แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
รู้จักกับ ขนมโบราณ “นกปล่อย” พร้อมวิธีทำ ใครได้ชิม รับรองอร่อย อะไรเอ่ย? “ไข่กบ นกปล่อย บัวลอย อ้ายตื้อ” คืออะไร คำถามนี้อยู่ในข้อสอบของนักเรียนอาหารไทย และนักเรียนมัคคุเทศก์ที่ผมสอนด้วยนะครับ ใบ้ให้นิด ทั้งหมดเป็นขนมไทยๆ กินกับกะทิ มีชื่อบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยว่า “ประเพณีสี่ถ้วย” คือเป็นขนมที่จัดเลี้ยงคนในงานต่างๆ ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตกทอดมาถึงรัตนโกสินทร์ สมัยนี้เราก็ยังกินขนมทั้งสี่ถ้วยนี้อยู่ เพียงแต่ไม่ได้เป็นประเพณีอะไรแล้ว ซื้อขนมประเภทน้ำกะทิใส่น้ำแข็งในห้างนี่ปาเข้าไปถ้วยละ 35 บาท แพงพอกับกินข้าวเลย ส่วนใหญ่จะเดาออกคำหน้ากับคำหลังว่า “ไข่กบ” คือเม็ดแมงลัก เพราะมันเหมือนไข่กบ บ้างก็ว่าเป็นเม็ดสาคูเล็กๆ ก็ได้ “อ้ายตื้อ” คือข้าวเหนียว เพราะกินแล้วอิ่มตื้อ เหมาะเป็นขนมจัดเลี้ยงคนเยอะๆ จริง แต่ไอ้ 2 คำตรงกลางนี่ซิ เดากันไม่ค่อยออก ถ้าไม่เคยอ่านเจอมา “บัวลอย” ใบ้ให้เลยว่าไม่ใช่บัวลอยที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ อย่างนั้นไม่ต้องใส่น้ำแข็ง โบราณเขาหมายถึง ข้าวตอก ครับ ข้าวตอกมาจากข้าวเปลือกคั่ว ให้แตกบานออกคล้ายกับทำข้าวโพดคั่ว เอามากินกับน้ำกะ
ร้านอาหารตามสั่ง มีอยู่มากมายให้เห็นเกลื่อนกลาด เมนูก็มากหน้าหลายตา แต่ทำไมใครๆต้องสั่งแค่เมนูกะเพรา ทำง่ายหรือเปล่า อร่อยหรือไม่ ก็ไม่มีใครบอกแน่ชัดได้ แต่ที่แน่ๆทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “กะเพราเมนูสิ้นคิด” เพราะเข้าร้านตามสั่งทีไร ต้องสั่งทุกที สั่งทุกรายอยู่ร่ำไป หิวแต่ไม่รู้จะกินอะไร สุดท้ายหนีไม่พ้นกะเพราจานด่วนอยู่ดี ร้าน “แล้วแต่ กะเพราแท้ระดับโลก เฮ้ย” ฉีกกฎร้านตามสั่ง หลุดกรอบกะเพราสารพัดผัก จัดเมนูกะเพราเดิมๆ เน้นเนื้อสัตว์และใบกะเพราเป็นวัตถุดิบหลัก เติมรสด้วยเครื่องปรุงสามัญประจำบ้าน ผัดคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟบนจานชามรูปร่างแปลกตาสารพัด ตามสไตล์ของสองหนุ่มมาดกวนผู้ก่อตั้งร้าน อย่าง คุณเดอะ มู๋-นพรัตน์ อุณาภาค วุฒิการศึกษา ม.6 สายศิลป์ฝรั่งเศส ที่ ร.ร. แก่นนครวิทยาลัย เพราะเรียนไม่จบคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาสเปน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากตัดสินใจออกมาเป็นศิลปินวงดนตรีร็อคชื่อ THE CLOCK (เดอะ คล็อก) ในสังกัดค่าย HALF DRY (ฮาล์ฟ ดราย) ก่อน และ คุณอาร์มมี่-จักรพล ศรีตระกูล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น สองหนุ่มอารมณ์ขัน
ใครขับรถผ่านไปทาง ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม คงสังเกตเห็นว่าสวนข้างทางปลูก “มะม่วงหาวมะนาวโห่” (Bengal Currants) หรืออีกชื่อหนึ่งที่คุ้นหูคือ หนามแดง กันมาก ผลสุกของมันรสเปรี้ยวจัด เดี๋ยวนี้คนนิยมคั้นเป็นน้ำผลไม้สีชมพูแกมม่วง ปรุงรสใส่น้ำแข็งก้อน หรือปั่นกินได้ชื่นใจดี และจะว่าไปแล้วความที่มันเป็นไม้พุ่มสูงไม่มากนัก ปลายใบมนสีเขียวใส ดอกช่อสีขาวยาว ทรงปากแตรกลีบแหลมเล็กๆ สวยสะดุดตา เมื่อผนวกกับลูกสุกสีชมพูสดจนถึงม่วงจัด ก็ปลูกเป็นไม้ประดับสวนหน้าบ้านได้เหมาะเจาะดีครับ ผลไม้รสเปรี้ยวย่อมมีวิตามินซีมาก ส่วนเปลือกสีม่วงจัดแบบนี้อุดมด้วย แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้าน สารอนุมูลอิสระ (free radical) ดังนั้น จึงช่วยยับยั้งอาการผิดปกติในร่างกาย เช่น การก่อตัวของเซลล์มะเร็ง เป็นต้น เช่นเดียวกับลูกผักปลัง พิลังกาสา เถาคัน หรือชำมะเลียง ถ้ายังไม่ได้ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ไว้ที่บ้าน แต่อยากลองชิมรสชาติดู เดี๋ยวนี้ก็มีวางขายตามตลาดสดและตลาดน้ำ (แบบ) โบราณมากขึ้นแล้วนะครับ เขาแบ่งใส่ถุงขายราคาแค่ 10-20 บาทเท่านั้น ถ้าไม่ทำน้ำผลไม้แบบที่นิยมกัน อาจจะกินสดเหมือนผลไม้เปรี้ยวอื่นๆ โดย
เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าทั่วสารทิศ ขายดี แทบเสิร์ฟไม่ทัน สำหรับเมนูสุดแซ่บต้อนรับคนเลิฟทุเรียน นั่นคือ “ทุเรียนหมอนทองหม้อไฟ” ที่ร้าน เดอะลาเมี่ยน บายขวัญ จังหวัดระยอง ครีเอทสูตรโดยอดีตพนักงานโรงแรมชื่อดังที่ผันตัวออกมาเปิดร้านอาหารจีน สไตล์โมเดิร์น แนวจีนเซี่ยงไฮ้ เมนูขึ้นชื่อ บะหมี่เส้นสดดึงด้วยมือ ไม่ใส่สารกันบูด ทำสดใหม่ทุกวัน คุณมาริสา สุตวิมล หรือคุณอ้อม เจ้าของร้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำงานประจำในแผนกเคเทอริ่ง หรือ แผนกจัดเลี้ยงเตรียมอาหาร ทำอยู่นาน 10 กว่าปี เริ่มเกิดความคิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับอยากกลับมาอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดระยอง หนที่สุดตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านอาหาร คุณอ้อม พื้นเพเป็นคนระยอง แต่ต้องไปทำที่กรุงเทพฯ เจ้าตัว บอกว่า รายได้จากการทำงานในโรงแรมค่อนข้างดี แต่เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง ก็อยากกลับบ้านเกิด เลยเลือกใช้ต้นทุนความรู้ด้านอาหารที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเปิดร้านอาหาร ลงทุนไปทั้งสิ้นเกือบล้านบาท สำหรับคอนเซ็ปต์ร้าน เดอะลาเมี่ยน บายขวัญ เจ้าของ บอกว่า เป็นอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น แนวจีนเซี่ยงไฮ้ แห่งเดียวในจังหวัดระยอง จุดเด่น คือ ลาเมี่ยน หรือบะหมี
พะโล้กับต้มเค็มนี้เป็นสองเรื่อง แต่มักเอามาปนเปกัน ต้มเค็มเป็นกับข้าวไทย หรือจะพูดให้ถูก คือเป็นกับข้าวภูมิภาคสุวรรณภูมิมานานช้า เดิมเนื้อที่ต้มเค็มเป็นสัตว์น้ำ กุ้งและปลา เช่น ปลาทูหรือปลาตะเพียน ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือเต้าหู้ก็ไม่ใส่ จนภายหลังเมื่อเรือขายหมู ขายไข่ เต้าหู้ ของคนจีนเข้ามา จึงมาเติมในหม้อต้มเค็ม แล้วในที่สุดก็รับเครื่องพะโล้ ที่คนจีนทำเป็ดพะโล้ ลงเอยเป็นหม้อพะโล้ตามร้านข้าวแกงอย่างทุกวันนี้ เราอยู่กับพะโล้หมูมานาน จนคราวหนึ่งผมได้ไปงานมงคลของอิสลาม เจอพะโล้เนื้อ อร่อยครับ เลยอยากขยายมาให้ทำกันบ้าง จะซื้อเนื้อผมไปตลาดสดอ่อนนุช มีเจ้าประจำขายเนื้อราคาไม่แรงเหมือนห้าง สันใน เนื้อตะโพก ทำกับข้าวไม่เหนียว กิโลละ 250 บาท เนื้อสามชั้นต้องเคี่ยวหน่อย 230 เอาอย่างหลังมาครึ่งโล เต้าหู้ทอดพวง 26 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 2 ถุง 10 ฟอง 45 บาท ไม่ถูก แต่จะซื้อยกถาด 30 ฟอง 85 บาท หอบหิ้วขึ้นรถไฟฟ้าไม่ไหว รากผักชี กำละ 10 บาท ผงเครื่องพะโล้ 20 บาท เมื่อถึงบ้าน ก่อนอื่นใด ให้ล้างเนื้อแล้วหั่นเป็นก้อนเต๋าขนาดใหญ่กว่าคำเล็กน้อย เพราะเคี่ยวแล้วเนื้อจะหด ลงหม้อลวกน้ำเดือดเสียทีหนึ่ง ฟองเลือดทิ้งไปด้วย
ช่วงนี้เพื่อนๆ น้องๆ บ่นกันว่า ไม่รู้จะทำอะไรดี อยากทำงานอิสระ เพราะงานประจำไม่ถูกจ้างแล้ว ปลอบเพื่อนและน้องไปว่า เราต้องหาอะไรที่เป็นของเราเจอสักอย่างแหละ ในช่วงที่ภาคใต้ฝนตกยาว เพื่อนรุ่นพี่ทำรีสอร์ตอยู่ที่ทะเล เธอบอกว่า “ทะเลฝนตกเหมือนอดกลั้นมานานแสนนาน ทั้งกระแสลมที่พัดเข้าฝั่ง ไม่รู้เบื่อเสียที…ยังไม่รู้จะหยุดเมื่อไหร่ค่ะ เริ่มตั้งแต่ 1 ธันวาคม เลยปีใหม่แล้ว ยาวมาเรื่อยเลย” ฉันบอกเธอว่า ภาคเหนือยังไม่แน่ใจว่าหนาวยาวไหม เพราะเพิ่งจะหนาว แต่เป็นปีที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองเหนือต่างมีความอิ่มเอมกับความหนาวเย็น เพราะถ้าปีไหนมาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้วไม่หนาวบอกได้ว่ามีเคือง บางครั้งบางทีคนอยู่เชียงใหม่ถูกเพื่อนที่มาเที่ยวมาเยี่ยมเยียนเคืองเอาด้วยนะถ้ามาถึงแล้วไม่หนาว จริง ๆ ต้องบอกกันว่า หนาวแต่พองามดีแล้ว แต่ปีนี้เข้าใจว่าไม่มีใครเคือง เพราะหนาวได้ใจ ฉันหนีฝนมาจากใต้ทันมาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับลมหนาวที่เมืองเหนือ ปีนี้เลือกไปหนาวที่เชียงดาว แม่อาย ก่อนจะกลับไปเจอฝนใต้อีก เพราะฝนยังตกหนักมากจนถึงวันนี้ เรียกได้ตกข้ามเดือนข้ามปีกันเลยทีเดียว ระหว่างเดินทางคิดถึงคำของเพื่อน
คุณเฉลิมวุฒิ แสนยศคำ อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 3 บ้านโนน ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาได้เป็นหนุ่มโรงงานอยู่ที่จังหวัดชลบรี ต่อมาจึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิด เพื่อช่วยงานที่บ้านทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับปลาร้าบอง “สมัยนั้นประมาณปี 49 คุณแม่ผมไปประกวดทำอาหารชนะ ท่านก็เลยเกิดแรงบันดาลใจ ที่อยากจะทำเป็นอาชีพให้กับเพื่อนๆ ก็เลยมาตั้งเป็นกลุ่มสมาชิกขึ้น เพื่อเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่คิดไว้ก็จะเป็นปลาร้าบอง เพราะแถวนี้มีอ่างเก็บน้ำ ปลาแถวนี้ก็จะค่อนข้างมาก ก็เลยเอามาหมักทำปลาร้ากัน และพัฒนามาแปรรูปขึ้นมา” คุณเฉลิมวุฒิ กล่าว บรรจุภัณฑ์พร้อมขาย ในขั้นตอนแรกของการทำปลาร้าบองนั้น คุณเฉลิมวุฒิ บอกว่า จนนำปลาที่หลากหลายชนิดที่หามาได้มาทำการหมักเป็นปลาร้าเสียก่อน โดยใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน เมื่อปลาร้าที่ได้หมักจนได้ที่ก็จะนำมาเข้าเครื่องบด ซึ่งจะทำแต่ละครั้งจะใช้ปลาร้าประมาณ 10 กิโลกรัม มาผสมกับเครื่องปรุงต่างๆ เช่น พริก ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูดคั่วแห้ง ฯลฯ มาผสมให้เข้ากันก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 30 กิโลกรัมต่อครั้ง ปลาร้าบองที่ผ่านการคั่วจนสุก สินค้าที่นำ
หลายคนยังเข้าใจว่า “อาหารเหลา” อย่างอาหารจีน มักมีราคาแพง ยิ่งเสิร์ฟตามโรงแรมหรือภัตตาคารหรูๆ ด้วยแล้ว เวลาเรียกเช็กบิลกลัวเหลือเกินว่าเงินในกระเป๋าจะไม่พอจ่ายค่าเสียหาย แต่ร้านอาหารจีนชื่อว่า “ไต๋ตง” คุณภาพวัตถุดิบและรสชาติเรียกว่า “ขั้นเทพ” แต่เชื่อมั้ยว่า “ราคาตลาดนัด” ตั้งอยู่ “บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2” ห้องแอร์เย็นสบาย ที่จอดรถแสนกว้างขวาง แผนที่:https://goo.gl/maps/eAmGbpFFKQ22 คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัย เล่าว่าเปิดร้านอาหารจีนที่ “บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2” พุทธมณฑล สาย 2 เมื่อต้นปี 2555 “ผมฝึกทำอาหารจีนกับอากงมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ แหล่งซื้อ ขั้นตอนการปรุง อาหารจีน เรียกว่ารู้ทุกกระบวนการกว่าจะมาเป็นเมนูที่ทำขายอย่างละเอียด” อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีฝีมือเรื่องการทำอาหารจีน แต่เพื่อความไม่ผิดพลาดทางธุรกิจ เฮียชัย บอกว่า ก่อนมาเปิดร้านที่พุทธมณฑล สาย 2 ได้ลองมาสำรวจจนแน่ใจแล้วว่า ย่านนี้ยังไม่มีร้านอาหารจีน คนในย่านนี้มีกำลังซื้อพอสมควร ที่สำคัญลูกค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากทานอาหารจีนอร่อยๆ เลยตัดสินใจเปิดร้าน เมื่อม
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
เปิดให้บริการในย่านรัชดามาได้ปีกว่าแล้ว สำหรับ เตี๋ยวแม่ กลอง&เล้งต้มแซ่บ กระดูกขาหลังหมูต้มเปื่อย ปรุงรสด้วยพริกขี้หนูสวน มะนาว น้ำปลา และนอกจากรสชาติจะจัดจ้าน เจ้าของร้านยังครีเอทเสิร์ฟไซซ์ยักษ์ ลูกค้าดารา เซเลป แห่อุดหนุน ขาย 10 เดือน ปลดหนี้ได้ 6 แสน คุณอาริยา วีรกานนท์ หรือโอ๋ สาววัย 42 ปี คนแม่กลอง เล่าว่า ในอดีตเคยเป็นพนักงานประจำ ทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจเช่าซื้อสินค้า รับเงินเดือนอยู่นาน 12 ปี หนที่สุดตัดสินใจลาออก เหตุผลเพราะอยากมีกิจการส่วนตัว “ตอนทำงานประจำรายได้เป็นแสน แต่ถึงจุดจุดหนึ่ง เราอยากมีกิจการส่วนตัว เลยลาออก ในเบื้องต้นขายก๋วยเตี๋ยวเพราะชอบกินก๋วยเตี๋ยว ใช้เงินลงทุนไป 4 แสนบาท เมนูก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงสูตรโบราณ” ร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณโอ๋ ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสูตรน้ำแดงโบราณ ส่วนผสมหลักของน้ำซอสมีเต้าหู้ยี้ และน้ำตาลทราย รสชาติจะออกหวานๆ จำหน่ายในราคาชามละ 25 บาท นอกจากนั้นยังมีเมนูปลาทูผัดกระเพรา ขนมเค้ก เบเกอรี่ต่างๆ หญิงสาวในวัย 42 ปี เล่าต่อว่า กระแสตอบรับ “ร้านก๋วยเตี๋ยว”ไม่ดีเท่าดีควร สาเหตุเพราะอำเภอแม่กลองเป็นอำเภอเล็กๆ คนที่อาศัยอยู่
