How to
สาวไทยปิ๊งไอเดียนำน้ำมันสกัดจากว่าน 108 น้ำมันสกัดจากจระเข้ และน้ำมันสกัดจากพริก ทำยาหม่องสูตรเจลใสเกรดพรีเมี่ยม ปราศจากสารเคมีเร่งความร้อน แตกต่างจากยาหม่องทั่วไปในตลาด ด้วยเนื้อสัมผัส สรรพคุณ และกลิ่นหอมสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการทาถูนวด ช่วยให้ผ่อนคลาย ถูกอกถูกใจคนไทยและชาวต่างชาติ ล่าสุดเตรียมส่งออกไปยังประเทศรัสเซีย คุณวลัญช์ชยา ชีวินชัยเฉลิม หรือคุณโบว์ เจ้าของยาหม่องวังทองในวัย 38 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ได้ทำงานเกี่ยวกับเครื่องประดับ กระทั่งเมื่อปีที่แล้วเกิดไอเดียอยากทำยาหม่องขายคนจีน เพราะมองว่าตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ ที่สำคัญคนจีนชอบสินค้าไทย เลยเสาะหาวัตถุดิบชั้นดี และแหล่งผลิตยาหม่อง คุณโบว์ อธิบายต่อว่า สาเหตุที่เลือก “ยาหม่อง” เพราะคนจีนส่วนใหญ่ชอบฝีมือการนวดและน้ำมันนวดของคนไทย ยาหม่องติดอันดับสินค้าขายดีที่ต่างชาติมักซื้อกลับประเทศ อีกทั้งยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจ เลยชวนเพื่อนสนิทคุณวราภรณ์ ยันต์เจริญ เข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วน “ยาหม่องส่วนใหญ่ในท้องตลาดมีสารเคมีเร่งความร้อน คนเป็นเบาหวาน เด็ก ผู้สูงอายุ ที่ผิวบอบบางทาแล้วมักเกิดอาการแสบ ห
นางจันจิรา เจริญฤทธิ์ ครู กศน.อำเภอรัษฎา จ.ตรัง เปิดเผยว่า จากการที่จังหวัดตรังมีการปลูกฝรั่งกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอำเภอรัษฎา ช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ก็จะส่งผลกระทบต่อราคา และผลฝรั่งที่ตกเกรด หรือไม่ได้ขนาด ก็จะต้องคัดทิ้ง สร้างผลกระทบต่อเกษตรกร จนหลายคนต้องเลิกปลูกกัน กศน.อำเภอรัษฎา ซึ่งตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว จึงได้ศึกษาวิธีการแปรรูปฝรั่งต่างๆทั้งการนำมาทำน้ำฝรั่ง ฝรั่งดอง แต่ก็ไม่ตอบโจทย์ และแก้ปัญหาได้มากนัก จนกระทั่งคิดค้นนำฝรั่งมาทำเป็นน้ำพริกเป็นผลสำเร็จ สามารถนำออกวางจำหน่ายได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด โดยจะเน้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มรักสุขภาพ เนื่องจากมีรสชาติอร่อย หอม มัน หวาน และเผ็ดกำลังดี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหาร นายสุรวุฒิ ขันคง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอรัษฎา กล่าวว่า ส่วนผสมหลักของน้ำพริกฝรั่ง ประกอบด้วย เนื้อฝรั่งสด 1 กก. พริกแห้ง 5-8 เม็ด หัวหอม 3-4 กลีบ กระเทียม 5-6 กลีบ กุ้งแห้ง 100 กรัม กะปิ 20 กรัม น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ และเครื่องปรุงรส 1 ช้อนชา โดยนำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นจนละเอียด แล้วนำไปเคี
นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร อายุ 61 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 ต.มหาโพธิ์ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าดูฟาร์มเลี้ยงหนูนาบนพื้นที่ 1.5 ไร่ ซึ่งเปิดมาได้เพียง 7 เดือน แต่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เพาะถือเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงหนูนาขายแห่งเดียวในจังหวัด ที่สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนมากว่า 1 แสนบาท เนื่องจากขณะนี้ตลาดเปิดกว้าง และมีผู้นิยมนำหนูนาไปทำอาหารกันอย่างแพร่หลาย จากการสำรวจฟาร์มหนูนาพบว่า อาคารที่เพาะเลี้ยงมีทั้งหมด 2 ส่วน โดยส่วนหนึ่งเป็นโรงเพาะเลี้ยงหนูนาวัย 10 วัน และอีกส่วนหนึ่งเป็นหนูนาโตเต็มวัย ซึ่งทั้ง 2 โรงเลี้ยงนี้ จะมีการเลี้ยงด้วยการใช้บ่อปูนซีเมนต์แบบมีฝาปิด จำนวนหลายบ่อ มามาวางเรียงราย พร้อมกับนำฟางมาปิดปกคลุม รวมถึงมีการเจาะรูที่ฝาและด้านข้างบ่อให้เชื่อมต่อระหว่างกัน เพื่อให้หนูสามารถวิ่งออกมากินอาหาร และไปมาระหว่างบ่อได้อย่างอิสระ โดยมีการขึงตะแกงเหล็กรอบโรงเลี้ยงเอาไว้อย่างแน่นหนา นายสมศักดิ์ เล่าว่า เนื่องจากได้ศึกษาคลิปการเลี้ยงหนูนาด้วยบ่อปูนสิเมนต์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากยูทูป จึงมีความสนใจอยากจะเพาะเลี้ยงบ้าง เพราะมองว่าขณะนี้หนูนาหายากขึ้น แต่ยังเป
นางวัฒนา อุตกรรณ์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 275 หมู่ 1 ตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ตนและครอบครัวทำสวนอ้อยเป็นอาชีพเสริมจากการทำนามาตั้งแต่อายุ 17 ปี นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 35 ปีแล้ว ต่อมาจนแยกครอบครัวของตนเองกับสามีก็ทำสวนอ้อยมาตลอด ปีนี้ถือว่าอ้อยมีราคาดีและลดลงเหมือนปีที่ผ่านมา ราคาขายส่งยังคงอยู่ที่ กก.ละ 30 บาท ต่างจากปีที่ผ่านมาเพียง กก.ละ 22-25 บาท เท่านั้น ตนหีบและต้มเคี่ยวหยอดเป็นก้อนส่งให้แม่ค้านำไปขายปลีก ทั้งน้ำอ้อยเปล่าและน้ำอ้อยกะทิ (ใส่มะพร้าว/งาม่อน/ถั่วลิสง) สำหรับราคาขายปลีกแม่ค้านำไปขายต่างกัน น้ำอ้อยเปล่า กก.ละ 40-45 บาท น้ำอ้อยกะทิ กก.ละ 60-70 บาท ขึ้นอยู่กับการขนส่งใกล้หรือไกล นางวัฒนา กล่าวต่อว่า แต่เดิมตนและเพื่อนบ้านในหมู่บ้านปลูกอ้อยพันธุ์ดั้งเดิม เรียกว่า อ้อยหก แม้นว่ากลิ่นจะหอม หวานละมุน แต่ปรากฏว่าเก็บไว้นานค้างปีไม่ได้ เพราะสภาพของน้ำอ้อยที่หยดเป็นก้อนแล้วกลับคืนสภาพตกผลึก หรือทางพื้นถิ่นเรียกน้ำอ้อยกะ ไม่เป็นผง เหนียวใกล้เคียงกับแบะแซ นำไปทำขนมหรือประกอบอาหารค่อนข้างลำบาก ต่อมาย้อนหลังเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ลูกสาวของตนได้ไปที่จ.ขอนแก่น พบต้น
อาจจะออกตัวแรงไปบ้างกับประเด็นปัญหาเรื่องการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 360 บาท อัตราเดียวทั่วประเทศ เป็นเรื่องที่ ผมเห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการบริโภคให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้น รวมทั้งลดปัญหาคนยากจนในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำของภาคแรงงานใน 8 จังหวัดที่ไม่ได้ขึ้นค่าจ้างเลยตามข้อเสนอไตรภาคีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้แก่ จังหวัดสิงห์บุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง ระนอง นราธิวาส ปัตตานี และยะลา จังหวัดเหล่านี้ควรได้รับการปรับเพิ่ม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของภาคแรงงาน นอกจากนี้แล้ว ขอเสนอให้ศึกษาวิจัยค่าแรงขั้นต่ำควรแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับแรงงานต่างด้าว และค่าแรงขั้นต่ำสำหรับแรงงานไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดยุทธศาสตร์ของแรงงานทักษะต่ำได้อย่างสอดคล้องกับภาวะตลาดแรงงาน การเคลื่อนย้ายแรงงานในอาเซียน และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ การเสนอให้ใช้ระบบค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานอัตราเดียวทั่วประเทศนั้น ในเบื้องต้นต้องทำให้เกิดผลจริงก่อนแล้ว จึงปรับเพิ่มจากฐานดังกล่าวตามปัจจัยทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ ร่ว
หรอยจังฮู้…“น้ำพริกเนื้อแพะ” รสเด็ด!หนึ่งเดียวในตรัง สูตรปากีสถานดั้งเดิม และสูตรสมุนไพร จิ้มกับโรตี กินกับขนมปัง คลุกข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อย วันนี้ต่อยอดเตรียมขยับทำเป็นธุรกิจส่งขายในตลาด ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพี่น้องมุสลิมเป็นของขายดีรายได้งาม ยอดออร์เดอร์สั่งจองผลิตไม่ทัน เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปที่ฟาร์มแพะซาชา ม.7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง วันนี้ 10 ม.ค. 61 พบ นายสุดดีน ซาชา อายุ 42 ปี ชาว ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ลูกชายเจ้าของฟาร์มแพะ เกษตรกรหนุ่มชาวมุสลิม สืบเชื้อสายมาจากปากีสถาน ทำฟาร์มเลี้ยงแพะยึดเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ทำครบวงจรตั้งแต่ขายแม่พันธุ์พ่อพันธุ์แพะหลากหลายสายพันธุ์ ชำแหละเนื้อขายและรับสั่งทำเมนูต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ และรีดนมแพะขายด้วย ฟาร์มแห่งนี้ใหญ่สุดเป็นที่รู้จักของคนทั่วเมืองตรัง นายสุดดีน หรือ บังดีน เผยว่า ถึงตอนนี้ ทางฟาร์มซาชาได้ต่อยอดทำ “น้ำพริกเนื้อแพะ” เป็นสูตรดั้งเดิมของที่บ้านตั้งแต่นานมาแล้ว สูตรปากีสถานดั้งเดิม และสูตรสมุนไพร ได้รับการถ่ายทอดความรู้และสั่งสมประสบการณ์จากคุณแม่ นางบีบีอาเสี้ยะ ซาชา อายุ 67 ปี จึงได้
คุณรชต ลีลาประชากุล โลดแล่นอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตท่อสเตนเลสมายาวนาน เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ประวัติมีทั้งล้มและลุก ปัจจุบันบริหาร บริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (TGPRO) ผู้ผลิตท่อสเตนเลสรายใหญ่รายเดียวของเมืองไทย มีความสามารถในการผลิตสูงสุดได้มากกว่า 50,000 ตันต่อปี และส่งออกไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก อาทิเช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ตุรกี ปากีสถาน เวียดนามและอื่นๆ ได้รับใบรับรองการทำงานตามมาตรฐานสากล ต่างๆ อาทิเช่น Quality Management System ISO 9001 : 2008, Total Quality Management หรือ TQM. มาตรฐานแรงดัน PED ของยุโรป และอื่นๆ ย้อนหลังไป กว่าจะเป็นที่หนึ่งเรื่องสเตนเลส กว่า 40 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ของ คุณประชา ลีลาประชากุล ชวนเพื่อนวิศวะชาวเยอรมัน เข้ามาตั้งโรงงานผลิตท่อสเตนเลส สมัยนั้นนำเครื่องจักรจากเยอรมันมาร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมผลิตท่อสเตนเลสขายโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยชื่อเสียงและคุณสมบัติเฉพาะของ “สเตนเลส” เมื่อนำมาทำเป็นท่อ ทำให้การตอบรับไม่ยาก สมัยนั้นไม่มีคู่แข่ง แต่จะแข่งคือตัวเอง เพราะลงทุนเครื่องจักรสูง แต่บริษัทยิ่งใหญ่ เงาที่เปรียบเสมื
การท่องเที่ยวแบบฟาร์มสเตย์ มุ่งให้ผู้ท่องเที่ยวได้มีโอกาสเรียนรู้ขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตสังคมชนบทในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่ด้านประมง ซึ่งอาจมีลักษณะอย่างเดียวหรือผสมผสานกัน พร้อมฝึกหัดการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับความเป็นธรรมชาติที่ปราศจากเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนั้นยังทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศต่างๆ รวมถึงสีสันการผจญภัยในแบบต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งฟาร์มสเตย์ ถือเป็นการกระจายรายได้ไปยังชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นด้วย “วัลลภาฟาร์มสเตย์” เป็นธุรกิจฟาร์มสเตย์ ที่ตั้งอยู่ เลขที่ 69/9 หมู่ 9 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นที่พักสไตล์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่อัดแน่นด้วยกิจกรรมทั้งแนวผจญภัย และแนวอนุรักษ์ศิลปะอาชีพ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามอันรายล้อมไปด้วยภูเขา ผืนนา แล้วยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบท เรียนรู้แนวคิดวิถีชีวิตพึ่งตนเองแบบเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมกันนี้ ภายในวัลลภาฟาร์มสเตย์ยังให้บริการห้องพักในหลายแบบ หลายสไตล์ มีร้านกาแฟที่ตกแต่งในบรรยากาศแบบธรรมชาติท้องทุ่ง พร้อมกับยังได้สัมผัสของ
ผมไม่เคยทำไข่ลูกเขยมาก่อน เลยจะลองทำกินสักครั้ง คิดว่าทำเองก็ดี จะได้ปรุงรสให้หวานน้อยกว่าที่ร้านข้าวแกงส่วนใหญ่เขาทำขายสักหน่อยหนึ่งน่ะครับ ลองหาอ่านวิธีทำจากตำรากับข้าวและคลิปในไซเบอร์สเปซแล้ว ก็ดูไม่ยากอะไร แค่เราเอาไข่ต้มมาทอดให้ผิวเกรียมกรอบ แล้วทำน้ำราดข้นๆ สามรส ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างหลักในกับข้าวไทยภาคกลาง คือ รสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก เค็มจากน้ำปลา และหวานจากน้ำตาลปึก ซึ่งจะใช้น้ำตาลที่ทำจากมะพร้าว จาก หรือโตนดก็ได้ เคี่ยวจนค่อนข้างหนืด แล้วราดบนไข่ ปรุงกลิ่นด้วยพริกทอด หอมเจียว และใบผักชีหั่น ไม่รู้ใครเป็นคนตั้งชื่อไข่ลูกเขยนะครับ แต่สำหรับคนที่ชอบกินกับข้าวสามรส มีกลิ่นของทอด และมีความมันของเนื้อไข่ ต้องชอบไข่ลูกเขยแน่ ไม่ว่าจะกินเป็นกับข้าวหลัก หรือไว้แนม แก้เผ็ดแกงรสจัด ก็เหมาะทั้งนั้น คงเป็นเรื่องบังเอิญครับ พอผมได้สูตรไข่ลูกเขยแล้ว ก็เปิดหนังสือตำราอาหารดูอะไรอื่นไปเรื่อยเปื่อย จนไปพบสูตรกับข้าวอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ “ไข่สก๊อต” (scotch egg) ครับ เป็นไข่ต้มที่คนอังกฤษเอาหมูสับปรุงรสพอกทั้งฟอง ชุบไข่ดิบที่ตีจนฟู คลุกผงขนมปังป่น จากนั้นทอดน้ำมันลอยจนกรอบหอม จึงผ่ากินจิ้มซอสอ
“ซะป๊ะน้ำพริก” เริ่มต้นจากความต้องการที่จะทำให้คนทั่วไปได้รู้จักกับอาหารพื้นบ้านของจังหวัดแพร่ เนื่องจากเราเล็งเห็นว่าในจังหวัดแพร่ มีสินค้าดีๆ และอาหารอร่อยๆ อยู่มากมายไม่แพ้จังหวัดอื่น และชอบที่จะเป็นแม่ค้าขายของ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ คุณพิชญาภา สำเนียง เจ้าของเพจ ซะป๊ะน้ำพริก และเจ้าของโรงงานทำน้ำพริกที่จังหวัดแพร่ วัยเพียง 26 ปี เธอเล่าให้ฟังว่า “เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เคยทำงานบริษัทอยู่ที่กรุงเทพฯ ในตำแหน่งฝ่ายขาย การตลาด ช่วงที่ทำงานประจำก็กลับบ้านเกิดที่จังหวัดแพร่บ้าง เลยอยากนำเอาของดีของจังหวัดแพร่ คือ น้ำพริกน้ำย้อย มาขาย โดยอาศัยเพื่อนสนิทช่วยจัดส่งของให้ และตัวเราเองก็ทำการตลาดอยู่ที่กรุงเทพฯ เราเริ่มจากการรับน้ำพริกของชาวบ้านมาแบ่งบรรจุลงแพ็กเกจให้น่ารักสวยงาม ถ่ายภาพลงโซเชียลและโปรโมตขาย ช่วงแรกๆ ค่อนข้างยาก เนื่องจากคนไม่รู้จักน้ำพริกที่เราขาย เน้นขายเฉพาะคนรู้จัก กลายเป็นความอร่อยที่บอกต่อกันแบบปากต่อปาก ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี เราทำให้คนรู้จัก น้ำพริกน้ำย้อย และน้ำพริกหมูกระจก เป็นที่รู้จัก ขายไปขายมา มันเกิดขายดี คนชอบ แต่ก็มีปัญหาเรื่องการผลิต เพราะน้ำพริกที่เราเอามาข
