิ่นรส มาสร้างคุณค่าใหม่ให้ประเทศ” คุณเมย์ เล่าเสียงเรียบ และคุยให้ฟังต่อ ก่อนหน
รู้จัก “สแมชเบอร์เกอร์” ความอร่อยที่ร้านดังเลือกใช้ เคล็ดลับอยู่ที่การ “สแมช” สแมชเบอร์เกอร์ กลายเป็นเมนูยอดฮิตที่ร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งเลือกนำเสนอ ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดนใจคนรักเบอร์เกอร์ ทำให้สแมชเบอร์เกอร์ได้รับความนิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่ทุกคนรู้ไหมว่า สแมชเบอร์เกอร์ คือการทำเบอร์เกอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้วิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสร้างความโดดเด่นให้กับชิ้นเบอ์เกอร์นั้นๆ ได้อย่างดี โดยเคล็ดลับที่จะทำให้เนื้อในของเบอร์เกอร์ฉุดความสนใจไปยังลูกค้าได้นั้น เคล็ดลับอยู่ที่การ “สแมช” โดยวิธีการสแมชนั้น จะใช้เนื้อบดคุณภาพดีนำไปกดบนกระทะร้อนๆ ให้แบนและมีขอบเกรียมกรอบ จุดเด่นของสแมชเบอร์เกอร์คือความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อที่เกิดจากการสัมผัสความร้อนโดยตรง ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น เนื้อฉ่ำ และมีกลิ่นหอม จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านดังถึงเลือกใช้สแมชเบอร์เกอร์ ด้วยรสชาติที่โดดเด่น ผสานกับความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อที่แตกต่างจากเบอร์เกอร์ทั่วไป ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับรสชาติและเทกซ์เจอร์ที่น่าสนใจ มีความรวดเร็วในการทำใช้เวลาทำน้อยกว่าเบอร์เกอร์แบบอื่นๆ เหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการเส
62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด ทุกคนพร้อมที่จะกาง “ร่มกันฝนทางการเงิน” จากที่ไหน เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงท้องฟ้า แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้คนไปพร้อมกัน ในภาษาอังกฤษมีสำนวน “saving for a rainy day” หมายถึงการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามลำบาก ไม่ใช่แค่วันที่ฝนตกจริงๆ ดังนั้น ทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ ผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2563–2565 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561 แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคทีซี จึงได้รวบรวม 3 ขั้นตอน “อ–อ–ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด 1. อ–ออ
