Featured
“น้ำพริกเอมโอชา” น้ำพริกไทยสไตล์โมเดิร์น คือ เจ้าของรางวัล SME ดาวรุ่ง ประจำปี 2568 จากการประกาศรางวัลของ เซเว่น อีเลฟเว่น เกิดมาจากความชอบทำอาหารกลายเป็นธุรกิจเต็มตัว มี คุณลดาวัลย์ เลห์มันน์ เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยเธอมองเห็นโอกาสใน “น้ำพริก” เมนูคุ้นเคยของคนไทย ที่ยังสามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อีกมาก ด้วยแนวคิด รสชาติอร่อย ตามเทรนด์อยู่เสมอ คุณภาพสินค้า สะอาด ปลอดภัย Packaging Design ที่ทันสมัย มีความคุ้มค่า คุ้มราคา ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารพื้นบ้านไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าใจ จึงเริ่มต้นพัฒนาสูตรน้ำพริกกรอบหลากหลายรสชาติ แพ็กเกจจิ้งหลากหลาย ทั้งรูปแบบถ้วย และรูปแบบซอง ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกน้ำย้อย น้ำพริกหมึกย่างสามรส น้ำพริกปลาแซลมอนคั่วกรอบ น้ำพริกฟองเต้าหู้หม่าล่า ไปจนถึงน้ำพริกปลาดุกฟูผัดพริกขิง และยังขยายไลน์ “น้ำพริกท็อปปิ้ง” ที่มีรสชาติแบบสากล เช่น ศรีราชา กรีนเคอรี่ และซอยการ์ลิก เจาะตลาดต่างประเทศได้อย่างลงตัว คุณลดาวัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของความสำเร็จอยู่ที่การ “ฟังลูกค้า” ทีมงานของเอมโอชาติดตามเทรนด์ผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ป
ใครจะคิดว่าผักสวนครัวบ้านๆ ผักธรรมดาๆ อย่าง กะเพรา โหระพา ใบแมงลัก สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง ผักชีไทย ผักชีลาว มะเขือ แตงกวา คะน้า ถั่วฝักยาว เห็ดหูหนู ฯลฯ จะสามารถสร้างรายได้มหาศาลหลักล้านต่อเดือนให้ คุณนภคสร สามงามไกร หรือ เจ๊นุ่น ผักสด เจ๊ใหญ่แห่งวงการขายผักสด “รายได้หลักล้านได้ไม่ยากถ้าเห็นโอกาส ที่พูดมาทั้งหมด ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก และอย่างน้อยทุกบ้านต้องมีผักเหล่านี้ 1-2 อย่างในตู้เย็น ตรงนี้แหละทำให้เราเห็นเงินล้าน” เจ้าของร้าน เจ๊นุ่น ผักสด กล่าว จุดเริ่มต้นอาชีพแม่ค้าของเจ๊นุ่น เริ่มตั้งแต่สมัยเด็ก เธอมั่นใจมาตลอดว่าอยากเป็นแม่ค้า เพราะชอบค้าขาย หลังเรียนจบจึงยึดอาชีพเป็นเเม่ค้าทันทีโดยไม่ได้ทำอาชีพอื่น “นุ่นชอบขายของ ชอบพูดคุยกับลูกค้า สร้างฐานลูกค้าด้วยสองมือกับความพยายามของตัวเอง ทำตรงนี้ใจต้องรัก เพราะไม่ได้ทำงานในออฟฟิศเย็นๆ ต้องตากแดดร้อนๆ อย่างตัวนุ่นเป็นเกษตรกรเองด้วย ไหนจะต้องคุมคนงานปลูกผักของตัวเอง ไหนจะต้องขับรถไปหาลูกไร่อื่นๆ เพื่อหาสินค้ามาเติมให้จำนวนเพียงพอกับออร์เดอร์ที่เข้ามาในแต่ละวัน” “ทุกคนเป็นแม่ค้าได้ แต่เป็นแม่ค้าที่มีลูกค้าประจำแ
เรื่องราวของสองพี่น้อง Jaime Holm และ Matt Hannula ผู้พลิกงานอดิเรกเล็กๆ จากรถบ้านเก่าราคา 800 ดอลลาร์ ให้กลายเป็น Tinker Tin บริษัทออกแบบและผลิตสินค้าปลีกมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 650 ล้านบาท โดยไม่มีหนี้สิน ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมที่ “ยังไม่มีอยู่จริง” เริ่มต้นจากความหลงใหล โอกาสในสิ่งที่ไม่มี Jaime Holm เริ่มต้นธุรกิจ Tinker Tin เป็นงานอดิเรกเมื่อกว่า 13 ปีที่แล้ว ขณะยังทำงานที่ Trader Joe’s เธอได้แรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตในรถบ้านที่ออสเตรเลีย และพบว่าตลาดให้เช่ารถบ้านวินเทจในสหรัฐฯ ยังไม่มีอยู่จริง เธอจึงตัดสินใจลงทุน 800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 26,000 บาทกับสามี เพื่อซื้อรถเทรลเลอร์เก่ามาซ่อมแซมและให้เช่า ซึ่งทำให้พวกเขาเป็นบริษัทให้เช่ารถเทรลเลอร์วินเทจแห่งแรกของสหรัฐฯ ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อความต้องการเช่ารถเทรลเลอร์ขยายไปสู่การใช้ในภาพยนตร์ โฆษณา และโรดโชว์ของแบรนด์ดังอย่าง LUSH หรือ Pepsi แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อลูกค้าเริ่มขอให้ Tinker Tin ออกแบบและสร้างดิสเพลย์สำหรับสินค้าปลีก มากกว่าการเช่ารถเทรลเลอร์ จนกลายเป็นธุรกิจหลักที่ขยาย
เยาวภา แสงจันทร์ บล็อกเกอร์ด้านท่องเที่ยวจากประเทศไทย เยี่ยมชมงานมหกรรมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศแห่งภูมิภาคจีนตะวันตก ครั้งที่ 7 (7th Western China International Fair for Investment and Trade – WCIFIT) พร้อมถ่ายทอดสดพูดคุยกับแฟนคลับผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเธอกล่าวว่า มหกรรมนี้แค่เดินชมวันเดียวก็ได้เห็นสินค้าจากหลากหลายประเทศทั่วโลก จึงรู้สึก “สดใหม่และน่าสนใจมาก” งานมหกรรมฯ จัดขึ้นที่เทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกของจีน ระหว่างวันที่ 22-25 พ.ค. ถือเป็นเวทีเจรจาการลงทุนระดับนานาชาติที่สำคัญของภูมิภาคจีนตะวันตก โดยมีบริษัทจาก 39 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วมกว่า 1,300 แห่ง และในปีนี้ไทยยังได้รับเกียรติให้เป็นประเทศเกียรติยศด้วย ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูของไทย เปิดเผยว่า พื้นที่จัดแสดงของประเทศไทยในงานนี้มีขนาดใหญ่ถึง 600 ตารางเมตร มีบริษัทไทยเข้าร่วมกว่า 40 แห่ง นำเสนอสินค้าหลากหลาย ทั้งยังมีการแสดงวัฒนธรรมไทย เช่น การรำไทยให้ชมกันอย่างใกล้ชิด เยาวภา กล่าวว่า พาวิลเลียนของไทยนับเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดแสดงที่ใหญ่ที่สุดของงาน และตนได้เห็นสินค้าจากบ้านเกิดจำนวนมากที่นี่ ซ
ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว บวกกับความไม่แน่นอนจากมาตรการกำแพงภาษี และความท้าทายในประเทศต่างๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคพากันรัดเข็มขัดประคองตัวให้ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบาก เว็บไซต์ “จุงอัง เดลี” ของเกาหลีใต้ ระบุว่า บรรดาร้านสะดวกซื้อต่างก็เปิดตัวสินค้าไซซ์เล็กออกมาเอาใจผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่าย แทนการนำเสนอสินค้าไซซ์ใหญ่ที่คุ้มค่ามากกว่า สินค้าไซซ์มินิมุ่งเป้าครัวเรือนที่มีสมาชิก 1-2 คนที่คำนึงถึงเงินในกระเป๋ามากขึ้น พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้าขนาดกะทัดรัดเหล่านี้ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากหลังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ยอดขายในร้านสะดวกซื้อเมื่อเทียบรายไตรมาสลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติในปี 2556 “โคเรีย เซเว่น” (Korea Seven) ผู้ให้บริการร้าน “เซเว่น อีเลฟเว่น” (7-Eleven) ในเกาหลีใต้ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไซซ์เล็กสำหรับสินค้าหลายรายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด Pure Poddeuk และ Actz Perfect Baking Soda รวมถึงน้ำยาปรับผ้านุ่ม Pigeon Concentrated Mystic Rain สินค้าเหล่านี้ปรับลดขนาดลงเหลือ 300 มิลลิลิตร หรือเล็กลง 20-30% จากขนาดมาตรฐาน และมีรา
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เชิญชวนนิสิตและนักศึกษาจบใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและมีศักยภาพ เข้าร่วมโครงการ The Complete Banker™ (TCB) ประจำปี 2568 โปรแกรมพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในสายงานการเงินที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และวิสัยทัศน์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำในโลกธุรกิจการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 สำหรับโครงการ The Complete Banker™ (TCB) เป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลา 2 ปี ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อหล่อหลอม “นักการเงินรุ่นใหม่” ให้กล้าคิดนอกกรอบ สร้างความแตกต่าง และพร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านการทำงานจริงในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์ระดับองค์กรที่ส่งผลต่อทิศทางธุรกิจ และได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่างๆ ซึ่งจุดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่การพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำผ่านประสบการณ์ตรง การมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญระดับองค์กรและการสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ยังได้พบกับเพื่อนร่วมงานจากหลาก
จาก 1 โต๊ะ สู่ 18 โต๊ะ “อาม่งหม่าล่า” ทำอย่างไรให้ยอดขายโต 35% ในช่วงที่ตลาดหม่าล่าซบเซา? จากความหลงใหลในรสชาติหม่าล่าต้นตำรับ สู่ร้านอาหารที่ครองใจคนไทย “อาม่งหม่าล่า” ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เป็นเรื่องราวการเดินทางของ คุณทอฝัน บัวคอม อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน อาม่งหม่าล่า หญิงสาวที่บินลัดฟ้าสู่ประเทศจีน เพื่อตามหารสชาติที่ใช่ และนำมันกลับมาสร้างสรรค์เป็นหม่าล่าสไตล์โฮมเมดที่ทุกคนต้องหลงรัก ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตในจีน ทำให้เธอได้เรียนรู้เคล็ดลับการกินหม่าล่าแบบต้นตำรับ และนำมาปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย จนเกิดเป็น ‘อาม่งหม่าล่า’ ร้านอาหารที่เสิร์ฟความอร่อยแบบไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น วัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี หรือบรรยากาศที่เป็นกันเอง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ อาม่งหม่าล่า กลายเป็นร้านหม่าล่าในดวงใจของใครหลายๆ คน บทความนี้จะพาคุณไปสัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ ไปจนถึงเคล็ดลับความอร่อยที่คุณอาจไม่เคยรู้ จนถึงขั้นที่จะอยากมาลองด้วยตัวเอง สักครั้ง ออกจากงานประจำ ทำอาม่งหม่าล่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานประจำ ทำมาหลายอาชี
“30 ปีก่อน เป็นแค่ลูกจ้างในตลาดผักธรรมดา ขายผักไปเรื่อยตามที่มีขาย ไม่มีทุน ไม่มีชื่อ ไม่มีร้านกับเขา แต่วันนี้สามารถยืนอยู่แถวหน้าได้ ด้วยสองมือและหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ เรื่องราวของ เจ๊สอง-คุณรัตนมล แสงจันทร์ เจ้าของร้านนำโชค เจ๊สอง หรือที่หลายคนเรียก เจ๊สอง ท้อสีดา แผงขายมะเขือเทศที่ลูกค้าหลายเจ้า ตั้งแต่ร้านยำ ยันสายการบินให้ความไว้วางใจ เธอก่อร่างสร้างตัว จนตอนนี้สร้างอนาคตของตัวเองได้สำเร็จ เริ่มต้นจากขายผัก เจ๊สอง เป็นคนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ยึดอาชีพหาเช้ากินค่ำทั่วไป และเคยเข้ามาขายกะหล่ำปลี กับผักกาดขาว ที่ตลาดสี่มุมเมือง ทำได้ระยะหนึ่ง เธอตัดสินใจกลับบ้านไปตั้งหลัก ใช้ฝีมือเย็บผ้า มาเป็นอาชีพทำกิน แต่ชีวิตก็ถึงจุดเปลี่ยน เมื่อคนรู้จักสมัยขายผัก ชวนมาช่วยขายมะเขือเทศท้อกับมะเขือเทศสีดา แม้ตอนนั้นจะลังเล เพราะไม่ได้ขายผักมานาน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาสู้ “ช่วงแรกงงทุกอย่าง ไม่รู้แม้แต่จะแยกพันธุ์มะเขือเทศ ขายได้แค่วันละ 75-100 กิโล หมดกำลังใจหลายครั้งที่คิดว่าจะเลิก แต่ก็กัดฟันสู้ เพราะในใจเชื่อว่า ยังมีทางของเราอยู่ตรงนี้ จากคนไม่รู้จักตลาด ก็ค่อยๆ เรียนรู้ จากลูกจ้า
นับจากนี้คือเรื่องราวของ คุณอ้อ-ชุติกาญจน์ เผ่าผาง วัย 45 ปี คุณแม่ลูกหนึ่งจากกรุงเทพฯ ที่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อครอบครัวในวันที่ชีวิตเริ่มติดขัด ภาระค่าใช้จ่ายในบ้านสูงขึ้น งานประจำไม่มั่นคง และหนี้นอกระบบเริ่มก่อตัว สิ่งเดียวที่เธอเชื่อในตอนนั้นคือ เธอต้องลุกขึ้นมา “เปลี่ยนชีวิตด้วยตัวเอง” ก่อนหน้านี้ คุณอ้อ เคยทำงานเป็นพนักงานบัญชีในร้านทองมานานกว่า 10 ปี แต่เมื่อกิจการเริ่มขาดทุน ร้านจำเป็นต้องปลดพนักงานเกือบทั้งหมด เธอจึงผันตัวมารับงานบัญชีแบบฟรีแลนซ์ ซึ่งพอเลี้ยงตัวเองได้ แต่ยังไม่พอสำหรับบ้านที่มีทั้งคุณแม่ พี่ชาย และลูกชายคนเดียวของเธอ “รายได้ประจำไม่พอแน่ ทั้งค่าเทอมลูก ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว บางเดือนถึงกับต้องไปพึ่งเงินกู้นอกระบบมาใช้จ่าย” คุณอ้อ กล่าว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเริ่มขับแกร็บเป็นอาชีพเสริมในช่วงปลายปี 2566 เพราะไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เชื่อถือได้ และสามารถจัดสรรเวลาทำงานเองได้หมด รายได้จากการวิ่งงานช่วยให้พี่อ้อสามารถประคองสถานการณ์ด้านการเงินในแต่ละเดือนได้มากขึ้น แต่พอถึงช่วงเปิดเทอม คุณอ้อ รู้ทันทีว่ารายได้ตอนนี้อาจไม่พอรับมือกับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่
นายณัฐวี โฆษะฐิ ผู้จัดการโครงการ Sasin Management Consulting (SMC) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ตลาดแรงงานของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากประชากรวัยแรงงานที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง กำลังแรงงานรุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานจะยิ่งหายากยิ่งขึ้นจากอัตราการเกิดที่ลดลง การพัฒนาศักยภาพและรักษาพนักงานรุ่นเก่าให้กับองค์กรไปพร้อมๆ กับการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อทดแทนกำลังแรงงาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสถานการณ์ของประเทศไทย ทว่าการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหลายองค์กรประสบปัญหาพนักงานรุ่นเก่าที่ไม่ได้เกิดในยุคไอทีไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างที่องค์กรวาดหวังไว้ ไปจนถึงปัญหาการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้การผลักดันองค์กรให้เดินหน้าเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น นายณัฐวี กล่าวต่อ อย่างไรก็ดี มิใช่ว่าพนักงานรุ่นเก่าที่ไม่ได้เกิดในยุคไอทีเหล่านี้จะไม่มีความสามารถหรือไม่มีทางที่จะทำให้พนักงานกลุ่มนี้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ ในการรับมือกั
