หลักสูตรเรียนฟรี
ขึ้นแท่นจิตอาสาน้ำใจงามไปอีกคน สำหรับคุณรวินท์มาศ ลือเลิศ อายุ 38 ปี หรือคุณแตม เจ้าของร้านซัก อบ รีดเสื้อผ้า “มิสไวท์กรีน” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ร้านนี้ตั้งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนประมาณ 9 กม. รับอาสาซักรีดเสื้อผ้า – ซ่อมแซมเสื้อผ้า ให้เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาฟรี พร้อมมีรถรับส่งถึงที่ คุณแตม เล่าว่า เปิดร้านซัก อบ รีด เสื้อผ้า มานานกว่า 15 ปีแล้ว ก่อนจะมายึดอาชีพนี้ ทำมาแล้วหลายอาชีพ อาทิ เปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือ ขายกิ๊ฟช็อป เคยเป็นลูกจ้างทำงานโรงงาน แต่ส่วนตัวรู้สึกไม่ชอบงานประจำ ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่คนนึงที่เปิดร้านซัก อบ รีด สุดท้ายเลยลองทำตามแล้วรุ่ง “หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ดิฉันทำมาหลายอาชีพ จนในที่สุดมีรุ่นพี่ให้คำแนะนำเรื่องการเปิดร้าน ซัก อบ รีด ผ้า โดยส่วนตัวมองว่า เป็นงานที่ทำที่บ้านได้ ไม่ต้องพบปะผู้คนมาก เลยใช้เงินเก็บ 6 หมื่นบาท เปิดร้านซักรีด” การเปิดร้านในช่วง 2 ปีแรก เจ้าของ เล่าว่า รับซัก อบ รีด เสื้อผ้าลูกค้าตามบ้านทั่วไป ซึ่งรายได้ก็ดี แต่เริ่มพบปัญหา คือ เสื้อผ้ามีหลากหลายสีสัน ผ้าบางอย่างอบแห้งไม่ได้ ผ้า
“คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ” หรือ คุณอิ๋ว เป็นคนในวงการสื่อสารมวลชนอีกคนที่หันมาทำอาชีพเกษตรกรรมควบคู่กับงานผู้ประกาศข่าว ปัจจุบันเธอมีเวลาทุ่มเทให้กับ “บ้านไร่ศุภรัตน์” เต็มร้อย เพราะหมดสัญญากับช่องเดิมที่เธอนั่งอ่านข่าวอยู่เมื่อต้นปีนี้ ขณะที่เรื่องการเมืองเจ้าตัวประกาศชัดว่า ไม่สมัคร ส.ส. แน่นอน แต่ถ้าพรรคไหนมาชักชวนให้ทำงานในซีกการเมืองก็ต้องดูเงื่อนไขอีกครั้ง ซึ่งในอดีตเธอเคยสมัคร ส.ส. กทม. และเคยรับหน้าที่อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุคพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ตอนนี้ คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ ในวัย 50 ปี ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแนว “อินทรีย์” ชัดเจน โดยใช้เวลาปลูกผักปลอดสารพิษ-เลี้ยงสัตว์ อยู่ในเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ย่านร่มเกล้า กทม. ควบคู่กับการเรียนหลักสูตรนวัตกรรมการบริหารในโลกยุคใหม่สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เน้นแปรรูปเพิ่มมูลค่า วันที่สนทนากันนั้น เธอชวนไปดูและไปชิมผลผลิตที่บ้านไร่ศุกรัตน์ ซึ่งใช่จะมีแค่พืชผักผลไม้เท่านั้น ยังเต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ไม่ว่าจะเป็น แมวเมนคูน (แมวยักษ์), นกหงส์หยกพันธุ์อังกฤษ-พันธุ์ฮอลแลนด์, นกค็อกกาเทล,
รังไหม มีเส้นใยให้นำไปทอร้อยเรียงอย่างเป็นระเบียบได้ผืนผ้าที่งดงาม ส่วนรังไหมเปล่ามักถูกทิ้งไปอย่างไร้ค่า แต่ปัจจุบันมีหลายกลุ่มกิจกรรมรวมทั้งวิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ ได้นำรังไหมเปล่ามาแปรรูปประดิษฐ์เป็นสิ่งของเครื่องใช้หรือทำเป็นผลิตภัณฑ์ประเทืองผิว เหมาะที่จะเป็นของใช้และเป็นของฝาก เป็นทางเลือกสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจด้วยการสร้างโอกาสสร้างงานทำในยามว่างที่ก่อให้มีรายได้นำไปสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคง คุณสุพจน์ ประสมทอง เกษตรอำเภอบ้านหมอ เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่โดยทั่วไปในเขตอำเภอบ้านหมอมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และทำการประมงเพาะเลี้ยง การพัฒนาการผลิต ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรสู้กับสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันแปรด้วยการทำการเกษตรผสมผสานหรือทำไร่นาสวนผสม ให้ผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม GAP เพื่อให้ได้สินค้าเกษตรคุณภาพมาตรฐาน ให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำกิจกรรมด้านการแปรรูปหรือประดิษฐ์ผลผลิตเกษตรเพื่อการเพิ่มมูลค่า และใช้เวลาในยามว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงด้านการผลิตและการตลาดเกษตร รังไหมสู่การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า รังไหมที่เอาเส้นใย
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
จากร้านอาหารที่เป็นเพียงจุดนัดพบของนักการเมืองในย่านสุขุมวิท มีแต่ทหารอเมริกันเดินเพ่นพ่าน เสิร์ฟเพียงไอศกรีมโฟร์โมสต์ และอาหารจานเดียวไม่กี่เมนูในตึกแถวคูหาเดียวเล็กๆ ปัจจุบัน ผงาดกลายเป็นบริษัทมหาชน เจ้าของอาณาจักรเบเกอรี่ที่มีสาขาเกือบ 500 สาขา มีพนักงานมากถึง 7,000 คน แต่ละปีจำหน่ายเค้กได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านก้อน รายได้รวมทั้งปีเหยียบหมื่นล้านบาท นั่นคือ บริษัท เอส แอนด์ พี จำกัด (มหาชน) หรือ S&P (Super Service & Premium Product) เจ้าของสโลแกน “ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย” บุกเบิกโดย 5 นักเรียนนอกพี่น้องตระกูล “ไรวา” โดยมี คุณภัทรา (ศิลาอ่อน) เป็นหัวเรือใหญ่ (ปัจจุบันสมรสกับนายอมเรศ ศิลาอ่อน) ตามมาด้วย คุณพรพิไล คุณพันทิพา คุณสุทธิสุดา และ คุณสมศรี ช่วยกันลงขัน คนละ 25,000 บาท 5 พี่น้อง ร่วมกันลงขันเปิดร้านอาหาร ไม่รีบโต 7 ปี ขยายสาขา คุณภัทรา ศิลาอ่อน ย้อนวันวานให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า ในช่วงแรกของร้าน S&P เป็นเพียงห้างหุ้นส่วน สภาพร้านเป็นตึกแถวคูหาเดียวเล็กๆ ตั้งอยู่ที่หัวมุมซอยสุขุมวิท 23 ร้านแรกใช้ชื่อ S&P Ice-Cream Corner (เอส แอนด์ พี ไอศกรีม คอร์เนอร์) เพราะว่าเริ่มต้นข
แบรนด์ Basic Teeory ของนักดีไซน์หนุ่ม คุณตี๋-วรชัย ศิริวิภานันท์ สร้างไอเดียแปลกด้วยการนำวัสดุเหลือใช้อย่างกระดาษ มาสร้างมูลค่าด้วยดีไซน์สุดล้ำ คุณตี๋ เล่าว่า Basic Teeory เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่เชื่อว่าคุณค่าของเครื่องประดับไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาทำต้องมีราคาสูง อย่างเช่น ทองคำ เงิน เพชร พลอย อัญมณี หรือ มุก ซึ่งมูลค่าเหล่านั้นคนเป็นคนกำหนดขึ้นมาเอง แต่หากเชื่อว่าเครื่องประดับที่ทำจากวัสดุที่คนมองข้ามก็สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่าได้เช่นกัน Basic Teeory จึงสร้างความน่าสนใจด้วยการนำวัสดุเหลือใช้อย่างกระดาษรีไซเคิล เศษแก้ว เศษกระจก ก้อนกรวด หรือแม้แต่เม็ดทราย มาสร้างสรรค์ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่งานดีไซน์ที่เห็นจะโดดเด่นเลย เชื่อว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่คือ สร้อยกระดาษ ทำจากกระดาษรีไซเคิลที่ได้จากโรงพิมพ์ ใส่ลวดลายกราฟิกให้ดูแฟชั่นมากขึ้น เช่น ลายวงกลม ลายทาง ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดทุกชิ้น นอกจากลวดลายแล้ว Basic Teeory มีหลายโทนสี โดยในช่วงแรกทางแบรนด์จะเน้นเป็นโทนสีดำ ดูสุขุม ต่อมามีการเพิ่มสีสันโทนสดใสเข้ามาเพื่อตีตลาดกลุ่มผู้หญิงวั
เกษตรกรยุคใหม่ต้องปลูกได้ ทำการตลาดเป็น พร้อมเปิดรับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่ง ในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต เช่นเดียวกับคุณณัฐ มั่นคง เกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของ “โคโค่ เมล่อนฟาร์ม” อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ต้นแบบของเกษตรกรที่เลือกใช้เทคโนโลยี Internet of Thing มาช่วยดูแลโรงเรือนปลูกเมล่อนปลอดสารพิษ คุณณัฐมีความสนใจในธุรกิจการเกษตร และมองเห็นว่าเมล่อนเป็นผลไม้ที่สามารถสร้างรายได้ดี โดยใช้พื้นที่ไม่มาก จึงได้เริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเมล่อนด้วยตนเอง ทั้งการไปศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ อีกทั้งยังได้เข้าร่วมอบรมในโครงการของดีแทค ในด้านการตลาด จนถึงการนำเสนอสินค้าเพื่อสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภค รสชาติเมล่อนที่หวาน หอม เนื้อฉ่ำ เป็นสิ่งที่คุณณัฐให้ความสำคัญเสมอมา จึงเลือกนำเอาเทคโนโลยี IOT ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการฟาร์มอัจฉริยะของกรมส่งเสริมการเกษตร และ Dtac ที่มีระบบเซ็นเซอร์คอยสังเกตและติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก โดยตัวเครื่องจะส่งข้อมูลสู่แอพพลิเคชั่นให้เกษตรกรสามารถดูข้อมูลมาตรฐาน ความชื้น อุณหภูมิและแสงสว่างที่เหมาะสมต่อการเจริญเต
แม้มีงานประจำและทำธุรกิจอยู่แล้ว แต่ด้วยรักในการทำเบเกอรี่ และคิดต่อยอดหารายได้เพิ่มอยู่เสมอ คุณสาวิตรี มงคลศิลป์ (ปุ้ย) และ คุณสุรชัย ธัญธาดา (แว่น) สองสามีภรรยาจากจังหวัดลพบุรีจึงช่วยกันสร้างแบรนด์ “เคี้ยวเพลิน” เจาะตลาดคนชอบกินขนมทานเล่น เคี้ยวเพลิน เรียกตัวเองว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กในครอบครัวที่เพิ่งเปิดได้ 3 เดือน เป็นแบรนด์ที่ชูคอนเซ็ปต์ง่ายๆ ให้ลูกค้าเคี้ยวอย่างเพลิดเพลินตามชื่อ เคี้ยวจนหมดโดยไม่รู้ตัว โดยคุณแว่นและคุณปุ้ย ต่างมีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ที่บ้านคุณแว่นทำธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าขายส่งขายตลาดนัดจตุจักร และประตูน้ำ ส่วนคุณปุ้ยทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้รับเหมาทำถนน และเคยทำเบเกอรี่มาก่อน แต่เพราะการทำธุรกิจคู่แข่งค่อนข้างเยอะ หลักการตลาดเยอะ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกเบื่อ จึงเริ่มทดลองหาอาชีพใหม่ ทั้งทำเกษตร ทำขนม สารพัดอย่าง กระทั่งมาลงตัวที่แบรนด์เคี้ยวเพลิน โดยมีคุณปุ้ย ภรรยาสาวเป็นคนชักชวน ส่วนคุณปุ้ย เสริมว่า เคี้ยวเพลินเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ช่วยกันทำในครัวเรือน เพราะอยากทำอะไรที่กินแล้วถูกปาก ซึ่งตนถนัดเบเกอรี่อยู่แล้ว ทั้งคู่เริ่มศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หาวัตถุด
อาชีพพนักงานบัญชีในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคง มีเงินเดือนที่เพียงพอสำหรับครอบครัวและเหลือเก็บเพื่ออนาคต เป็นความฝันที่กลายเป็นความจริง สำหรับ คุณทรงวุฒิ นิ่มนวล และการได้ทำงานบัญชีกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ทำให้เขามีโอกาสได้ดูแลรายรับ-รายจ่าย ของเกษตรกรในโครงการคอนแทรคฟาร์ม หรือโครงการฝากเลี้ยงสุกรขุนกับ ซีพีเอฟ จึงทราบว่าโครงการนี้เป็นการสร้างอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศได้ เมื่อมีการขยายโครงการไปยังพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี คุณทรงวุฒิจึงยื่นขอเข้าร่วมโครงการเพื่อหวังให้อาชีพนี้เป็นอีกหนึ่งรายได้เสริมจากงานประจำที่ตนเองทำอยู่ หลังจากบริษัทพิจารณาให้สามารถเข้าร่วมโครงการฝากเลี้ยงหมูขุนแล้ว ในปี 2556 คุณทรงวุฒิ จึงสร้าง “สุวิทย์ฟาร์ม” ที่ ต.แก่งโดม อ.สว่างวีรวงษ์ จ.อุบลราชธานี เลี้ยงหมูขุน จำนวน 3,600 ตัว ในโรงเรือน 6 หลัง ที่เป็นระบบการเลี้ยงแบบฟาร์มปิด เลี้ยงในโรงเรือนอีแวป พร้อมสร้างระบบบำบัดน้ำด้วยไบโอแก๊สที่สามารถปั่นกระแสไฟฟ้าใช้เองภายในฟาร์ม โดยตอนแรกเขาจ้างให้คนงานดูแลฟาร์ม เนื่องจากตนเองยังคงทำงานประจำ และม
ในจำนวนอาหารต่างประเทศที่คนไทยนิยมทาน เชื่อว่าลำดับต้นๆ คือ อาหารญี่ปุ่น ให้ลองสังเกตตั้งแต่ร้านริมทาง ร้านค้าในซอย ศูนย์การค้า หรือร้านหรูสไตล์บุฟเฟ่ต์ที่แม้จะมีอาหารหลายเมนู แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีอาหารญี่ปุ่นเสิร์ฟ เมนูที่คนไทยคุ้นเคยกันดี อาทิ ปลาดิบ ซูชิ เทมปุระ ราเมน NAGOMI (นาโงมิ) ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมี่ยม นำวัตถุดิบและเชฟกระทะเหล็กบินลัดฟ้ามาปรุงอาหารให้ทาน ชนิดว่าไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลก็ได้ทานอาหารสดๆ จากดินแดนซากุระ คุณวรากร กติกาวงศ์ เจ้าของร้านนาโงมิ เล่าว่า ปัจจุบันทำหลายธุรกิจ อาทิ โรงงานผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ ผลิตรถบัสไฟฟ้า กระจกและฟิล์มติดรถยนต์ ลูกค้าและเพื่อนร่วมธุรกิจส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ฉะนั้นเวลาพาคนเหล่านี้ไปสังสรรค์บ่อยครั้งต้องเดินทางจากแถวจังหวัดสมุทรปราการ เข้าไปใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง ย่านทองหล่อ สุขุมวิท เลยมีความคิดอยากจะเปิดร้านอาหารเอง นอกจากคุณวรากรจะใช้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองบ่อยแล้ว เขาบอกต่อว่า ในย่านจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะละแวกหมู่บ้านนันทวัน ถนนศรีนครินทร์ ยังไม่มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นแบบพรีเมี่ยม เลยเห็นลู่ทางลงทุนเปิดร้านอาหาร “จำ
