How to
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรและประชาชน มีการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างครูบัญชีอาสาหรือ“อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี”ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะ กระตุ้นการเรียนรู้ และติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และครูบัญชี ได้ช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีไปใช้วิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ เพื่อวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตนได้ คุณบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ดำเนินการส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีสู่เกษตรกรโดยผ่านสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ทั่วประเทศและเครือข่ายครูบัญชีอาสา เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้อย่างเหมาะสม สมดุล และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำการเกษตรได้มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน โดยนำระบบ
อันที่จริงมะม่วงกวน หรือ ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแต่ดั้งเดิม แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยเชื่อว่าหากมีการถ่ายทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน การทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เด็กรุ่นใหม่จะสามารถทำได้อย่างไม่มีข้อกังขา เว้นเสียแต่สูญหายไปตามกาลเวลา ทำให้ภูมิปัญญาในการทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เลือนหายไป ย่านตลาดเก่า ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม ที่ใหญ่แหล่งหนึ่งของประเทศ เพราะมะม่วงปัจจัยในการผลิตหลักมีปลูกมากในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และใกล้เคียง มะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม มีความแตกต่างกันในกรรมวิธีการทำเล็กน้อย และขึ้นอยู่กับท้องถิ่นแต่ละแห่ง ที่จะเรียกชื่อต่างกัน ส้มแผ่น คือ การนำเอามะม่วงสุกงอมมากวนให้สุก แล้วนำไปไล้เป็นแผ่นบางๆ ตากแดด จากนั้นนำมาม้วนเป็นหลอดๆ สีออกเหลืองทอง ส้มลิ้ม คือ การนำเอามะม่วงที่ยังไม่สุกงอมมากวน เพิ่มน้ำตาลนิดหน่อย นำไปตากแดด โดยทำเป็นก้อนเล็กๆ สีออกขาวใสหรือขุ่น รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน แผ่นแบบนี้ รสชาติออกเปรี้ยว มะม่วงกวน เป็นการนำมะม่วงสุกมากวนรวมกับน้ำตาล ไล้เป็นแผ่นบาง ตากแดด รสชาติมะม่วงกวนส่วนใหญ่มักมีรส
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง หลังจากที่ทราบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวเยรมัน ชื่อนายลารส์ พัทสเคอ อายุ 42 ปี หลงใหลในวิถีทำการเกษตร ด้วยการพลิกหน้าดินบริเวณบ้าน กว่า 1 ไร่ หันมาปลูกดอกดาวเรือง โดยที่ นายลารส์ สาละวนอยู่กับการแต่งตัดกิ่งใบของดอกดาวเรือง เป็นสวนบรรยากาศเหลืองอร่ามสวยงาม นายลารส์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนพบรักกับภรรยาคือ นางอรัญญา พัทสเคอ อายุ 42 ปี ชาว ต.นาหมื่นศรี เมื่อ 8 ปี ก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยการทำการเกษตร จนถึงปี 2559 จึงหันมาสร้างกระท่อมกลางทุ่งนา ได้ชักชวนกันปลูกดอกดาวเรืองกว่า 2,000 ต้น เพื่อเป็นรายได้เสริมในครอบครัว โดยเริ่มปลูกตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้สามารถทยอยตัดดอกดาวเรืองส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียงได้แล้ว ในราคาดอกละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท 80 สตางค์ สร้างรายได้ 500 – 600 บาทต่อวัน อีกทั้งยังปลูกในพื้นที่โล่งแจ้งกลางทุ่งนา ด้านข้างติดภูเขาถ้ำช้างหาย อ.นาโยง ทำให้มีนักท่องเที่ยวและนักปั่นจักรยานที่ใช้เส้นทางดังกล่าว เข้ามาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งดอกดา
นานนับเป็นสัปดาห์แล้วครับ ที่ผมต้องเดินตลาดสดโดยเลยผ่านกระจาดยอดมะขามอ่อนสีเขียวแซมแดงอ่อนๆ ไปด้วยความเสียดาย เพราะว่ายังไม่รู้จะเอามาแทรกในสำรับนับสิบที่ทั้งเราเองและคนที่บ้านอยากกินชนิดจับเรียงคิวอยู่แล้วตรงไหนได้ แต่แล้วในที่สุด ด้วยความกลัวว่ามันจะวายไปจากตลาดเสียก่อน ผมก็เลยแทรกคิวเข้ามาจนได้ในมื้อเย็นวันหนึ่ง ยอดมะขามอ่อนๆ ช่วงต้นฤดูฝนอร่อยตรงที่มีรสฝาดหอมเจือเปรี้ยว คนที่ชอบกินก็สามารถเอามาทำกับข้าวได้ตั้งแต่ใส่ต้มกะทิปลาสลิด ต้มโคล้งปลาย่าง แกงส้มปลาช่อน ส่วนสำรับที่อร่อยถูกปากผมได้แก่ “แกงใบมะขามอ่อน” คือแกงกะทิน้ำไม่ข้นในพริกแกงคั่ว กับกุ้งสด หมูสามชั้นหั่นชิ้นเรียว ใส่ใบมะขามอ่อนมากๆ เอารสเปรี้ยว แต่ขอยังไม่ทำก่อนนะครับ วันนี้อยากกินยำแบบแห้งๆ มากกว่า นอกจากยอดมะขาม เครื่องเคราอื่นๆ ของ “ปลาทูยำยอดมะขาม” จานนี้ประกอบด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนหั่น ตะไคร้ซอยละเอียด ปลาทูทอดแกะเอาแต่เนื้อ แล้วก็น้ำปลาครับ ใครชอบหวานก็อาจเติมน้ำตาลได้นิดหน่อย ของที่ต้องมีเทคนิคในการเตรียมสักหน่อยเห็นจะมีแต่ตะไคร้ หาตะไคร้ต้นเล็กๆ ครับ จะหอมดีกว่าต้นใหญ่ๆ ลอกกาบแก่ออก หั่นซอยด้วยมีดคมๆ ให้ละเอีย
คุณแชมป์-ชัยพร โสธรนพบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลไม้แปรรูป วรพร จำกัด เจ้าของแบรนด์ “วรพร” เล่าว่า ย้อนไป 60 ปีที่แล้ว อากงชื่อ “ไต่ไห้ แซ่โค้ว” อพยพมาจากเมืองจีน ทำมาหากินที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อาม่าเห็นว่าแปดริ้วมีมะม่วงเยอะ เลยเปิดร้านเล็กๆ ขายมะม่วงดองใส่โหลแก้ว สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว พอมารุ่นคุณพ่อ ชื่อ ชัยรัตน์ โสธรนพบุตร อาชีพครูวิชาเคมี ท่านใช้วันหยุดตระเวนส่งมะม่วงดองขายตามร้านขายของฝาก ตามปั๊มน้ำมัน ทำแบบนี้อยู่ 3-4 ปี จนรายได้เสริมมากกว่างานประจำ หนที่สุดพ่อลาออกมาทำธุรกิจมะม่วงแปรรูปเต็มตัว พ่อคุณแชมป์เป็นครูวิชาเคมี ท่านใช้ความรู้ด้านนี้มาปรับใช้ เป็นสูตรมะม่วงดองรสจัดจ้าน ไม่ต้องจิ้มพริกกะเกลือ ปรับกระบวนการผลิตด้วยการลงทุน 3 ล้านบาท เปิดโรงงานเพื่อขยายพื้นที่และปรับกระบวนการผลิตยกระดับมะม่วงดองเป็นเกรดพรีเมี่ยม ได้การรับรองมาตรฐาน อาทิ GMP, HACCP, CODEX ต่อมา พ.ศ. 2538 จดทะเบียนรูปแบบบริษัท ชื่อ ผลไม้แปรรูป วรพร จำกัด พร้อมกับไปเปิดตลาดที่จีน เปิดโรงงานยกระดับมะม่วงดองตามรถเข็น สู่ผลไม้แปรรูปเกรดพรีเมี่ยม ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนทำให้มะม่วงดอง “วรพร” เติบโตแบบก้าวกระโดด
ใครที่เดินทางไปจังหวัดจันทบุรี เวลานี้จะเห็นของฝากแปลกตามากมาย ส่วนมากเป็นสินค้าโอท็อปที่มีคุณภาพ ทำมาจากสินค้าพื้นเมือง หนึ่งในนั้นคือ “น้ำพริกเผามังคุด” เป็นน้ำพริกเนื้อมังคุดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญ เป็น “มังคุดจันทบุรี” “มังคุดจันทบุรี” ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมือง มีพัฒนาบ้างเพื่อให้ได้ต้นเตี้ย สะดวกแก่การเก็บ และมีลักษณะแตกต่างจากมังคุดในภาคอื่นๆ กล่าวคือมีผลขนาดเล็กกว่า รูปทรงค่อนข้างเรียว และมีเปลือกค่อนข้างบาง สีของกลีบที่ปลายขั้วผลมีสีแดง ผลสุกจะมีสีม่วงดำ เนื้อนุ่ม รสจัดจ้าน มังคุดจันทบุรีจะออกผลประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี การทำสวนมังคุดมีพื้นที่เพาะปลูกเป็นอันดับ 3 ของจังหวัด ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ปลูกมังคุดในจันทบุรี ประมาณ 85,906 ไร่ ทำเงินในระดับ 2,000 กว่าล้านต่อปี นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดทีเดียว สวนมังคุดหลักๆ อยู่บริเวณอำเภอมะขาม, นายายอาม, ขลุง, ท่าใหม่, เมือง, แก่งหางแมว, โป่งน้ำร้อน, แหลมสิงห์, สอยดาว และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ มังคุดจันทบุรีขึ้นชื่อลือชาว่าอร่อยที่สุด ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกันและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพาะปลูกมังคุด เพื่อเสริมสร้าง
เกษตรกรหนุ่ม พ่วงตำแหน่งเลขานายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ปิ๊งไอเดียปลูกกล้วยหอมทองพันธุ์ปทุม แซมในสวนยางพารา ครั้งแรก 1,250 ต้น พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสช่วงยางพาราราคาตก ผลตอบรับดีเกินคาด ส่งขายเซเว่นฯ แทบไม่พอ สร้างรายได้ 2 แสน ติดใจเมื่อเดือนเมษายน (ปี 60) ปลูกกล้วยอีกรอบ คราวนี้เพิ่มเป็น 1,600 ต้น คุณจรูญศักดิ์ กลับส่ง หรือ คุณศักดิ์ ปัจจุบันอายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 ม.8 ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า นอกจากรับราชการแล้ว ยังเป็นเกษตรกร เดิมทีปลูกปาล์มน้ำมัน และยางพารา พื้นที่ 65 ไร่ แต่ละเดือนมีรายได้จากการปลูกพืช 2 ชนิดนี้ ราว 3 หมื่นบาท จนกระทั่งราคาพืชเศรษฐกิจดังกล่าวมีความผันผวนตามสภาพอากาศ ราคาขึ้นลงตามตลาด เลยมองหาพืชทำเงินชนิดอื่น ระหว่างที่มองหาพืชตัวอื่น คุณศักดิ์ บอกว่า ได้ไอเดียจากขณะที่ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางมาดูสวนกล้วยหอมทองของเพื่อนที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 59 ท่านแนะนำว่า หากยางพารา และปาล์มน้ำมัน ราคาตก ลองหันไปปลูกกล้วยดีไหม ราคาดี ตลาดมีความต้องการสูง จากคำแนะนำของท่านนายกฯ
ทายาท “นีโอสุกี้” ปรับโฉมร้านใหม่ไฉไลกว่าเดิม บุกตลาดด้วยน้ำซุป บัคกุ๊ดเต๋ สูตรเด็ดจากสิงคโปร์ และน้ำจิ้ม 7 รสชาติเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร หวังเจาะลูกค้ากลุ่มวัยทำงานและครอบครัว จากธุรกิจในครัวเรือนเล็กๆ ที่มีเพียง 2 สาขา ปัจจุบันขยายได้ถึง 19 สาขา ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 330 ล้าน ปักธงอีก 5 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณณัฐพล กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอ สุกี้ไทยเรสเทอ รองส์ จำกัด เท้าความว่า ย้อนกลับไปปี 42 ทางครอบครัวอยากมีธุรกิจอาหาร เลยซื้อแฟรนไชส์ร้านสุกี้ ชื่อว่า “อินเตอร์สุกี้” มาเปิดในปั๊มน้ำมันที่ถนนบางนาตราด กม.8 ปรากฏผ่านไปปีกว่าร้านเจ๊ง จากนั้นราวปี 51 เปิดร้านใหม่ คราวนี้ใช้ชื่อ “นีโอสุกี้” สร้างความต่างจากร้าน สุกี้ทั่วไปด้วยน้ำซุปต้มยำ และน้ำจิ้มหลากหลายชนิด ไม่ใส่ผงชูรส กรรมวิธีทำยังคงเป็นโฮมเมด “ปลายปี 2551 ทางนีโอสุกี้ ใช้สโลแกน นีโอสุกี้ สุกี้นานาชาติ อร่อยถูกใจกับน้ำจิ้มหลากหลาย รวบรวมสุกี้และความอร่อยทุกสไตล์ ไว้ในร้านเดียว น้ำจิ้มและอาหารได้รับมาตรฐาน องค์การอาหารและยา (อย.) , HALAL HACCP GMP , Q และ Thailand Brand” ธุรกิจเดิมของครอบครัว “กัปปิยจรรยา” กระทั่งปัจจ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟักข้าว บ้านปลักไม้ลาย ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม รวมตัวกันแปรรูปฟักข้าวเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด อาทิ น้ำฟักข้าว ฟักข้าวแคปซูล สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยมี คุณสรินทร์ญา ภมรปฐมกูล ที่ทำหน้าที่ฝ่ายการตลาดของกลุ่ม คุณสรินทร์ญา เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งขึ้นเนื่องจากเอกชนแนะนำให้ปลูกฟักข้าว เมื่อประมาณปี 2552-2555 โดยรับซื้อในราคาประกัน ต่อมาเอกชนรายนั้นเกิดปัญหาด้านการเงินเลยไม่ได้เข้ามารับซื้อ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกฟักข้าวรวมกลุ่มกันขึ้นมา ปัจจุบันมีสมาชิกเกือบ 100 คน มีเนื้อที่ปลูกประมาณ 300 ไร่ ซึ่งสมาชิกจะแบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มราชบุรี กลุ่มกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียงที่มีพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม พอรวมกลุ่มกันแล้ว เกิดปัญหาทางด้านการตลาด เพราะฟักข้าวในระยะเริ่มต้น คนยังไม่รู้จัก รู้แต่ว่ามีงานวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่ามีประโยชน์ มีไลโคปีนสูงกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า วิธีการปลูก คุณสรินทร์ญา บอกว่า ส่วนตัวปลูกฟักข้าวไม่มากมีแค่ไร่กว่า ส่วนพื้นที่ของเกษตรกรรายอื่นๆ ก็ปลูกแค่คนละ 1-2 ไร่ ซึ่งฟักข้าวในเมืองไทยมี 4 สายพันธุ์ คือ ลูกกลม ลูกรี
ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของขนมยอดฮิตไปช่วงสัปดาห์หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kunvadee Kik Aramraung โพสต์และแชร์ภาพและข้อความของขนมไข่เต่ามันม่วง ที่ร้านขนมไข่เต่า ขนมกล้วยทอด มันทอด เจ๊เพลง หน้าอาคารศูนย์ราชบุรีเกมส์ ภายในศาลากลาง จังหวัดราชบุรี เมื่อตามไปพิสูจน์ พบนายอุดร ชาวไทย อายุ 40 ปี และนางสาวปราณี กมลคร วัย 38 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ตำบลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี กำลังขะมักเขม้นปั้นและทอดขนมไข่เต่าลักษณะสีม่วงกลมหรือ ที่เรียกว่า ขนมไข่เต่ามันม่วง ภายในกระทะน้ำมันร้อนๆ ที่กำลังเดือดและส่งกลิ่นหอมของเนื้อมันม่วง ขณะนั้นมีลูกค้าจากกลุ่มต่างๆ อาทิ ข้าราชการ พนักงานบริษัทและบรรดาวัยรุ่น ที่ทราบข่าวต่อๆ กันจากบนสื่อออนไลน์ มามุงล้อมเพื่อรอซื้อขนมไข่เต่ามันม่วง คนละ 5 –10 ถุง ตลอดทั้งวัน บางคนโทร.มาสั่ง และหลายคนยืนรอต่อคิวกันกันเนืองแน่น นายอุดรและเจ๊เพลง เล่าว่า ตนเองและภรรยาคือนางสาวปราณี กมลคร วัย 38 ปี ได้ยึดอาชีพขายขนมไข่เต่า กล้วยทอด มันทอดมานานกว่า 2 ปี แล้ว โดยที่มาของขนมไข่เต่ามันม่วง มาจากเพื่อนซึ่งเป็นชาวพม่าที่สนิทกันบอกให้ทดลองทำ หลังจากมีขายทั่วไปในประเทศพม่า เมื่อลองท
