Featured
ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผู้คนมองหาความสมดุลระหว่างชีวิตกับสุขภาพ “อาหาร” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่เติมเต็มร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจ และสะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละชาติอย่างลึกซึ้ง ปี 2025 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอาหารโลก จากยุคที่เน้น “ความหรูหราและภาพลักษณ์” สู่ยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ “ความเรียบง่ายและความหมาย” ในทุกมื้ออาหาร เทรนด์ “อาหารเพื่อใจและสุขภาพ” (Comfort Food) กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก สะท้อนแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจทั้งโภชนาการ ความอบอุ่นใจ และความยั่งยืน มากกว่าการจัดจานเพื่อความสวยงาม สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ ม.รังสิต มุ่งมั่นจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเชฟรุ่นใหม่ ที่พร้อมใช้ความคิดสร้างสรรค์และพลังแห่งอาหารไทย ขับเคลื่อนความสุขและความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอาหารนานาชาติ (IFT) ชี้ว่า ผู้บริโภคกว่า 68% ทั่วโลกเลือกอาหารที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ความทรงจำ และสุขภาพจิต มากกว่าอาหารหรูหราราคาแพง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วโลก เช่น สหรัฐอเม
ในปี 2025 เราได้เห็นผู้ประกอบการไทย หยิบ “วัตถุดิบท้องถิ่นไทย” มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว ที่นำวัตถุดิบจากภาคใต้ ขึ้นสู่จานหรู, คราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม จากโกโก้ที่ปลูกโดยเกษตรกรไทย ไปจนถึงแบรนด์กาแฟของคนไทย ที่ส่งไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่น คือภาพสะท้อนของ “SMEs Rising Star 2025” ที่โดดเด่นในด้าน “การชูวัตถุดิบท้องถิ่น” ในปีนี้ “เชฟไอซ์” ร้านศรณ์ ชูวัตถุดิบใต้ สู่อาหารไฟน์ไดนิง ระดับ 3 ดาวมิชลิน ปฏิเสธไม่ได้ว่าปีนี้ ชื่อของร้าน “ศรณ์” ถูกพูดถึงบนหน้าสื่อเป็นอย่างมาก หลังจากคว้ารางวัลมิชลิน 3 ดาว เป็นร้านแรกในไทย และได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในงานเปิดตัวคู่มือ มิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 (The MICHELIN Guide Thailand 2026) ที่ผ่านมา ความโดดเด่นของร้านศรณ์ คือการชูวัตถุดิบท้องถิ่นไทยทางภาคใต้ สู่อาหารใต้ไฟน์ไดนิง โดย เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้านผู้ลงพื้นที่กับพ่อครัวแม่ครัวของร้านไปเสาะหาวัตถุดิบและเรียนรู้วิธีการทำอาหารด้วยตัวเองถึงภาคใต้ จนได้พบกับวัตถุดิบมากมาย รวมทั้งวิชาเก่าแก่ในการปรุงอาหา
ในวันที่ผู้คนไม่ได้มองหาเพียงคอนเทนต์ที่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความเข้าถึงง่าย ความสบายใจ ช่วยสร้างความสุข และสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการสร้าง Impact เพื่อให้มองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีการทำคอนเทนต์สุดพิเศษส่งท้ายปี รวบรวมเหล่าครีเอเตอร์และผู้ประกอบการที่ใช้ ‘พลังแห่งเรื่องเล่า’ ในการสร้างผลลัพธ์ ทั้งต่อเศรษฐกิจ ชุมชน ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้คน…ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดผู้รับชมบนโลกออนไลน์เท่านั้น โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมในยุคนี้ต้องเป็นผู้ที่เล่าเรื่องได้อย่างมีเอกลักษณ์ ถูกจริต เข้าถึงซิกเนเจอร์ของผู้ชม อาทิ ยาสุฮารุ นิชิโอะ จากช่อง Asia Gourmet Story ที่นำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบคลิปวิดีโอ ใช้คาแร็กเตอร์หนุ่มออฟฟิศวัยกลางคนในการดำเนินเรื่อง พร้อมกับทำคลิปให้มีความเป็น Cinematic อีกหนึ่งคนที่สร้างเรื่องราว สร้างพื้นที่ฮีลใจให้กับผู้คนได้อย่างดี นั่นคือ พี่เปา-ชวลิต สัทธรรมสกุล เจ้าของร้านแมวริมคลอง สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ และครีเอเตอร์ที่เป็นตัวแทนในฝั่งคนรักษ์โลก ก้อง-ชณัฐ วุฒิ
BABY CHIN (เบบี้ชิ้น) แบรนด์ที่เกิดมาจากความกลัว “กลัวว่าหากวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ลูกสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป” เลยหยิบความชำนาญ ประสบการณ์ในวงการอาหารสตรีตฟู้ด มาสร้างเป็นอาชีพไว้ให้ลูก เพื่อในอนาคตจะเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ลูกสาวของเขาได้ เรื่องราว Family Business ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าสู่กันฟังเป็นเรื่องราวของคุณโอม-มณฑล ทองคำ อายุ 44 ปี เจ้าของแบรนด์ BABY CHIN ที่เปลี่ยนจากความกลัวเป็นการวางระบบและสร้างรากฐานชีวิตให้กับลูกสาว น้องพอใจ ทองคำ วัย 3 ขวบ ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ตัวจริง หัวใจของแบรนด์ คือตัวแทนของความรักจากพ่อ หากจะพูดถึงหัวใจหลักของแบรนด์ คุณโอมได้พูดถึง ความเป็นพ่อ ที่อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างไว้ให้ลูก เขาเติบโตมากับความลำบากที่ต้องหาเงินอยู่ตลอดเวลา เลยมีความคิดว่า อยากให้ลูกมีเวลาเรียน มีเวลาเล่นได้อย่างสนุกสมวัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างที่เขาเคยเป็น และมีเงินส่งให้ลูกเรียนไปจนจบหมอ “เราอยากให้ลูกรู้จักการขายของ เพราะ ‘การขาย’ เป็นทักษะที่ใครมี ก็เป็นผู้รอดชีวิต” เขากล่าว นอกจากเรื่องของความรักที่พ่อมีใ
“กรุงศรี” (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทยปรับตัวสูงขึ้น 71.4% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการมีความรู้ทางการเงิน เพื่อต่อยอดไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมเผยอินไซต์พฤติกรรมของคน 4 เจเนอเรชัน ในยุคสมัยใหม่ที่มีโจทย์ชีวิตแตกต่างกัน คุณมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การเงิน เกี่ยวข้องกับ ‘ความยั่งยืน’ อย่างไร หรืออาจมองว่าความยั่งยืนเป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การเงินเกี่ยวข้องกับเกือบทุกมิติของชีวิต และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง” ความตระหนักรู้ด้านการเงินของคนไทย มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากรายงาน Saving Behavior Survey : Decoding the Saving Habits of Thai Consumers 2025 ที่รวบรวมข้อมูลโดยวิจัยกรุงศรี ชี้ว่า ทักษะทางการเงินของคนไทยมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 71.4% เพิ่มขึ้นจาก 67.4% ในปี 2563 และสูงกว่า
#SMEsSurvivor ขอย้อนไปราว 3-4 ปีก่อน ซึ่งหลายคนคงพอจำได้ และยอมรับว่า “บรรทัดทอง” คือย่านสตรีตฟู้ดและไลฟ์สไตล์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จากถนนเงียบๆ ใกล้มหาวิทยาลัย สู่จุดหมายของนักกิน นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ และนักลงทุนรุ่นใหม่น้อยใหญ่ ประกอบกับคอนเทนต์หลากหลายที่กลายเป็นกระแสไวรัลจากโซเชียลมีเดีย ทำให้ “ร้านดัง” ผุดขึ้นแทบทุกเดือน กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ “แห่ลงทุน” ทั้งจากผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงแบรนด์ทุนหนา ส่งผลให้บรรทัดทอง กลายเป็น “สนามแข่ง” ที่ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติ แต่รวมถึงเงินทุน ความเร็ว และพลังการตลาด เมื่อมี “ดีมานด์” จากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อย แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมากระทั่งกลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นั่นคือ ค่าเช่าพื้นที่ที่พุ่งขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ หลายโซนเริ่มขยับปรับราคาขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผู้ค้ารายเล็กที่เติบโตมากับช่วงเริ่มต้น หลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว และทยอยถอนตัวออกจากพื้นที่ แต่ก็มีผู้ค้ารายใหญ่ทุนหนากว่า พร้อม “เสียบ” ในทุกทำเล แต่เมื่อล่วงเข้าปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศการ “ลงทุนใหม่” ในหลายโซนของบรรทัดทอง กลับเกิดเห
เมื่อวันที่ 22 ธันวามคม นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่ สธ. เสนอ โดยจะมีการส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาซึ่งอาจจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนที่จะส่งกลับมาที่ สธ. เพื่อปรับปรุงประกาศก่อนจะส่งให้ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ต่อไป โดยเบื้องต้นคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ หลักสำคัญของกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว จะเป็นการยกระดับร้านจำหน่ายกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ อย่างถูกต้องกว่า 10,000 ใบอนุญาต ให้มาเป็นสถานพยาบาล หรือคลินิกที่มีการขออนุญาตกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และขออนุญาตกรมการแพทย์แผนไทยฯ ในการจำหน่ายสมุนไพรควบคุมกัญชาตามกฎหมาย “ซึ่งหมายความว่า ร้านที่มีใบอนุญาตขายกัญชาอยู่แล้ว ต้องไปทำเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
ในช่วงเวลาที่โรคระบาดโควิด-19 กำลังแพร่กระจาย ผู้ประกอบการทั่วโลกต่างหาทางรอดจากสมรภูมินี้กันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการไทย หรือผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งหลายๆ คน อาจไม่ได้มองสถานการณ์นี้ว่า “วิกฤต” แต่มองว่านี่อาจเป็น “โอกาส” ของธุรกิจก็ย่อมได้ เรื่องราวของ นิคกี้ ซีแมน หญิงสาววัย 29 ปี จากแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ตนจะเผชิญกับวิกฤต แต่ก็ก้าวข้ามผ่านและได้พลิกวิกฤตช่วงโควิด-19 ให้เป็นโอกาสทอง สร้างแบรนด์มะกอก Freestyle Snacks ที่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาให้คนรักมะกอก แต่ยังสร้างยอดขายถล่มทลาย และเปลี่ยนใจคนที่ไม่ชอบมะกอก ให้หันมาหลงรัก จุดเริ่มต้นจากช่วงล็อกดาวน์ ก่อนที่จะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว นิคกี้เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการให้กับ Bain & Company และได้ไปฝึกงานพิเศษที่ Whisps Cheese Crisps แนวคิดของ Freestyle Snacks เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 ในช่วงที่โรคระบาดทำให้บาร์มะกอกสดในร้านขายของชำต้องปิดตัวลง เธอซึ่งเป็นคนชอบมะกอกมากๆ อยู่แล้ว พบว่า มะกอกในขวดโหลแบบเดิมๆ ทั้งคุณภาพและความสะดวก
ในปัจจุบันที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มีคนไทยจำนวนมากตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปแล้วหลายหมื่นล้านบาทให้กับมิจฉาชีพออนไลน์ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยข้อมูลว่า ในช่วงเวลา 5 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม 2567 – กุมภาพันธ์ 2568 มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 11,348 ล้านบาท แม้ว่าจะลดลงจาก 14,683 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน แต่ถือว่ายังน่าเป็นห่วง เนื่องจากประชาชนบางส่วนขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ ในขณะที่มิจฉาชีพได้พัฒนากลอุบายหลอกลวงได้แนบเนียนและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าเชิงรุกในการสร้างความตระหนักรู้และเสริมภูมิคุ้มกันให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง พาไปเจาะลึก 5 รูปแบบกลโกงยอดนิยม เพื่อให้แยกแยะระหว่างข้อมูลจริงกับกลโกง พร้อมเน้นย้ำถึงจุดอ่อนสำคัญที่ทุกคนต้องสังเกตก่อนที่จะสูญเสียทรัพย์สินให้กับมิจฉาชีพ 1. หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล/สิทธิพิเศษ/วัตถุประสงค์อื่นๆ รู
เบาหวานยังคงเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่หลายคนอาจยังมีความเข้าใจไม่ครบถ้วน ซึ่งอาจส่งผลต่อการดูแลรักษาที่เหมาะสมรวมถึงทำให้ภาวะของโรคเข้าสู่ ภาวะเบาหวานสงบ (Diabetes Remission) เป็นไปได้ช้าลง สำหรับประเทศไทยซึ่งจำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีที่หลายคนมักรับประทานอาหารหรือของหวานต่างๆ ในงานสังสรรค์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นเรื่องท้าทายยิ่งกว่าเดิม ข้อมูลจากสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation) ระบุว่า ปัจจุบันมีชาวไทยอายุ 20–79 ปี กว่า 6 ล้านคนที่กำลังเผชิญกับโรคเบาหวาน หรือคิดเป็นอัตราความชุก 10.2% เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ในปี 2554 ที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยถึง 1 ใน 3 ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังป่วย1 ตัวเลขนี้สะท้อนความจำเป็นในการสร้างความตระหนักรู้และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่พฤติกรรมการกินอาจเปลี่ยนไปจากปกติ หนึ่งในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนคือ หลายคนมักคิดว่าการเป็นโรคเบาหวานหมายความว่า
