Featured
พูดถึง “หมูปิ้ง” เมนูนี้เป็นมื้อเช้าขาประจำของใครหลายคน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพามาพูดคุยกับร้านดังย่านฝั่งธนฯ ที่เปิดขายมานานกว่า 40 ปี ในราคาไม้ละ 1 บาท ก่อนรีแบรนด์ใหม่เป็น “นวลหมูปิ้ง” ถึงปัจจุบันแม้จะขยับราคาไปตามยุคสมัย แต่ยังคงได้รับความนิยมจากลูกค้ามากมาย โดยสามารถขายได้พีกสุดถึงวันละ 1,500 ไม้ อีกทั้งยังได้ทายาทรุ่น 2 คุณเซฟ-นภาวรรณ แก้วสุข มาช่วยต่อยอดให้ร้านเป็นที่รู้มากขึ้นจากการทำการตลาดออนไลน์ ขายดีลิเวอรี ทำซอสหมักหมูปิ้งสำเร็จรูป และแพ็กซีลสุญญากาศส่งหมูปิ้งไปไกลถึงต่างประเทศ จุดเริ่มต้น คุณเซฟ เล่าว่า เมื่อก่อนแม่ของเธอเป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อทำงานประจำ พ่อเลยหาอาชีพให้แม่ทำ โดยนำสูตรหมูปิ้งกะทิโบราณ ที่ทำให้ลูกๆ กินเป็นประจำมาปิ้งขายหน้าบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน 5 แห่งคือ โรงเรียนซางตาครู้สศึกษา โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ โรงเรียนแสงอรุณ โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส และโรงเรียนอนุบาลวรรณบูรณ์ศึกษา “พ่อเป็นคนหมักหมูให้แม่ปิ้งขายตอนเช้าก่อนเด็กเข้าเรียน และช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ขายมาตั้งแต่ไม้ละ 1 บาท หมูกิโลกรัมละ 22 บาท เอามาปิ้งด้วยเตาถ่าน ขายดีมากๆ เหม
เมนูฮอตฮิตติดหูจริงๆ คือ ต้มยำกุ้งและผัดไทย พูดไปคนรู้เลยว่านี่คือเมนูจากประเทศไทย เชฟวินหวังว่า สักวันหนึ่ง “ข้าวซอย” จะได้มีโอกาสเป็นเหมือนต้มยำกุ้งและผัดไทย ที่แค่ได้ยินชื่อข้าวซอย ก็รู้ทันทีเลยว่ามาจากประเทศไทย ความฝันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงผลักดันของเชฟหนุ่มไฟแรง ที่อยากจะพาร้าน Khao-Sō-i ข้าวโซอิ ของตนเองมาเปิดขายในที่แห่งนี้ แล้วในที่สุด เขาก็ทำได้ Khao-Sō-i ข้าวโซอิ ร้านดังจากเชียงใหม่ ที่นำเสนอเมนูข้าวซอยในรูปแบบใหม่ ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารไทยและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน พร้อมคอนเซ็ปต์ที่เจ้าของร้านอย่างเชฟวิน ได้กล่าวเอาไว้ว่า “อยากจะพาข้าวซอยไทยไปไกลถึงเวทีโลกให้ได้” เชฟวิน ศรีนวกุล เชฟนักธุรกิจ ได้นั่งพูดคุยพร้อมบอกถึงที่มาของการตัดสินใจมาเปิดสาขาที่สยามพารากอนว่า ปกติมาหาทานข้าวที่สยามพารากอนอยู่บ่อยๆ แล้วคิดว่า สักวันหนึ่งอยากจะพาร้านข้าวโซอิมาเจิดจรัสที่แห่งนี้อย่างเขาบ้าง ในช่วงแรกยังเกิดความกังวล ด้วยที่มาจากต่างจังหวัด ยังไม่เข้าใจในเรื่องของค่าเช่าที่เท่าไหร่นัก เลยตัดสินใจเปิดเป็น Stand Alone ก่อน เมื่อทุกอย่างพร้อม จึงเดิน
ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ บรรดาคนรุ่นใหม่ในเมืองกุ้ยหยาง เมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ต่างนิยมใช้ชีวิตตามวิถี “กาแฟยามกลางวัน สังสรรค์สุรายามค่ำคืน” (Coffee by Day, Beer by Night) วัฒนธรรมนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สร้างสีสันให้กับบรรยากาศวันหยุดของเมือง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจการบริโภค โดยร้านกาแฟท้องถิ่นอย่างร้าน “กัปตัน จอร์จ” (Captain George) มีลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่านักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากกรุงปักกิ่งต่างประทับใจในคุณภาพที่เหนือระดับของวงการกาแฟในกุ้ยหยาง ผู้ก่อตั้งคาเฟ่แห่งหนึ่งของกุ้ยหยางยังได้รับรางวัลการแข่งขันดริปกาแฟชิงแชมป์โลก (World Brewers Cup) ประจำปี 2025 อีกทั้งร้านกาแฟต่างๆ ยังมีการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับวัตถุดิบพื้นเมือง อาทิ ผลกุหลาบป่า (Roxburgh Rose) และผักคาวตอง ซึ่งได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูง แม้ว่ากุ้ยหยางจะไม่ได้ผลิตเมล็ดกาแฟเอง ทว่ากลับมีคาเฟ่มากกว่า 3,000 แห่ง และมีบุคลากรดีกรีแชมป์ระดับประเทศและระดับสากลทั้งด้านการคั่วและการชงกาแฟมากกว่า 10 ราย ขณะท
ในงาน “มติชน” ฉลองก้าวสู่ปีที่ 49 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น และการรวมตัวของบุคคลจากหลากหลายวงการที่มาร่วมแสดงความยินดี หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือการร่วมคอลแลปกับ “SILPIN” แบรนด์ไทยระดับพรีเมียม ผู้บุกเบิกนวัตกรรม Flavour จากพืช ผัก ผลไม้ และวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยอย่างแท้จริง โดยได้เปิดตัวประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการสื่อไทยกับแนวคิด “สำนักข่าวที่ดื่มได้” ตัวแทนจาก SILPIN กล่าวว่า เนื่องในโอกาสฉลองก้าวสู่ปีที่ 49 ของมติชน SILPIN ได้ร่วมสร้างสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษให้กับมติชน คือ “Thai Malai Drink” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพวงมาลัยของไทย อันเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับและการอวยพรตามวัฒนธรรมไทย โดย SILPIN ได้สกัดกลิ่นของดอกไม้ที่ใช้ในพวงมาลัยไทย อย่าง ดอกรัก ดอกมะลิ และดอกกุหลาบ เป็นไซรัป Malai Syrup และออนท็อปด้วย Edible Perfume กลิ่นมาลัย เพื่อเติมกลิ่นอายความเป็นไทย และให้ความสดชื่น ตามมาด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษ “Hom Mali Highball” ซึ่งใช้ไซรัปกลิ่นข้าวหอมมะลิ สื่อถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และสะท้อนภาพมติชนในฐานะสำนักข่าวไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน และ “Tom Yum T
ในยุคนี้ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นนักป้ายยาได้ โดยเฉพาะใครที่ชอบจัดบ้าน แต่งบ้าน หรือชอบหาไอเทมใหม่ๆ มาอัปเกรดมุมโปรด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีไอเดียหารายได้เสริมสไตล์คนติดบ้านมาแนะนำกัน กับ HomePro Online Affiliate แพลตฟอร์มจากโฮมโปร ที่มีสินค้าให้เลือกป้ายยากว่า 100,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ สามารถเริ่มต้นได้ไม่ยาก เพียงนำสินค้าที่มีอยู่ในบ้านมารีวิวผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Tiktok, Instagram, X, Youtube, Line หรือผ่านทางเว็บไซต์ สามารถรับค่าคอมมิชชันสูงสุดถึง 10% ขั้นตอนการสมัคร 1. สมัครสมาชิก HomePro Online Affiliate https://affiliate.homepro.co.th/homepro/login 2. เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ทำการเข้าสู่ระบบ 3. กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูล Payment Information ขั้นตอนการแชร์ลิงก์สินค้า 1. เลือกสินค้าที่ต้องการป้ายยา กดปุ่ม Get Link และเลือกช่องทางการโปรโมตผ่าน Tracking Name 2. เมื่อกดสร้าง (Generate) QR Code หรือ Link แล้ว สามารถนำไปโปรโมตตามช่องทางที่เลือกไว้ได้ทันที เงื่อนไขการรับค่าคอมมิชชัน ค่าคอมมิชชันจะทำการจ่ายเฉพาะธุรกรรมที่เ
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อเพจดังอย่าง “อีซ้อขยี้ข่าว” ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ไปใช้บริการที่ตลาดน้ำชื่อดังอย่าง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่กลับต้องเจอราคาอาหารที่แพงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะเมนูพื้นฐานอย่าง “ข้าวผัดไข่” ที่พุ่งสูงถึงจานละ 1,400 บาท โดยได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เจ้าของโพสต์ไปทริปตลาดน้ำดำเนินสะดวกเจอราคาค่าอาหารถึงกับช็อก! ไข่เจียวธรรมดา 400 ข้าวผัดไข่ จานใหญ่ 1,400 ทั้งที่มีแค่ไข่กับผัก ไม่มีเนื้อสัตว์ ปริมาณที่เห็นประเมินแล้วไม่น่าเกิน 600 เจ้าของโพสต์เผย ปัจจุบันกินอยู่ภูเก็ต ยังไม่เคยเจอไข่เจียวราคาแรงขนาดนี้ ของแพงพอถูไถได้ถ้าอร่อย แต่ร้านนี้คือ “ไม่ผ่านทุกอย่าง” ยิ่งเจ็บใจเมื่อคนขับเรือแนะนำว่าอร่อยที่สุด สุดท้ายสิ่งที่กินได้มากสุดคือ…ไข่เจียว ตั้งแต่ค่าเรือ ของฝาก ยันอาหาร ราคาชวนอึ้ง ญาติๆ บอกไม่เป็นไร แต่เจ้าตัวขอเก็บความรู้สึกนี้ไว้เป็นบทเรียน และคงไม่คิดกลับไปซ้ำอีก…” หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ เช่น หลายคนตั้งคำถามถึงการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าปล่อยให้มีกา
วันที่ 9 มกราคม 2569 บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์สัญชาติไทย ภายใต้ชื่อ NocNoc แจ้งยุติการให้บริการแพลตฟอร์ม และยุติการรับคำสั่งซื้อสินค้าและบริการ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NocNoc มีความตั้งใจ และพยายามอย่างเต็มที่ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อส่งมอบบริการที่จริงใจ และมุ่งมั่นในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ร้านค้าพาร์ตเนอร์ พันธมิตร และผู้ประกอบการทุกท่าน แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากในตลาดอีคอมเมิร์ซ บริษัทได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว และมีความเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทจำเป็นต้องยุติการให้บริการแพลตฟอร์ม NocNoc และยุติการรับคำสั่งซื้อสินค้าและบริการตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป เพื่อให้การยุติการให้บริการแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างราบรื่น ขอแจ้งรายละเอียด กำหนดการ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ NocNoc ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางร่วมกันกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และขอบคุณท
#MadeinThailand เรื่องราวสินค้าแบรนด์ไทยที่น่าจับตารายนี้ เป็นเรื่องราวจากอาชีพผู้รับเหมาตกแต่งภายในสู่ธุรกิจเกษตรอนาคตไกล ซึ่งฟังดูอาจเป็นเส้นทางที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด แต่สำหรับ คุณณิชชา สารพุทธิเดชา นี่คือจังหวะที่โชคชะตาและโอกาสเดินเข้ามาพบกันพอดี จุดที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการ “ดอกไม้กินได้” และล่าสุด กลายเป็นแบรนด์เบอร์ต้นๆ ของตลาด โดยใช้เวลาไม่นานนัก คุณณิชชา เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ย้อนไปราว 2 ปีก่อน มีโอกาสไปดูงาน Pitching อาชีพ ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี เป็นงานที่รวมเอาความคิดสร้างสรรค์และอาชีพรูปแบบใหม่จากคนรุ่นใหม่หลายกลุ่มเข้าด้วยกัน และที่นั่นเอง เธอเจอ “น้องๆ 2 คน” ที่ตั้งใจจะปลูกดอกไม้ขายโดยมีนวัตกรรมยืดอายุการจัดเก็บเข้ามาเพิ่มมูลค่า เป็นไอเดียที่ทั้งสดใหม่และน่าจะไปได้ไกล เธอจึงตัดสินใจชวนมาทำบริษัทด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ แบรนด์ At Flower-Edible Flower Farm อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่าช่วงเวลานั้นแทบไม่รู้จักธุรกิจนี้เลย รู้เพียงว่า “ดอกไม้กินได้” เริ่มเป็นที่นิยมในโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ระดับพรีเมียม แต่หากนำมาผสานกับนวัตกรร
ใครจะไปคิดว่าของว่างที่ทำกินกันเล่นๆ ในบ้าน จะกลายเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เรื่องราวของ มิเชลล์ ฮิเมเนซ-เม็กจิอาโต (Michelle Jimenez-Meggiato) และอันเดรีย เม็กจิอาโต (Andrea Meggiato) สองสามีภรรยาเจ้าของแบรนด์ The Pizza Cupcake คือบทพิสูจน์ที่ว่า ความรักในอาหารและความมุ่งมั่นสามารถพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิดไว้เยอะ จุดเริ่มต้นจากครัวเล็กๆ The Pizza Cupcake คือความทรงจำในวัยเด็ก ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “พิซซ่าขนาดพอดีคำ” ที่อันเดรียกินมาตั้งแต่เด็กที่เวนิส ประเทศอิตาลี เมนูนี้ไม่ใช่แค่ของว่างธรรมดาๆ แต่เป็นเมนูที่เขาทำขึ้นมาเพื่อจีบมิเชลล์ในเดตแรกๆ และความรักที่เกิดขึ้นจากพิซซ่าก็ค่อยๆ แทรกซึมไปในทุกๆ กิจกรรมของพวกเขา “เราทำพิซซ่าคัพเค้กเป็นเมนูประจำสำหรับเพื่อนและครอบครัวในวันหยุดหรือการสังสรรค์” มิเชลล์ เล่า “จนวันหนึ่ง เราตัดสินใจลองเอาไปขายเป็นธุรกิจเสริมที่ตลาดอาหารสุดสัปดาห์ชื่อดังอย่าง Smorgasburg ในบรูกลิน” ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่สุดสัปดาห์แรก แม้จะเริ่มต้นจากเงินเก็บ 20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7.3 แสนบาท) เพื่อเช่าครัวเชิงพาณิชย์และเริ่มผลิตสินค้า แต่การตอบรับจากลูกค้าใน
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลชุดใหม่คือ “ทางรอด” ของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องสู้กับวิกฤตค่าครองชีพทุกวัน จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ 2 ราย สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจและสะท้อนความต้องการไปยังผู้ที่จะเป็นรัฐบาลในยุคต่อไปว่า “การแจกเงิน” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย 1. วิกฤตวัตถุดิบแพง ผลพวงจากนโยบายระยะสั้น ผู้ประกอบการรายแรก เจ้าของร้านเบอร์เกอร์แห่งหนึ่งจากเชียงใหม่ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าคิดเกี่ยวกับ “ต้นทุน” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งข้อสังเกตว่าสภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน อาจเป็นผลกระทบจากนโยบายอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” “อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลราคาวัตถุดิบอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การแจกเงิน ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นผลกระทบจากคนละครึ่ง ทำให้เงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น… เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ปรับตัวตาม… แต่ในฐานะคนขาย เราไม่สามารถปรับราคาขายหน้าร้านขึ้นได้ตามใจชอบ เพราะเกรงใจลูกค้า กลายเป็นว่าผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระส่วนต่างนี้ไว้เอง” ความคาดหวังและสิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลจากผู้ประกอบการายแรกคือ การค
