SILPIN คือชื่อแบรนด์ที่นำเสนอกลิ่นไทยในรูปแบบ Syrup หรือน้ำเชื่อม ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้กับ อาหาร ขนม เครื่องดื่ม และสามารถปรุงให้สิ่งเหล่านั้นบ่งบอกอัตลักษณ์ไทยได้เด่นชัด ปัจจุบันมีกลิ่นรสแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ ดอกไม้ สมุนไพร ผลไม้ และ Thailand Signature อย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง
“สินค้าของผมชื่อแบรนด์คือ ซิลพิน มาจากคำว่า ศิลปิน ได้แรงบันดาลใจมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงมีพระอัจฉริยภาพในทุกด้าน”
คุณเมย์–ปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ CEO บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ SILPIN เปิดห้องทำงานในออฟฟิศย่านชิดลม เป็นสถานที่พูดคุยกันเมื่อวันก่อน เริ่มต้นบทสนทนา ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง
ก่อนย้อนจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจในแบบของเขา
“ช่วงที่ประเทศไทยมีการทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัส ให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้าทุกคนทำหน้าที่ได้ดีเท่ากับช่วยประเทศชาติเหมือนกัน พอได้ฟังแล้วก็กลับมาถามตัวเอง ว่าตัวเราทำอะไรได้ดีและจะช่วยประเทศชาติได้ ก่อนทบทวนในฐานะดีไซเนอร์ จะใช้ความรู้ด้านกลิ่นรส มาสร้างคุณค่าใหม่ให้ประเทศ” คุณเมย์ เล่าเสียงเรียบ
และคุยให้ฟังต่อ ก่อนหน้าที่จะก้าวมาทำธุรกิจนี้ เขาทำงานเป็น Flavor Designer อยู่เบื้องหลังการออกแบบกลิ่นให้กับหลายแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เครื่องใช้ส่วนตัว ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่ม แต่การตัดสินใจครั้งสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทจาก “นักแต่งเพลงเบื้องหลัง” มาเป็น “ศิลปินที่ยืนบนเวที” เพื่อสร้างแบรนด์ที่สะท้อนคุณค่าของวัตถุดิบเกษตรไทย
“ตลาดโลกของ Flavor & Fragrance หรืออุตสาหกรรมกลิ่นและรส มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี กลิ่นไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ แต่คือตัวกำหนดคาแร็กเตอร์ของสินค้า อย่างน้ำอัดลมชื่อดังระดับโลก แม้สูตรแทบไม่ต่างกัน แต่กลิ่นรสเพียงเล็กน้อย กลับสร้างเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำได้” คุณเมย์ อธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้น
คุณเมย์ ชี้ด้วยว่า ข้าวหอมมะลิไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก แต่ไม่ค่อยมีใครอธิบาย “หอมแบบไหน” ได้ ต่างจากกาแฟ ที่ผู้คนจำนวนมาก สามารถบรรยายได้ว่ามีโน้สฟรุตตี้ ดอกไม้ หรือถั่ว และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สินค้าเกษตรไทย ถูกขายในฐานะ “ปริมาณ” มากกว่า “คุณค่า”
แบรนด์ SILPIN จึงก่อตั้งขึ้นเพื่อนำ “กลิ่น” จากวัตถุดิบไทย เช่น ดอกกุหลาบจุฬาลงกรณ์ ตะไคร้ ใบมะกรูด มะพร้าว หรือข้าวหอมมะลิ มาสกัดและพัฒนาเป็น Flavor Extract ที่สามารถใช้ในขนม เครื่องดื่ม และอาหารระดับพรีเมียมได้ เป้าหมายไม่ใช่เพียงการขายสินค้า แต่คือการสร้าง Soft Power ของไทยผ่านกลิ่นต่างหาก
อย่างไรก็ตาม แรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่รัชกาลที่ 9 แต่ยังต่อยอดมาจากการที่รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต่างประเทศ ที่เป็นเหมือนการเปิดประเทศสู่สากลในยุคอาณานิคม เขาจึงออกแบบรูปลักษณ์ของแบรนด์ให้มีการนำเสนอในสไตล์โคโลเนียล ผสมผสานความเป็นไทยในเนื้อหา แต่ใช้รูปลักษณ์สากล เพื่อให้คนต่างชาติเข้าถึงง่าย แต่ยังคง “วิญญาณไทย” ไว้ภายใน
สำหรับก้าวแรกของ SILPIN เริ่มต้นในราวปลายปี 2019 เมื่อเขานำผลิตภัณฑ์ไปเปิดตัวที่ประเทศฝรั่งเศส ปรากฏได้เสียงตอบรับกลับน่าประทับใจ คนฝรั่งเศสที่คุ้นเคยกับไวน์และมาการอง ต่างตื่นเต้นกับ มาการองกลิ่นมะกรูด ซึ่งพัฒนามาจากวัตถุดิบไทยที่เคยใช้เพียงในต้มยำกุ้ง
เมื่อถามถึงเส้นทางของการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คุณเมย์ยิ้มน้อยๆ ก่อนบอก
“ยากมากๆ แม้ผมจะจบด้าน Food Science จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเคยทำงานกับบริษัทชั้นนำของโลกด้าน Flavor ที่สวิตเซอร์แลนด์ มานับสิบปี แต่การกลับมาเริ่มธุรกิจในไทย ต้องเผชิญกับทัศนคติของผู้บริโภคที่มองการใส่กลิ่นในอาหารว่าปลอม ต่างจากการฉีดน้ำหอมที่ทำให้รู้สึกหรูหราและมีคุณค่า ความท้าทายในธุรกิจนี้ จึงอยู่ที่การเปลี่ยน Perception ของคนต่อการใส่กลิ่นรส”
เจ้าของแบรนด์ท่านนี้ ยังเปรียบเทียบให้ฟังว่า ที่ผ่านมา น้ำปรุงไทยถูกมองว่าเก่าและโบราณ แต่ถ้าเป็นน้ำหอมฝรั่งเศสกลับถูกมองว่าคลาสสิคหรูหรา เขาจึงพยายามสร้างการนำเสนอใหม่ ให้กลิ่นไทยกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ทันสมัย SILPIN ไม่ต้องการเป็นเพียงซัพพลายเออร์กลิ่นรส แต่ต้องการเป็นผู้กำหนดวัฒนธรรมการใช้วัตถุดิบไทยในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะในอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม
“ไซรัป ของฝรั่งเศส เขาไม่ได้ขายเพียงน้ำเชื่อม แต่คือการ Infuse กลิ่นลาเวนเดอร์ เบอร์รี หรือโรสแมรี จนสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟและค็อกเทล SILPIN จึงนำแนวคิดนี้กลับมาใช้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย เพื่อสร้าง Storytelling ที่จะทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่ม ผมเชื่อว่า กลิ่นรสไทย คือ Soft Power ที่แท้จริง เราสามารถนำสิ่งที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้มาแปรรูปเป็นสินค้า เพื่อนำออกสู่ตลาดโลกโดยไม่ติดข้อจำกัดทางกายภาพ เช่นเดียวกับ ฝักวานิลลา ซึ่งถูกแปรเป็นสารสกัดก่อนขายได้ทั่วโลก” คุณเมย์ บอกหนักแน่น
และว่า
“ตลาดกลิ่นรสของโลกกำลังเติบโตในอัตราเร่ง ทั้งในกลุ่มอาหารฟังชันนอล เครื่องดื่มพลังงาน และสินค้าสุขภาพ ซิลพินจึงมีโอกาสที่จะยืนเป็น แบรนด์แรกและแบรนด์เดียวของโลกที่นำเสนอ Flavor Extract จากวัตถุดิบไทยในระดับอุตสาหกรรม”
ก่อนเผยด้วยแววตามุ่งมั่น
“เราอาจเป็นดีไซเนอร์ตัวเล็กๆ แต่ถ้าใช้ความรู้ความสามารถสร้างคุณค่าใหม่จากสินค้าเกษตรไทยได้ ก็เท่ากับช่วยชาติได้ทางหนึ่ง ผมไม่ได้สร้างธุรกิจหวังแต่ผลกำไร แต่ต้องการการปักธงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ขายแค่ข้าวเป็นกระสอบๆ แต่เราขายคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในกลิ่นรสได้ด้วย”
สนทนามาถึง อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SILPIN นั่นคือ การร่วมกับ “การบินไทย” เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร ด้วยการนำกลิ่นรสจากวัตถุดิบไทยมาต่อยอดในเมนูพิเศษและผลิตภัณฑ์บนเที่ยวบิน เป้าหมายไม่ใช่เพียง “การให้บริการ” แต่คือการใช้โอกาสบนท้องฟ้าเผยแพร่ Soft Power ของไทยสู่ผู้โดยสารจากทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การร่วมกันทำงานกับ “การบินไทย” ครั้งนี้ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยโอกาสเดียวที่ผ่านเข้ามา หากแต่เริ่มจาก “การเลือก” โดยคุณเมย์ เล่าว่า ก่อนหน้านั้น แม้จะมีสายการบินต่างชาติแบรนด์ใหญ่ ติดต่อมาให้ SILPIN เข้าไปร่วมทำงานในช่วงเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย แต่เขาตัดสินใจรอ “การบินไทย” เพราะเชื่อว่าคือพันธมิตรที่ใช่ ที่จะช่วยขับเคลื่อนอัตลักษณ์ไทย ให้ไปไกลกว่าการเป็นเพียงซัพพลายเออร์
และเมื่อเริ่มจับมือกับการบินไทย ทีมงานทั้ง 2 ฝ่ายจึงตั้งโจทย์เดียวกันว่า “ทำอย่างไรให้ภาษาโลกเข้าใจความเป็นไทยได้ทันทีที่ยกแก้ว” คำตอบจึงไปอยู่ที่ค็อกเทล รูปแบบเครื่องดื่มที่ลูกเรือทำงานง่าย ถ่ายทอดเรื่องราวได้ตรง และเป็นสื่อกลางของประสบการณ์ ซึ่งการบินไทยนั้น วางตำแหน่งตนเองด้านมาตรฐานการบริการระดับสากล ส่วน SILPIN เข้ามาเติม “กลิ่นรสไทย” ให้กลายเป็นซิกเนเจอร์ที่จดจำได้
โครงการความร่วมมือกัน จึงเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มค็อกเทล RRV หรือ Rose of the Royal Voyage เพื่อสื่อสารภาพการเดินทางภายใต้อัตลักษณ์ไทย “กลิ่นกุหลาบจุฬาลงกรณ์” จึงถูกตีความใหม่ให้มีโทนร่วมสมัย เหมาะกับบริบทการให้บริการบนเครื่อง และเป็นสะพานเชื่อมจากความประณีตของไทยสู่รสนิยมสากล
และอีกหนึ่งไฮไลต์ ที่เสิร์ฟบนเครื่อง ซึ่งมาจากแนวคิดการพัฒนาขนมไทยรูปแบบใหม่ ให้ชื่อว่า “ลุคจุ๊บทีจี” ซึ่งก็คือขนมลูกชุบรูปลักษณ์สุดวิจิตร แต่มีการใช้เทคโนโลยีด้านกลิ่นและเนื้อสัมผัส ทำให้เมื่อผ่าแล้วสีภายในคล้ายผลไม้จริงและมีกลิ่นหอม เพิ่มประสบการณ์ใกล้เคียงการกินผลไม้ แต่พกพาและให้บริการง่ายบนเที่ยวบิน โดยเฉพาะ “ลุคจุ๊บทีจี-ทุเรียน” สามารถทำให้การบินไทยเป็นสายการบินแรกที่เสิร์ฟทุเรียน ได้อย่างสุภาพ ไล่กลิ่นรบกวนและควบคุมประสบการณ์ผ่านเทคโนโลยีกลิ่นรส ช่วยเล่าเรื่องผลไม้ไทยเจ้าปัญหาให้กลายเป็นของดีที่เข้าถึงได้สำหรับผู้โดยสารทุกเชื้อชาติ
เมื่อถามถึงประเด็นความตั้งใจยกระดับทั้งการเพิ่มคุณค่าและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย คุณเมย์ บอกว่า “ถ้าเราไม่เชื่อก่อน จะให้โลกเชื่อได้อย่างไร” และความเชื่อนี้ต้องส่งต่อไปยังการออกแบบ ซัพพลายเชน ตั้งแต่ต้นน้ำที่แปลงปลูก ไปจนถึงปลายน้ำที่การให้บริการจริงบนเครื่อง
ตัวอย่างชัดเจนคือ “ดอกกุหลาบจุฬาลงกรณ์” วัตถุดิบเชิงสัญลักษณ์ที่ปลูกยากและต้องการความเข้าใจเฉพาะทาง เมื่อเกษตรกรยังไม่เห็นตลาดและราคาแน่นอน SILPIN จึงเริ่มปลูกเองควบคู่กับทำงานกับ “กลุ่มเฉพาะ” เพื่อสร้างความมั่นคงของแหล่งวัตถุดิบและมาตรฐานกลิ่นในระยะยาว
หรืออย่าง ตะไคร้ เป็นอีกกรณีศึกษา ที่ผ่านมา ลงไปดูสวนจริง พูดคุยเงื่อนไขอย่างเป็นธรรมกับเกษตรกร ท่ามกลางตลาดทั่วไปที่ราคาผันผวนตั้งแต่กิโลละ 2–24 บาท แต่จะรับซื้อที่กิโลละ 30 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ปลูกต่อเนื่อง พร้อมเปิดทางให้เกษตรกรขายได้หลายช่องทาง ไม่ผูกขาด แต่เน้น เติบโตไปด้วยกัน ความยากในเรื่องการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย จึงไม่ใช่แค่การคิดสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แต่คือการประกอบร่างต้นน้ำ-ปลายน้ำ ให้สมบูรณ์และยั่งยืน
เกี่ยวกับเป้าหมายทางธุรกิจ CEO ท่านเดิม บอก ระยะ 3–5 ปี SILPIN วางตำแหน่งตนเองชัดใน “มิติมูลค่า” ไม่แข่งด้วยปริมาณ ซึ่งทุกวันนี้ ตลาดในประเทศ แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักผ่านโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำมาตั้งแต่ช่วงโควิด ส่วนเป้าหมายหลักต่อไปคือ ต่างประเทศ โดยเลือกทั้งตลาดที่สุกงอมด้านการใช้กลิ่น เช่น ฝรั่งเศส และตลาดที่ขาดแคลนวัตถุดิบเขตร้อน เช่น ฟินแลนด์และสแกนดิเนเวีย
นอกจากนี้ กำลังจะเปิดตลาดใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเริ่มต้นจาก Professional Used แต่เมื่อมีโอกาสได้ทำโปรเจ็กต์ร่วมกับการบินไทย จึงออกสินค้าแพ็กเกจสำหรับ Home Used ขายบนเครื่อง Duty Free Shop ล่าสุดเปิดช็อปเล็กๆ แล้วที่เซ็นทรัล ชิดลม และพาตัวเองเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ
เมื่อขออนุญาตสอบถามผลตอบแทนทางธุรกิจ คุณเมย์ เผย ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปีนี้ ไซรัปขายไปได้มากกว่า 100,000 ขวด ตอนนี้ไม่มีคู่แข่งทางตรง SILPIN เป็นแบรนด์หนึ่งเดียวในประเทศไทยและหนึ่งในโลก อาจเพราะไม่มีใครกล้าทำ มันเป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นขวดที่ออกแบบใหม่ และสั่งผลิตมาตรฐานเดียวกับจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ในทุกขั้นตอนพรีเมียมทุกอย่าง
ขอเสียมารยาทถาม ทำไมต้องลงทุนขนาดนั้น คุณเมย์ ตอบจริงจังส่งท้าย
“เพราะโอกาสของประเทศไทยมีครั้งเดียว…จะพลาดไม่ได้”
