Featured
รับทรัพย์แบบปังๆ นักศึกษาสาววัย 23 ปี ขายของออนไลน์ในห้องที่หอพัก ลงทุนหลักร้อย สร้างรายได้หลักล้าน ในยุคนี้ ผู้คนเริ่มหันมาสนใจซื้อของผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้มีนักลงทุนเริ่มหาสินค้ามาขายออนไลน์ และสร้างรายได้อย่างมากมาย อย่างเช่นเรื่องราวของเธอคนนี้ Sophie Riegel ที่ไม่ได้ใช้เงินแม้แต่บาทเดียวในการเริ่มต้นในการขายของ เธอเริ่มต้นจากสิ่งของที่เธอมีอยู่แล้ว โดยการค้นหาเสื้อผ้าเก่าในตู้เสื้อผ้าเพื่อนำไปขายออนไลน์ หลังจากขายเสื้อผ้ามือสองของตัวเองได้กำไร 200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,000 กว่าบาท เธอก็หันไปหาแหล่งช้อปปิ้งสุดโปรดอย่างร้านขายของมือสอง “ฉันเป็นขาประจำร้านขายของมือสองมาตลอด เพราะฉันไม่ชอบใช้เงินเปลือง” เธอกล่าว ตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 เธอได้เปลี่ยนนิสัยนั้นให้กลายเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้มหาศาล โดยมีรายได้เกือบ 123,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่แล้ว หรือประมาณ 4.5 ล้านบาท จากการนำเสื้อผ้าที่ซื้อมาจากร้านมือสองไปขายต่อบนตลาดออนไลน์ เธอทำกำไรสุทธิได้มากกว่า 192,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 7 ล้านบาทในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เพราะต้นทุนของเธอน้อยมาก เธอคิดว่าใช้เงินไปเพียงแค่ 50,00
หากพูดถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับแถวหน้าของเมืองไทย ชื่อของ ‘อิตาเลียนไทย’ มักจะติดอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ แต่ที่มาของอาณาจักรหมื่นล้านนี้ไม่ได้เริ่มจากสายงานวิศวกรโดยตรง แต่เริ่มต้นจากอดีตแพทย์ที่ผันตัวมาทำโรงน้ำแข็ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปย้อนรอยถึงจุดเริ่มต้น การส่งต่อธุรกิจรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการรับเหมาก่อสร้างในไทย จุดเริ่มต้น เดิมที ‘คุณชัยยุทธ’ ตั้งใจจะเรียนทางด้านการเกษตร แต่ช่วงนั้นเกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เขาจึงเลือกเรียนในสาขาแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และได้เข้ารับราชการทหาร และได้แต่งงานกับ ม.ร.ว.พรรณจิตร กรรณสูต ต่อมาได้ตัดสินใจออกจากราชการมาทำธุรกิจ ‘โรงน้ำแข็งและโรงไฟฟ้า’ ต่อมาได้เจอกับ Mr. Giorgio Berlingieri วิศวกรชาวอิตาลี ที่ คุณชัยยุทธ ได้เข้าไปร่วมมือกู้เรือที่จมแม่น้ำเจ้าพระยาได้สำเร็จ จากเหตุการณ์นี้ทำให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่ได้ร่วมมือสร้างธุรกิจด้วยกัน และก่อตั้ง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ขึ้น ในปี 2501 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจรับจ้า
หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าเราพูดถึง “Status Symbol” หรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกฐานะและรสนิยม ภาพในหัวของทุกคนคงหนีไม่พ้นกระเป๋าหนังสุดหรูอย่าง Hermès Birkin หรือ Chanel Classic ที่ต้องต่อคิวจองกันข้ามปี แต่ใน พ.ศ. นี้ ค่านิยมความได้เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อไอเทมที่คนทั่วโลก โดยเฉพาะในอเมริกาและเอเชีย กลับไม่ใช่เครื่องหนังราคาแพง แต่เป็น “กระเป๋าผ้าแคนวาสขนาดมินิ” จากร้านขายของชำอย่าง Trader Joe’s ที่มีราคาเพียง 2.99 ดอลลาร์ ประมาณ 100 บาท แต่ความพีคอยู่ตรงนี้ เมื่อกระเป๋านี้กลายเป็นไวรัลจนขาดตลาด ราคารีเซลในเว็บไซต์อย่าง eBay หรือแพลตฟอร์มในต่างประเทศกลับพุ่งทะยานไปแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ ราวๆ 70,000 บาท และบางรายการที่ตั้งขายเป็นคอลเลกชันหายาก มีการปั่นราคาสูงสุดถึง 49,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 1.5 ล้านบาทเลยทีเดียว ทำไมกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ถึงมีอิทธิพลต่อกระเป๋าตังค์คนได้ขนาดนี้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักที่มาของแบรนด์นี้กัน เปิดประวัติ Trader Joe’s จากร้านขายขอชำ สู่แบรนด์กระเป๋าผ้าที่มีคนอยากซื้อมากที่สุด Trader Joe’s (เทรดเดอร์ โจส์) เริ่มต้นในปี 1958 โดย โจเซฟ คูลอมบ์
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า หลิวหลิน หญิงสาวชาวจีนจากอำเภอโจวหนิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยอยู่ในแวดวงธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ได้ซื้อไม้อวบน้ำกระถางแรกโดยบังเอิญเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ก่อนจะค่อยๆ หลงใหลและสะสมจนมีไม้อวบน้ำมากกว่า 2,000 กระถาง และเปลี่ยนบ้านของเธอให้กลายเป็น “อาณาจักรไม้อวบน้ำ” ในปี 2020 หลิวหลินเริ่มถ่ายวิดีโอไม้อวบน้ำและเผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี เธอนำไม้อวบน้ำมาทดลองวางจำหน่ายหน้าร้านวัสดุก่อสร้างของตนเอง และสามารถทำรายได้กว่า 1,000 หยวน (ราว 4,500 บาท) ตั้งแต่วันแรก จากนั้นหลิวหลินจึงได้เช่าพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร เพื่อศึกษาเกี่ยวกับไม้อวบน้ำโดยเฉพาะ ด้วยแรงสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้ดอกของอำเภอโจวหนิง ภายในปี 2023 หลิวหลินได้เช่าเรือนกระจกที่ไม่ได้ใช้งานขนาดกว่า 10 หมู่ (ราว 4.2 ไร่) ในตำบลผู่หยวน เพื่อจัดตั้งบริษัทที่มุ่งเน้นด้านการวิจัยและพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำ การผสมพันธุ์ การออกแบบ และจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน โดยเฉพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำมากกว่า 200 สายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วง
จากความตั้งใจเล็กๆ อยากมีรายได้เสริมช่วยพี่สาวจ่ายค่าเช่าห้อง สู่ธุรกิจหลักที่ทำรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน เรื่องราวของ คุณอ้น-ธิดารัตน์ ยางคำ วัย 26 ปี เจ้าของร้าน A&A good food good mood ร้านอาหารดีลิเวอรีที่เริ่มต้นจากครัวเล็กๆ และเติบโตต่อเนื่อง เปิดมาแล้วกว่า 4 ปี ในคอลัมน์ Young Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยถึงเส้นทางการเปิดร้าน และการขายอาหารให้โดนใจลูกค้า จุดเริ่มต้นขายอาหารบนคอนโด คุณอ้นเล่าย้อนให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการขายอาหารบนคอนโดมาจากช่วงโควิดระบาด ขณะนั้นคุณอ้นเรียนอยู่ชั้นปีสุดท้าย ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์ เธอจึงย้ายลงมาอยู่คอนโดกับพี่สาวที่กรุงเทพฯ และคิดหาอะไรทำในช่วงที่มีเวลาว่าง “มีเรียนออนไลน์แค่วันละ 3 ชั่วโมง มันก็ว่าง ไม่รู้จะทำอะไรต่อ ช่วงนั้นพี่สาวชอบออกกำลังกายตอนเช้า แล้วเราก็จะมาทำอาหารเฮลตี้กินกัน พี่สาวชอบถ่ายรูปอาหารลงไอจี ก็จะมีเพื่อนๆ เขาเข้ามาคอนเมนต์ว่าน่ากิน ให้ลองทำขาย ก็เลยเริ่มพัฒนาสูตรอาหาร ศึกษาวิธีการเปิดร้านในแอปดีลิเวอรี กลายเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน A&A good fo
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ตั้งราคาขายอาหารเดลิเวอรี่ ช่วงปลายปี 2568 ต่อต้นปี 2569 โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยจัดฝึกอบรมโครงการอาหารสตรีทฟู้ด กับอาหารเดลิเวอรี่ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานไป 4 รุ่น รวม 80 คน เป็นการอบรมฟรี แถมได้เบี้ยเลี้ยง เตาแก๊ส เตาปิ้ง หม้ออบ คุ้มจริงๆ อบรมเสร็จนำไปทำขายได้จริงๆ อาหารสตรีทฟู้ดไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนักในการตั้งราคาขายอาหาร ขอแค่เอา 2.5 คูณต้นทุนวัตถุดิบรวมค่ากล่อง ก็ได้กำไรพออยู่ได้ประมาณ 20% ได้ค่าเช่าที่ ค่าจัดการ รูปร่างของการคิดราคาขายง่ายๆ อย่างนี้ครับ คิดราคาขายเท่ากับ 100 ต้นทุนวัตถุดิบให้เป็น 40% สมมติเรามีต้นทุนข้าวขาหมูอยู่ที่จานละ 30 บาทต้องตั้งราคาขายเท่าไหร่ เทียบบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆ ต้นทุน 40 บาท ขาย = 100 &
นี่อาจะเป็น “ลาเต้แห่งอนาคต” เมื่อบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น “อายิโนะโมะโต๊ะ กรุ๊ป” (Ajinomoto Group) ได้เปิดตัวเครื่องดื่มกาแฟรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ GRe:en Drop Coffee ในสิงคโปร์ โดยนำเสนอนวัตกรรมที่มุ่งเน้นความยั่งยืนด้วยการใช้กาแฟที่ผลิตโดยปราศจากเมล็ดกาแฟ และโปรตีนแก๊สที่ผลิตจากคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องดื่มซีรีส์ใหม่นี้อยู่ภายใต้แบรนด์ Atlr.72 ของอายิโนะโมะโต๊ะ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ส่วนผสมที่มาจากพืช (plant-based) เซลล์ (cell-based) และจุลินทรีย์ (microbial) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวของบริษัท โดยเป็นความร่วมมือกับสองสตาร์ทอัพด้านอาหารแห่งอนาคต ได้แก่ Solar Foods ผู้ผลิตโปรตีนแก๊สจากฟินแลนด์ และ Prefer ผู้ผลิตกาแฟทางเลือกที่ปราศจากเมล็ดกาแฟจากสิงคโปร์ โดยเครื่องดื่ม GRe:en Drop Coffee คือนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย กาแฟกรอง (batch-brewed filter coffee) กาแฟลาเต้ โดยใช้ส่วนผสม PreferRoast ของแบรนด์ Prefer ทดแทนกาแฟแบบดั้งเดิม 30% โดยใช้กระบวนการหมักจุลินทรีย์ จากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ข้าวหัก และถั่วชิกพีช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 8.8 เท่า เมื่อเที
ในยุคที่ตลาดเดิมเริ่มอิ่มตัว ทำให้ช่วงปีที่ผ่านมาได้เห็นถึงการที่แบรนด์ไทยชั้นนำหลายแบรนด์ต่างพากันเปิดแบรนด์ใหม่ โดยการดึงจุดแข็งที่มีอยู่มาแตกไลน์สินค้าและบริการที่แตกต่างจากธุรกิจเดิมอย่างสิ้นเชิง เริ่มต้นกันที่ “กาแฟพันธุ์ไทย” ที่ได้มองเห็นโอกาสในตลาดสตรีตฟู้ดที่มีมูลค่ามหาศาล จึงได้มีการเปิดธุรกิจใหม่ ส่ง “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” ลงสนาม โดยผสานเมนูเครื่องดื่มกับก๋วยเตี๋ยวเรือไว้ในร้านเดียวกัน มาในราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้น 45 บาท สาขาแรกอยู่ที่ รังสิต คลอง 3 ตามมาด้วย “JIAN CHA (เจี้ยนชา)” แบรนด์ชาผลไม้พรีเมียม ที่กระโดดข้ามสายพันธุ์จากธุรกิจเครื่องดื่ม สู่ธุรกิจ Wellness ชื่อว่า “JAI CHAN SPA (ใจฉันสปา)” มาในรูปแบบร้านสปาพร้อมนวดไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Longevity Brain ให้สมองได้พักผ่อน ผ่านเสียง สัมผัส กลิ่น และจังหวะการบริการ มาต่อกันที่ฝั่งอาณาจักร iBerry Group ของ ‘คุณปลา อัจฉรา’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการไม่หยุดนิ่ง ล่าสุดได้ส่ง “GAPPLE (แก๊ปเปิ้ล)” ธุรกิจเครื่องดื่มสมูทตี้พรีเมียม ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ 100% ภายใต้สโลแกน “Gapple Up Your Day” ส่วนยักษ์ใหญ่อย่าง S&P (เอสแอน
จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปี 2573 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (“BJL”) บริษัทในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี และบริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) จึงได้ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สู่มาตรฐานสากล คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “บีเจซีดำเนินธุรกิจเฮลธ์แคร์มา 60 ปี ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย บริษัทร่วมทุนนี้จะช่วยให้เรายกระดับการบริการ ทั้งในด้วนคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามกฎระเบียบที่ผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ควรได้รับ พร้อมทั้งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทา
เมื่อความหลงใหลในกาแฟผลักดันให้ Food Scientist หรือ นักวิจัยอาหาร เบนเข็มสู่การเป็นบาริสต้า นี่คือเรื่องราวของ คุณก้อย-สุนิสา แสนสวัสดิ์ ศิษย์เก่าสาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ที่นำความรู้ในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในโลกกาแฟได้อย่างน่าทึ่ง และพัฒนาฝีมือจนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ จากเวที Asia Continental Barista Championship 2025 มาได้ในที่สุด ในคอลัมน์ Inspiration เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปติดตามการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การนำ “แต้มต่อ” ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในรังสรรค์เมนู ไปจนถึงการผลักดันกาแฟไทยสู่เวทีโลก จุดเริ่มต้นที่ได้ค้นพบความหลงใหลใหม่ คุณก้อย เล่าให้ฟังว่า เธอเริ่มหันมาดื่มกาแฟจริงจังในช่วงที่เริ่มทำงาน โดยมักดื่มกาแฟรสหวานทั่วไป อาทิ โอเลี้ยงหรือกาแฟเย็น จนกระทั่งได้ลองชิมกาแฟรสเปรี้ยวแบบผลไม้ จึงตระหนักได้ว่ากาแฟไม่ได้มีแค่รสขม “จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การได้พบกับบาริสต้าชาวต่างชาติที่ทำกาแฟ Cold Brew ซึ่งเมื่อได้ลองสัมผัสรสชาติ ก็ยิ่งรู้สึกว่ากาแฟมีความหลากหลายและน่าสนใจมาก เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราดื่มอย่างต่อเนื่อ
