How to
ในบรรดาปลาตากแห้งที่มีรสอร่อยจนได้รับความนิยมโด่งดังมานานหลายสิบปีเห็นจะต้องยกนิ้วให้ “ปลาสลิดบางบ่อ” ที่สมุทรปราการอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผู้ที่มีวัย 50 ปีขึ้นไป ต้องรู้จักเป็นอย่างดี ปลาสลิดบางบ่อมีความเป็นเอกลักษณ์ตรงขนาดปลามีความพอดีต่อการบริโภค มีเนื้อปลาหวานหอมที่เกิดจากกระบวนการหมักด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม ไม่มีกลิ่นคาวสาบโคลนภายหลังนำไปทอดเพราะเป็นปลาที่เจริญเติบโตในน้ำกร่อย ที่มีพันธุ์หญ้าประจำถิ่นหลายชนิดช่วยปรับสภาพให้น้ำมีคุณภาพ พร้อมกับอาหารที่สมบูรณ์ ฉะนั้น ปลาสลิดบางบ่อจึงยังคงครองใจผู้บริโภคมายาวนาน สร้างความหอมอร่อยของเนื้อและหนังปลาที่กรอบเมื่อผ่านการทอด (บางคนอาจชอบรับประทานหางปลาด้วย) รวมไปถึงรสชาติที่มีความพอดี ไม่เค็มหรือจืด จึงนับเป็นเมนูอาหารที่เหมาะกับทุกวัย แม้ในปัจจุบันพื้นที่และจำนวนการเลี้ยงปลาสลิดของบางบ่อจะลดน้อยลงอันมาจากความเจริญทางสังคมและอุตสาหกรรมที่เข้ามารุกคืบแทนที่ แต่ยังคงมีชาวบ้านบางบ่อและใกล้เคียงยึดอาชีพเลี้ยงปลาสลิดเพื่อแปรรูปตากแห้งขายอยู่ ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านบางส่วนได้อพยพไปแสวงหาพื้นที่แห่งใหม่ แหล่งน้ำใหม่ในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง แล้วนำภูมิปัญญ
คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารจีนและฝึกฝีมือการทำอาหารเหลามาตลอดทั้งชีวิต สำหรับคุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัยปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านไต๋ตง เลิศรส พุทธมณฑลสาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 ที่ใครๆ ก็ต่างขนานนามให้ว่า เขาคือเจ้าของร้านอาหารเหลามือวางลำดับต้นๆ ที่ใส่ใจและพิถีพิถันปรุงอาหารด้วยตัวเองทุกจาน ไม่มีผู้ช่วย นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าของสโลแกน “อาหารเหลา รสชาติขั้นเทพ ราคาตลาดนัด” และเมนูหนึ่งเดียวในไทย เมนูฟิวชั่น กระเพาะปลาน้ำแดงต้มยำเจ้าสมุทร หลากเมนู เอาใจทุกวัย วัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือเฮียชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านไต๋ตง สาขาแรกตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 46 หรือข้างโรบินสันบางรัก สาขานี้เปิดมา 60 ปี ตั้งแต่รุ่นอากง เมนูเลื่องชื่อที่ใครมาต้องสั่งมีหูฉลาม กระเพาะปลา ข้าวผัดปู ผัดหมี่ฮ่องกง จุดเด่นอยู่ที่รสชาติกลมกล่อม ราคาไม่แพง แต่ด้วยความที่อยากให้ลูกค้าย่านพุทธมณฑล สาย 2 ได้มีอาหารจีนอร่อยๆ รับประทาน อีกทั้งใกล้บ้าน เลยแยกตัวออกมาเปิดอีกสาขาที่พุทธมณฑล สาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 สำหรับร้านนี้ เฮียชัยทุ่มทุนเกือบ 5 แสนบาท เพื่อเปิด
คุณสุเชษฐ ตริยางกูรศรี รองกรรมการผู้จัดการบริษัทก้าวหน้าไก่สด จำกัด กล่าวในงาน สัมมนา “เบิ่งอุบล ยลช่องลงทุน เฮ็ดหยังจังสิรวย” ที่จัดโดย โรงแรมสุนีย์แกรนด์ ร่วมกับนิตยสารเส้นทางเศรษฐี เครือมติชน มีใจความที่น่าสนใจดังนี้ “หากคิดจะทำธุรกิจ ต้องถามตัวเองว่า เงินมียัง ความรู้มีมั้ย ลูกค้าล่ะจะเป็นใคร ถ้ามีพร้อม ก็ไม่ต้องไปถามใครว่า จะทำดีหรือไม่ บางครั้ง ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี จะเป็นช่วงที่ เหมาะสมสำหรับการลงทุน เพราะผู้รับเหมา งานก่อสร้างไม่แพง ลูกน้องหาง่าย พอถึงช่วงเศรษฐกิจดีก็ขายได้เลย ถ้าถามว่าปีหน้าจะเป็นยังไง ผมว่า ดีสำหรับบางคน และไม่ดีสำหรับบางคน ต้องถามตัวเราเองว่า สินค้าเราพร้อมมั้ย ขายได้มั้ย สิ่งที่สำคัญคือ คุณภาพ ถ้าคุณจะขายของคุณภาพต้องดี ต้องทำให้สินค้าแตกต่างออกไป ถ้าทำไก่ ก็ต้องทำไก่ที่ไม่ใช่ไก่ธรรมดา แต่เป็นไก่พรีเมี่ยม ผ้าที่ไม่ผ้าแต่ต้องแตกต่างใส่ฝีมือใส่รายเอียด ไม่ใช่ผ้าที่หาซื้อได้ทั่วไป เรียกว่าต้องดีกว่า อร่อยกว่า มีคุณภาพกว่า จึงจะอยู่ได้
กำลังได้รับความนิยมจากบรรดานักชิม สำหรับร้านชาบูเดอแบร์ SHABU DE BEAR สโลแกน เนื้อชิ้นใหญ่เท่าหน้า มัดใจลูกค้าด้วยหลากเมนู ทั้งชาบู และซูชิหลายหน้า มีฟัวกราส์ เอนกาวะ ปลาไหล รวมไว้ในร้านเดียว และแม้จะเป็นร้านชาบูน้องใหม่ แต่ชื่อเสียงความอร่อยและความคุ้มค่าไม่แพ้ร้านดัง เปิดร้านได้เพียงปีเดียว ขยายได้ 3 สาขา รวมถึงขายแฟรนไชส์ได้อีกด้วย ฉัตรทิพย์ แม้นหมาย เจ้าของร้านชาบูเดอแบร์ เล่าที่มาของร้านว่า จบ ป.โท ด้านบริหารธุรกิจ จากประเทศอังกฤษ ปัจจุบันรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยความรักในการรับประทานอาหาร และอยากมีธุรกิจส่วนตัว เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2559 ตัดสินใจเปิดร้านชาบู สาขาแรกตั้งอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ รูปแบบบุฟเฟต์ในราคา 299 บาท และ 399 บาท แต่ปัจจุบันสาขานี้ถูกปรับราคาเป็น 399 บาท และ 599 บาท ตามกำลังซื้อและความต้องการของลูกค้า “ก่อนจะตัดสินใจเปิดร้านอาหาร ผมศึกษาหาข้อมูล พบว่าธุรกิจอาหารที่ยังมีแนวโน้มการเติบโตดี มี 3 ประเภท คือ ไก่ทอด ซูชิ และชาบู ซึ่งส่วนตัวชอบทานซูชิและชาบู นอกจากนั้นยังลงเรียนคอร์สการทำธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ เรียนรู้ลั
การเข้าออกของเกษตรกรและนักศึกษา บริเวณหมู่บ้านแพะประทานพร อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นเรื่องประจำไปแล้ว หลัง บริษัท ซันสวีท จำกัด ปรับระบบภายในให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาดูงาน และสร้างฐานการเรียนรู้ในการทำโครงการ Smart farm เนื่องจากการสนับสนุนและให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ ในการเปลี่ยนแปลงเกษตรยุค 4.0 ดร. องอาจ กิตติคุณชัย ประธานบริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด เปิดเผยอย่างเป็นกันเอง ถึงโครงการ Smart farm ที่กำลังดำเนินอยู่ว่า เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ ปี 2555 เพื่อเป็นฟาร์มต้นแบบให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ที่ได้เข้าช่วยควบคุมการเพาะปลูกให้มีความแม่นยำ และมีคุณภาพ จนสามารถเพิ่มจำนวนผลผลิตให้มากขึ้นในแต่ละปี เช่น การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การจัดการระบบน้ำ การให้ปุ๋ย การวัดอุณหภูมิความชื้น ความร้อน แสงแดด การเก็บเกี่ยว ตลอดจนการขนส่ง เมื่อเกษตรกรมีความเข้าใจในระบบบริหารจัดการเป็นอย่างดีแล้ว จะสามารถนำองค์ความรู้ไปเป็นต้นแบบในการเพาะปลูกได้ ดร. องอาจ กิตติคุณชัย ประธานบริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด “เราส่งเสริมเกษตรกรสองหมื่นร
คุณบุญชุบ สุวรรณฉวี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพขายกล้วยทอดมาทั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ โดยในช่วงนั้นเธอก็ได้มาเรียนรู้วิธีการทำตั้งแต่อายุ 15 ปี ก็เกิดความชำนาญสามารถช่วยกิจการงานที่บ้านได้ จนต่อมาเธอจึงได้ยึดอาชีพขายกล้วยทอดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เราก็ช่วยแม่ก่อนตอนนั้น เรียกว่าช่วยแม่ขายมาตลอดทุกวัน ก็ได้เรียนรู้วิธีการทำกล้วยทอดจากแม่แบบดังเดิมเลย ต่อมาพอแม่เสียชีวิต ก็ไม่คิดที่จะเลิกขายกล้วยทอดก็ยังขายอยู่ เพราะสูตรนี้ยังมีคนชอบกิน เรียกว่าขายมาตลอดจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว ที่ขายอยู่ที่ตรงนี้” คุณบุญชุบ เล่าถึงที่มา กล้วยที่ใช้ทอดขายให้กับลูกค้านั้น คุณบุญชุบ บอกว่า จะเลือกกล้วยน้ำว้าสวนที่ปลูกในพื้นที่ โดยที่กล้วยน้ำว้าสวนมีความพิเศษคือมีรสชาติที่อร่อย กล้วยที่เลือกมาทำกล้วยทอดจะเลือกกล้วยที่แก่พอดี ไม่สุกและไม่อ่อนมีอายุตามที่กำหนด ซึ่งกล้วยน้ำว้าที่นำมาทอดจากสวนสามารถขายได้ถึงวันละ 600 ผลกันเลยทีเดียว เมื่อได้กล้วยที่มีลักษณะตามที่ต้องการจะนำมาปลอกเปลือกออก จากนั้นผ่ากล้วยน้ำว้าตามแนวยาวผล ให้มีลัก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีนักศึกษา อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ที่ 13 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ลงทุนทำอาชีพเพาะพันธุ์ปูนาขาย สร้างรายได้ระหว่างเรียน ตรวจสอบพบ น.ส.สุธิดา สุขวิเศษ อายุ 21 ปี แสดงตัวเป็นผู้เพาะเลี้ยงปูนา พร้อมพาชมจุดเพาะเลี้ยงบริเวณข้างบ้าน พบพ่อแม่พันธุ์ปูนาขนาดใหญ่ ก้ามโต รวมไปถึงลูกปูนาอีกจำนวนมาก ถูกแยกเลี้ยงเป็นอย่างดีอยู่ในรองปูนและกะละมังพลาสติก เพื่อเตรียมจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ และผู้ที่นำไปบริโภค น.ส.สุธิดา เปิดเผยว่า ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาสังคมศึกษา คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ทำให้มีค่าใช้จ่ายมาก จึงคิดอยากหาอาชีพระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางหนึ่ง จึงหาข้อมูลอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ด้วยมีความสนใจและผลิตผลยังเป็นที่ต้องการของตลาด จนพบกับอาชีพการเลี้ยงปูนา สำหรับวิธีการเลี้ยง ตนจะออกจับปูนาที่มีขนาดใหญ่เพื่อนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ ตามทุ่งนาในละแวกบ้าน โดยดูจากความสมบูรณ์ของลำตัวก้ามและขาทั้ง 8 ต้องมีความแข็งแรง จากนั้นจึงนำไปเพาะเลี้ยงในสถานที่ที่จัดเตรียมไว
คุณบุญทวี ประดิษฐ บัณฑิตแม่โจ้รุ่นที่ 76 อยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็ได้ทดลองไปสมัครทำงานในบริษัทต่างๆ เมื่อได้ทดลองทำก็รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ของชีวิตมากนัก จึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อทำอาชีพทางการเกษตร โดยที่บ้านของเขาได้มีการปลูกกาแฟไว้บริเวณที่ว่างของบ้าน จึงงทให้เกิแนวความคิดที่อยากจะนำมาแปรรูปขายเอง เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรของครอบครัวมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น คุณบุญทวี ประดิษฐ “ตอนนั้นที่บ้านตาเขาก็ปลูก แบบขายส่งให้กับพ่อค้าอย่างเดียว เราเลยมองว่า น่าจะนำของพวกนี้มาทดลองคั่วเอง แบบแฮนด์เมดก็น่าจะทำได้ ช่วงนั้นบอกตาว่าขอเอามาลองหน่อย เลยเอาเมล็ดกาแฟมาคั่วแบบลองผิดลองถูก หมดไปเกือบ 100 กิโลกรัม ก็ทำให้ได้เรียนรู้และได้เวลาคั่วที่เหมาะสมว่าต้องทำยังไงบ้าง จนทำให้เวลานี้กาแฟที่คิดจะส่งขายแต่ผลผลิตอย่างเดียวได้เพิ่มมูลค่าสามารถขายได้ราคาขึ้น” คุณบุญทวี บอกถึงที่มา การปลูกกาแฟ(อราบิก้า สายพันธุ์คาติมอร์) คุณบุญทวี บอกว่า ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีสภาพพื้นที่ ความสูงไม่ต่ำกว่า 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล คว
เริ่มธุรกิจ “ชาไข่มุก” ตั้งแต่อายุ 18 ปัจจุบันขึ้นชั้นเจ้าของแฟรนไชส์นับร้อยสาขา คุณแพร-กวิสรา จันทร์สว่าง เจ้าของแฟรนไชส์ชานมไข่มุก “เฟรชมี-Fresh Me” วัยยี่สิบกว่า เล่าใฟ้ฟังว่า เธอฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็กๆ พออายุ 18 ปี ตอนเป็น “เฟรชชี่” คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจ สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกของตัวเอง เนื่องจากช่วงเวลานั้นชานมไข่มุกเป็นสินค้าที่ “บูมมาก” เหมือนธุรกิจแฟชั่น ถ้ารอเวลาตัดสินใจเรียนจบแล้วค่อยมาทำธุรกิจอาจไม่ทันการณ์ “ฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นภาพในหัวเลยว่าจะไปทำงานที่บริษัท คิดแต่ว่าถ้ามีเวลาอยากขายของ อยากเจอคนนั้นคนนี้ พูดคุยกับลูกค้า พอรู้ความชอบของตัวเองคืออะไร เลยลงมือทำจากสิ่งที่ชอบ”คุณแพร บอกอย่างนั้น และว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจในแบบของเธอตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 นั้น เริ่มจากหาทำเล หาสูตร หาข้อมูล ออกจากบ้านทุกวันหาข้อมูลไปชิมตามร้านต่างๆ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าจึงลงตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดร้านสาขาแรก ที่มหาวิทาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มีเวลาค่อนข้างจำกัด เมื่อเปิดแล้วก็ไม่สมบูรณ์
ชีวิตของเอสเอ็มอีที่ฝ่าฟันอุปสรรค กว่าจะสร้างสินค้าให้ขึ้นมาผงาดในตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเป็นไปไม่ได้ ด้วยตัวอย่างที่มีให้เห็นมากมาย และการเรียนรู้ จากประสบการณ์ของคนอื่นก็เป็นอีกหนึ่งทางลัดให้พบทางสำเร็จได้เร็วขึ้น คุณศรีภา แสงฟ้าสุวรรณ เจ้าของกล้วยเล็บมือนางอบ ยี่ห้อ “ศรีภา” เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเอสเอ็มอี ที่สามารถสร้างสินค้าพื้นบ้าน เข้าสู่โมเดิร์นเทรด อย่างน่าทึ่ง คุณศรีภา พร้อมกับโชว์แพ็กเกจที่ส่งขาย ในเซเว่นฯ (ที่ถือในมือ) ราว 15 ปีที่แล้ว กล้วยเล็บมือนาง ไม่เป็นที่รู้จักในตลาด ด้วยเป็นผลไม้ท้องถิ่น มีมากที่จังหวัดชุมพร แต่มาวันนี้ กล้วยชนิดนี้ คนรู้จักมากขึ้น ได้รับความนิยมมากขึ้น มาพร้อมๆ กับ สินค้า กล้วยเล็บมือนางอบ ตรา ศรีภา ที่สามารถส่งขายโมเดิร์นเทรด ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น คิง เพาเวอร์ ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต โกลเด้นเพลส หรือการนำขึ้นเสิร์ฟบนการบินไทย และเลานจ์ผู้โดยสารของการบินไทยเช่นกัน คุณศรีภา เล่าว่า ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เดิมตัวเองเคยมีอาชีพ เป็นพนักงานประจำตำแหน่งเลขานุการ แล้ววันหนึ่ง สามีก็ทักว่าจะทำงานเลขาไปจน
