Featured
หากพูดถึงครีเอเตอร์ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่น หยิบเรื่องใกล้ตัวมาทำคอนเทนต์ได้อย่างน่าสนใจ และสะท้อนสังคม โดยการโรลเพลย์กับสถานการณ์จริงที่หลายคนเคยเจอ จนสามารถสร้างปรากฏการณ์ “คลิปล้านวิว” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนพูดคุยกับ ไบรท์-เอกรัตน์ คงสถิตย์ เจ้าของช่อง ไบรท์ไร้ไขมัน (brightekkarat) ที่เริ่มจากความฝันอยากเป็นพิธีกร สู่การเป็นครีเอทีฟเบื้องหลังรายการตลกชื่อดังระดับประเทศ และผันตัวเป็นครีเอเตอร์สายเล่าเรื่อง ผู้ติดตาม 1.6 ล้าน ที่มีผลงานไวรัลนับไม่ถ้วน จากฝันแรกของเด็กสายกิจกรรม ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ความฝันแรกของไบรท์ไม่ใช่การเป็นคนเบื้องหลัง แต่เขาอยากเป็น “พิธีกร” ตั้งแต่สมัยเรียน เขาคือเด็กกิจกรรมตัวจริง ทั้งการเป็นพิธีกรกิจกรรมต่างๆ ประธานนักเรียน ไปจนถึงพิธีกรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทุกบทบาทล้วนหล่อหลอมให้เขาคุ้นเคยกับการยืนหน้ากล้อง และสื่อสารกับผู้คน กระทั่งได้มีโอกาสฝึกงานที่ A Time Media ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบงานด้านครีเอทีฟ เช่น การคิดมุก การเขียนบท และการเล่าเรื่อง จนเริ่มจับทางสายครีเอทีฟได้อย่างจริงจัง หลังจากนั้น ไบรท์ได้ร
หลัง NikeSKIMS เปิดตัว “ลิซ่า” BLACKPINK ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ พร้อมปล่อยโฆษณาออกมาจนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียล และกระแสก็แรงไม่พัก เมื่อลิซ่าสวมชุด “Nike Gato” แบบสั่งตัดดีไซน์สุดเท่ ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง โดย คิม คาร์ดาเชียน เจ้าของแบรนด์ SKIMS ได้เปิดเผยผ่านรายการ Sneaker Shopping ที่เลือก ลิซ่า BLACKPINK วง K-pop ชื่อดังระดับโลกมาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ และเธอยังสวมชุด Nike Gato แบบสั่งตัดพิเศษขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง ลิซ่ากล่าวว่า “เวลาที่ฉันขึ้นแสดง ทุกอย่างต้องดูดีไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวและการเต้นได้อย่างเต็มที่ คอลเล็กชัน NikeSKIMS ใส่สบายและเบามาก ทำให้มั่นใจที่จะใส่ไปทุกที่ ตั้งแต่ซ้อม เดินทาง ไปจนถึงใส่ชิลๆ อยู่บ้าน มันเข้ากับชีวิตประจำวันของฉัน” คิมกล่าวว่า ลิซ่าคือ “บุคคลในฝัน” ที่อยากร่วมงานมากที่สุดในแคมเปญนี้ ซึ่งเป็นแคมเปญที่มีทั้งเหล่านักเต้นบัลเลต์จำนวนมาก เสื้อผ้าจากคอลเลกชัน NikeSKIMS และรองเท้ารุ่นใหม่ Rift Satin ที่มาในโทนสีดำและสีชมพู “ฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่ฉลาดมากจริงๆ ที่เลือกใช้สองโทนสีนี้ และเลือกลิซ่ามาร่วม
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในย่านพระประแดง ยังมีร้านขนมโบราณลับๆ อยู่ในซอยเล็กๆ ร้านหนึ่ง ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามาเกือบศตวรรษ นั่นคือ “ซินเต็กไล้” ชื่อที่การันตีความอร่อยระดับตำนาน ถูกส่งต่อมาจากอากงผู้หอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน สู่รุ่นเตี่ย และปัจจุบันอยู่ในมือของ คุณสัณฑ์พจน์ ฐิตะไพศาลผล ในวัย 63 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้สืบทอดกิจการด้วยความตั้งใจ จาก “จำยอม” สู่ “ตัวจริง” เส้นทางของคุณสัณฑ์พจน์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเรียนจบด้านการตลาดและตั้งใจอยากจะไปทำอาชีพอื่นไม่ได้คิดรับช่วงต่อกิจการแต่อย่างใด แต่ด้วยภาระหน้าที่ในฐานะลูกหลาน และพี่น้องคนอื่นๆ ไม่มีใครพร้อมรับช่วงต่อ ในวัยเพียง 24 ปี เขาจึงต้องตัดสินใจกลับมาสานต่อกิจการครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน เสน่ห์ของ “งานมือ” ที่เครื่องจักรแทนไม่ได้ หัวใจสำคัญที่ทำให้ซินเต็กไล้ครองใจลูกค้าคือ “ความไม่เปลี่ยนแปลง” คุณสัณฑ์พจน์ยังคงยึดถือสูตรดั้งเดิมของอากงอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ “มือ” ปั้นและปรุงแทนการใช้เครื่องจักร “ถ้าใช้เครื่อง ขนมจะกระด้าง ไม่นุ่มนวลเหมือนทำด้วยมือ ลูกค้าประจำเขาดูออกทันทีถ้าเราเปลี่ยนวิธีทำ” เขากล่าว 2 เมนูชูโ
กลับมาอีกครั้งกับ “เทศกาลตรุษจีน” เทศกาลที่มีความสำคัญต่อชาวจีน รวมถึงลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีน โดยในปีนี้ตรงกับปีนักษัตร “มะเมีย” หรือที่ใครหลายคนบอกว่าเป็นปีแห่ง “ม้าลุยไฟ” เปี่ยมไปด้วยพลังและการเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นเทศกาลแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ การที่จะทำให้เฮง ไหว้ให้ปัง ชีวิตดี เริ่มต้นด้วยการเลือกสิ่งดีๆ ไหว้บรรพบุรุษเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญู คัดสรรสิ่งที่ดีด้วยของไหว้ที่มีความหมายมงคล วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปเตรียมความพร้อม เช็ก “วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว” ความหมายของไหว้มงคลต่างๆ รวมถึงสิ่งที่ควรทำและห้ามทำในวันตรุษจีน เพื่อเปิดประตูรับความปังที่กำลังจะเข้ามาในตลอดปี 2569 อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา กล่าวว่า “ตรุษจีนในปีนี้เป็นที่พิเศษกว่าปีอื่น เพราะเป็นปีมะเมียและปีธาตุไฟ เมื่อมาบรรจบกันจึงกลายเป็น ปีม้าไฟ ส่งผลให้ปีนี้ เป็นปีแห่งความมั่นคง ความสำเร็จ ความก้าวหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังความมงคล” วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว สำหรับ เทศกาลตรุษจีน ผู้คนนิยมสักการะเทพเจ้าและบรรพบุรุษเพื่อขอพรให้ครอบครัวมีกิน มีใช้ตลอดทั้งปี แบ่งวันสำคัญได้ 3
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์การดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายของคนไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และหากพูดถึงแบรนด์อาหารเสริมสัญชาติไทยที่ครองใจสายสุขภาพมาอย่างยาวนาน ชื่อของ Fitwhey (ฟิตเวย์) คือหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ด้วยสโลแกน #โคตรเถื่อน ที่มาพร้อมภาพจำของความ “จริงใจ ตรงไปตรงมา และคุณภาพที่พิสูจน์ได้” เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ “แดนนี่-ดนุพล ชิลลี่” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ ผู้เริ่มต้นธุรกิจจากคำถามเรียบง่ายว่า “ทำไมคนไทยต้องกินเวย์โปรตีนราคาแพงเกินจริง” และเปลี่ยนคำถามนั้นให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตทะลุ 1,000 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี จากคนรักการออกกำลังกาย สู่แบรนด์เวย์โปรตีน คุณแดนนี่ เล่าให้ฟังว่า แรงบันดาลใจของ Fitwhey เกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่หลงใหลในกีฬาเพาะกาย แต่กลับพบว่าเวย์โปรตีนในประเทศไทยช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว มีราคาสูงเกินเอื้อมถึงกระปุกละ 5-6 พันบาท เมื่อเขามีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ก็ได้พบว่าต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้สูงอย่างที่คิด เขาจึงเริ่มต้นนำเข้าเวย์โปรตีนมาแบ่งปันให้
MK GROUP เชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาหารญี่ปุ่นแบบ Specialty ในประเทศไทย เดินหน้าปั้น ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ (HIKINIKU TO COME) แบรนด์ที่เป็นออริจินอลแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น ขยายสาขาต่อเนื่อง แม้ว่าแฮมเบิร์กอาจไม่ใช่เมนูที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอาหารญี่ปุ่นในไทยในทันที แต่กำลังทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่งบทใหม่” ที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคในเชิงบวก และเปิดพื้นที่ให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Specialty สร้างความแตกต่างท่ามกลางตลาดที่แข่งขันรุนแรง พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตในฐานะแบรนด์ระดับโกลบอล คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความสำเร็จของ ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ (HIKINIKU TO COME) สะท้อนกลยุทธ์การขยายแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ซึ่งมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีเอกลักษณ์ มีความ Authentic สูง และการนำเสนอที่โดดเด่น โดยถือเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาจุดกระแสความสนใจต่อแฮมเบิร์กสไตล์ Specialty จนทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเปิดรับและให้ความนิยมมากขึ้น ถึงแม้ว่าตลาดร้า
การสร้างธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความยิ่งใหญ่ หรือเงินทุนมากมายเสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากโอกาสเล็กๆ ที่มาพร้อมแพชชันอันแรงกล้า เช่นเดียวกับเส้นทางของ คุณเมญ่า-ศุภกฤต พลเสน นักศึกษาแฟชั่นดีไซน์วัยเพียง 19 ปี เด็กต่างจังหวัดที่หลงใหลในงานแฟชั่น วันนี้เธอคือเจ้าของแบรนด์ “Hole of Babin (โฮลออฟบ้าบิ่น)” กระเป๋ารีไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติก ที่ไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังสร้างรายได้และความภาคภูมิใจ ส่งตัวเองเรียนได้สำเร็จ โปรเจ็กต์ส่งครูสู่แบรนด์ คุณเมญ่า เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Hole of Babin มาจากโปรเจ็กต์ในห้องเรียน สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา “ตอนนั้นอาจารย์ให้ทำงานออกแบบกระเป๋าที่ต้องมีเรื่องราว เราก็เลยหยิบความเป็นไทยมาเล่าผ่านสิ่งใกล้ตัวที่คุ้นเคย อย่างชีวิตในท้องทุ่งและเพลงลูกทุ่ง พอทำออกมา กลายเป็นว่าคนรอบตัวชอบและให้กำลังใจ เลยลองต่อยอดทำขายจริงๆ จนกลายเป็นแบรนด์ที่เราสร้างขึ้นมา” ความรักในงานแฟชั่นของคุณเมญ่า เริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเด็ก เธอซึมซับวิถีชีวิตจากคุณยายที่ชอบพาไปชมวงดนตรีลูกทุ
“ละพอแต่เปิดผ้าม่านกั้ง สาวหมอลำสิพาม่วน คนหนุ่มคนสาวขอเชิญชวน ออกมาม่วนหน้าเวที” เชื่อว่าหลายคนพอได้ยินเสียงดนตรีอันเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น เสียงพิณ แคน โปงลาง ที่ดังกระหึ่มชวนโยกย้ายส่ายสะโพก ต่างต้องพากันออกไปม่วนหน้าเวทีเป็นแน่ ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมเคป็อปและดนตรีสากลที่เป็นที่ยอมรับและนิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่ยังมีอีกความน่าสนใจหนึ่งเกิดขึ้นคือ “หมอลำ” ศิลปะพื้นบ้านจากภาคอีสาน เล่าไปอาจไม่เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานนี้ เมื่อวันที่ 13-14 มกราคม 2569 ณ บริเวณสวนรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง ปรากฏการณ์หมอลำใหญ่กลางกรุง เปิดการแสดงด้วยหมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ ขายบัตรในราคาเพียง 100 บาท วันที่ 14 มีผู้เข้าชมกว่าหลายหมื่นคน ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “วิกแตก” คนล้นออกไปยันข้างนอกรั้วเลยทีเดียว ก่อนอื่น ผู้เขียนขออธิบายคำว่า “หมอลำ” ให้ผู้อ่านได้เข้าใจกันสักนิด “หมอลำ” คือมหรสพการแสดงของชาวอีสาน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานนับพันปี จนกระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนต่างยอมรับ การเกิดขึ้นของหมอลำไม่ได้มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่ามีความส
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2569 เทรนด์ “มัทฉะ” ยังมาแรงต่อเนื่อง จากการเปิดตัวของร้านหน้าใหม่ที่เรียกกระแสฮิตให้กลับมาบูมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ร้าน MATCHA PEOPLE ของพลอย หอวัง, ร้าน Two Be Tea ของโซลโมเน่ หรือการ Collaboration ระหว่าง After You กับ Little Monster ออกเมนูพิเศษมาให้ชาวมัทฉะเลิฟเวอร์ได้ลิ้มรสความอร่อย จนกลายเป็นแบรนด์ที่คนพูดถึงกันทั้งโซเชียล ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์มีจุดเริ่มต้นและจุดเด่นที่ต่างกันออกไป “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะเล่าให้ฟัง MATCHA PEOPLE เริ่มต้นที่ MATCHA PEOPLE คาเฟ่มัทฉะเปิดใหม่ในย่านอารีย์ ของ “พลอย หอวัง” เกิดมาจากความชอบดื่มมัทฉะของพลอย หอวัง ซึ่งเรามักจะได้เห็นคอนเทนต์ชงมัทฉะของเธออยู่เป็นประจำ และความชอบนี้ก็ส่งไปถึงคนรอบตัว จนกลายเป็นมัทฉะเลิฟเวอร์เหมือนกัน ความชอบมัทฉะของพลอย ต่อยอดไปถึงการคอลแลบกับแบรนด์ Alter Protein ทำเวย์โปรตีน plant-based รสมัทฉะ และคอลแลบกับแบรนด์ Howie ทำถ้วยมัทฉะและที่วางแปรง ความจริงจังเรื่องมัทฉะยังไปไกลถึงการสร้างแบรนด์ MATCHA PEOPLE โดยวางคอนเซ็ปต์ไว้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนที่ชื่นชอบการดื่มมัทฉะ จากนั้นได้จำหน่ายโปรดักต์แรก คือ Oku
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้มีการแถลงผลการดำเนินงานปี 2568 และการขับเคลื่อน SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ปี 2569 คุณพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา 23 ปี โดยมียอดเบิกจ่ายสูงสุดอยู่ที่ 79,043 ล้านบาท และมียอด NPLs หรือหนี้เสีย ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยมียอดอยู่ที่ 7.9% โดยสอดคล้องเป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ 2567 
