บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี”
เวลาคนเราป่วยเข้าโรงพยาบาล เขาต้องส่งไปให้หมออายุรกรรมหรือคุณหมอที่มีความสามารถวินิจฉัยโรคได้ซักถาม ตรวจร่ายกายคนไข้ก่อนว่าเป็นโรคอะไรแน่นอน ถึงส่งต่อไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค จะได้รักษากันอย่างถี่ถ้วน
ธุรกิจทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงงาน บริษัท องค์กร ห้างหุ้นส่วนจำกัด แม้แต่ธุรกิจส่วนตัวทำคนเดียวก็ป่วยได้ครับ ยิ่งองค์กรใหญ่ๆ เผลอๆ ป่วยซ้อนกันหลายโรคเหมือนคนเหมือนกัน ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ไขมันเกาะตับ ไตเสื่อม เรียกว่าได้ทุกโรค คุ้มจริงๆ
องค์กรทั้งหลายก็ป่วยได้ทุกส่วน มีอะไรบ้าง
1. การบริหารงาน ผู้บริหาร
2. การตลาด การขาย
3. การผลิต การจัดหาวัตถุดิบ อุปกรณ์
4. พนักงาน บุคคล
5. บัญชีและการเงิน
การวินิจฉัยง่ายๆ ที่สุดคือการซักถามผู้บริหาร พนักงาน
อาการที่เขาคิดว่าป่วยที่สุดคืออะไร
ถ้าเป็นร้านอาหารมักจะตอบว่าขาดทุน อันนี้เป็นอาการป่วย เหมือนกับบ่นว่าปวดท้อง แต่ปวดท้องเพราะอะไร กินอาหารบูดเสีย กินอาหารเผ็ด เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว กินมากไปย่อยไม่ทัน
การขาดทุน ถ้าซักถามให้ดีจะพบว่ามันเกิดได้จากหลายสาเหตุ หรือเป็นเพราะทุกสาเหตุรวมๆ กัน เช่น
1. การบริหารงาน ผู้บริหาร ไม่มาร้านเลย 2 อาทิตย์ยังไม่เข้าร้าน เป็นผลให้การปฏิบัติทุกอย่างหย่อนยาน ต้อนรับไม่ดี อาหารไม่อร่อยผิดสูตร จัดแต่งไม่สวย และอีกหลายเรื่องที่เป็นผลจากการบริหารงาน ทำให้ลูกค้าไม่ติด มาครั้งเดียวเลิก รวมไปถึงผู้บริหารอาจจะไม่สนใจบริหารงานการตลาด งานบุคคล งานการเงิน ทุกอย่างเลยแย่ไปหมด
2. การตลาด การขาย อาจจะเป็นว่าผู้บริหารทำดี เอาใจใส่หรือพอใช้ แต่ทำโฆษณาไม่สวย โปรโมชันไม่ดี ยิงโฆษณาผิดช่องทาง งบน้อยไป ลูกค้ามาไม่ถึงร้าน หรือลูกค้ามาถึงร้านแล้วพนักงานต้อนรับขายของไม่เป็น ไม่เชียร์เมนู ตั้งลูกค้าผิดกลุ่มเป้าหมาย อยากเป็นร้านคาเฟ่ พอทำจริงกลายเป็นร้านอาหารตามสั่งซะงั้น
3. การผลิต อาจจะเป็นว่าผู้บริหารดี พนักงานดี แต่ระบบไม่ดี ผลิตไม่ทัน ไม่ทันใจลูกค้า เตาฟู่เสีย ตู้เย็นเสีย เก็บของไม่ได้ เป็นผลให้อาหารไม่มีคุณภาพ ลูกค้าเลยไม่ติดใจ ไม่มาอีก หรือสั่งอาหารออนไลน์ ทำไม่ทัน แกรบไม่อยากมารับ ลูกค้าเลิกสั่งอาหาร เก็บของไม่เป็นของเน่าเสีย
4. พนักงานทำดี เอาใจใส่งาน แต่ทำไม่เป็น ผัดข้าวไม่เป็น รับแขกไม่เป็น หรือพนักงานไม่พอทำงานไม่ทัน อาหารออกไม่ทัน หรือพนักงานชุ่ย อบรมแล้ว ด่าแล้วก็ไม่ดี
5. บัญชีและการเงิน ขาดการควบคุมต้นทุน คิดราคาขายไม่เป็น ขาดทุนกำไร ละเลยการลงบัญชีอย่างละเอียด ไม่รู้ต้นทุนกำไรที่แท้จริง
การวินิจฉัยธุรกิจจึงต้องซักถาม ดูงบการเงิน ง่ายๆ คือ รายรับ รายจ่ายประจำวัน จ่ายมากกว่ารับหรือเท่าทุน ก็วิเคราะห์ต่อไปว่ารายจ่ายมากกว่ารับเพราะอะไร สาเหตุหลักๆ เกิดที่องคาพยพไหน มีสาเหตุใหญ่ๆ มั้ย เราก็ไปแก้ที่จุดนั้น แต่ถ้ามีหลายสาเหตุร่วมกัน เราค่อยๆ สางว่าสุดท้ายเส้นด้ายมันโยงมาจากอะไรบ้าง บางทีสางแล้วปรากฏว่า อ้าว! เพราะอย่างนี้นี่เอง
เครื่องมือวิเคราะห์โบราณๆ ที่สุด แต่ใช้ง่ายคือ แผนภูมิก้างปลา เราก็ใส่องคาพยพที่เราต้องตรวจเข้าไปเป็นตัวหลัก แล้วโยงปัญหาขึ้นมา คิดต่อไปว่า ปัญหานั้นมันเกิดได้เพราะอะไรบ้าง สุดท้ายเมื่อคิดได้จริงๆ ก็จะสรุปได้ว่า เราต้องไปแก้ปัญหาหลักๆ อะไรบ้าง ไม่ต้องทำมั่วซั่ว
การวินิจฉัยสาเหตุอาการป่วยนี้ต้องทำเหมือนหมอ คือละเอียด สุขุม ลุ่มลึก ไม่โอนเอียง คิดเองเออเอง ยิ่งถ้าเป็นการวิเคราะห์ตัวเอง ห้ามเข้าข้างตัวเองเด็ดขาด ซึ่งมักจะเป็นกันทุกคน เช่น ลูกค้าบอกว่าข้าวผัดกะเพราเราเผ็ดเกิน เราก็เถียงในใจว่า ผัดกะเพราเราต้องเผ็ด ลูกค้ากินไม่เผ็ดเอง ไปกินร้านอื่นซิ หรือซี่โครงหมูอบเราจืดเหมือนกินหมูต้ม เราก็เถียงว่าไม่เห็นลูกค้าคนอื่นว่าเลย มีแต่คนชม เพิ่งมีรายนี้แหละ กินไม่เป็นเอง หรือลูกค้าเข้าร้านน้อย เราให้เหตุผลข้างๆ คูๆ ว่า เป็นเพราะหน้าฝน ลูกค้าเลยน้อย หรือ อ๋อ…ลูกค้าติดไปเลือกตั้งเลยไม่มา ร้อยแปดล่ะครับที่จะหาเหตุผลมาปลอบใจตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วคิดอย่างนี้ เราจะวนอยู่กับที่ และปัญหาจะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนแก้ไม่ไหว
ขอให้ทุกธุรกิจที่อ่านบทความนี้จงมีสุขภาพดี อย่าได้ป่วยได้ไข้เลยครับ
