How to
ร้านขายขนมไทยบนพื้นที่เล็กๆ ริมถนนสะพานยาว อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดขายตั้งแต่เช้าตรู่และหมดอย่างรวดเร็วในช่วงสายๆ เกือบทุกวัน หยุดเพียงวันเดียวคือวันอาทิตย์ และทุกเช้าก็มีลูกค้ามารอซื้อขนมไทยรสชาติถูกปากนี้มากมาย เป็นร้านแห่งความหวานที่ถ่ายทอดจากรุ่นคุณยายมาสู่คุณป้ายังสาวอย่าง “หญิง” นางสาวสุชาดา ชลามาตย์ หญิงสาวที่ยังแลดูอ่อนเยาว์ทำให้หลายคนกลับไม่เชื่อว่าเธอทำขนมเองทั้งหมด เพราะขนมที่เห็นเป็นขนมไทยพื้นบ้านภาคใต้ซึ่งหารับประทานได้ยากยิ่งแล้วในสมัยนี้ พี่หญิง หรือ ป้าหญิง ของเด็กๆ ละแวกนี้เล่าให้ฟังว่า อดีตเคยช่วยแม่ขายขนมไทยทำให้มีความชำนาญในการทำขนมไทยพื้นบ้านภาคใต้แทบทุกชนิด ซึ่งแม่ของเธอก็เคยช่วยยายทำขนมไทยมาเช่นเดียวกัน การเรียนรู้วิธีทำขนมของแม่จากยายถ่ายทอดมาสู่หลานสาว หญิงสาวที่ทำขนมมาตั้งแต่เด็กจนจบการศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ เอกวัฒนธรรม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช แต่มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนด้านขนมไทยอย่างเต็มเปี่ยมทำให้เธอเรียนรู้เคล็ดลับและวิธีการต่างๆ จากการช่วยแม่ทำขนมมาตั้งแต่เด็กๆ เรียกได้ว่าสืบทอดความหวานจากรุ่นสู่รุ่นเลยทีเดียว การทำขนมไทยในสมัยโบรา
Evergrow คือ แปลงปลูกผักออร์แกนิคในตู้คอนเทนเนอร์ โดยจำลองแสงแดดจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของหลอดไฟ LED ควบคุมอากาศและน้ำด้วยระบบคลาวด์ สั่งงานผ่านแอพลิเคชั่น ช่วยให้การปลูกผักขนาดเล็กเป็นเรื่องง่าย สามารถปลูกผักได้สูงสุดครั้งละ 50 ต้น โดยไม่ต้องดูแล รดน้ำ พรวนดิน ทุกอย่างทำงานอัตโนมัติ ข้อมูลจะถูกส่งไปปรากฏยังสมาร์ทโฟน คนที่ปลูกผักไม่เป็นก็สามารถปลูกได้ จำลองธรรมชาติ อยู่ในตู้ฯ ใช้ซอฟแวร์สั่งงาน คุณภุชงค์ วงษ์ทองดี หรือ “อาร์ม” เด็กหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของบริษัท Unixconจำกัด และเจ้าของนวัตกรรม EverGrow เครื่องปลูกผักในตู้คอนเทนเนอร์ โดยอาศัยโปรแกรมอัตโนมัติ ผักที่ปลูกได้เป็นผักออร์เเกนิค ประวัติคุณอาร์ม เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่งราว 10 ปี กระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลาออกมารวมตัวกับเพื่อนเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งกลุ่มเพื่อนล้วนอยู่ในแวดวงคนทำเกษตร ฉะนั้นเลยมองเห็นโอกาสในธุรกิจเกษตรหลายอย่าง จึงศึกษาเรื่องตลาด การเพาะปลูก การซื้อ – ขาย และจากการศึกษาทำให้ยิ่งมองเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น “ตอนเก็บข้อมูลได้เดินทางไปต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ก็พบ
สร้างเสียงหัวเราะจากรุ่นสู่รุ่นมา 30 กว่าปีแล้ว สำหรับกลุ่มคณะตลก “ชวนชื่น” กลุ่มคณะตลกที่เป็นลักษณะครอบครัว ก่อตั้งโดย “พ่อดม” หรือ อุดม ทรงแสง โดยมีพื้นฐานจากการเป็นคณะลิเกมาก่อน ปัจจุบันนอกจากรับงานแสดงตลกตามสถานที่ต่างๆ ยังจัดตั้งบริษัทรับจัดงานแสดง โชว์ตัวผลิตรายการโทรทัศน์ อีกด้วย “จิ้ม ชวนชื่น” พี่ชายคนโต หนึ่งในสมาชิกตลกคณะชวนชื่น ระยะหลังนอกจากผลงานทางจอแก้วและจอเงิน ล่าสุดยังผันตัวมาร่วมทำธุรกิจร้านอาหารด้วยการรีแบรนด์ร้าน “กระท้อน ไก่ลอยฟ้า” ให้กลายเป็น “กระท้อนไก่ลอยฟ้า บาย ชวนชื่น” รับหน้าที่คอยสร้างความบันเทิง และเสียงหัวเราะในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร มิติใหม่วงการร้านอาหาร ร่วมหุ้นนักธุรกิจ & ตลก จิ้ม ชวนชื่น เผยว่า ร้านกระท้อน ไก่ลอยฟ้า ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถนน บางนา-ตราด กม 1 ตรงข้ามไบเทค บางนา เปิดมาตั้งแต่ปี 2529 เป็นร้านที่มีอาหารอร่อยหลากหลายมากกว่า 200 เมนู อาทิ ไก่ย่างลอยฟ้า หนังไก่กรอบ เนื้อข้างในเหนียวนุ่มกำลังดี กินคู่กับแตงกวา แครอต หัวไชเท้าดอง มีน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้านทำเอง เมนูต่อมาที่อร่อยไม่แพ้กัน คือ เป็ดแดดเดียว ใช้เนื้อหน้าอก หนังกรอบเนื้อนุ่มอร่อย
สัปดาห์นี้ เป็นร้านที่ “เดอะเกรท” บก.ข่าวมติชนทีวี นำเสนอ ถ้าว่ามาคุยให้ฟังอยู่ 2-3 วัน ถึงความถูกอกถูกใจ ก็น่าจะเด็ดไม่น้อย และนับจากนี้เป็นการเล่าของ “เดอะเกรท” ล้วนๆ ไม่เจือปนด้วยความรู้สึกนึกคิดใครทั้งสิ้น “เคยเป็นแบบนี้ไหมครับ เวลาขับรถออกมาจากบ้านไปแล้วสักพักจะรู้สึกหิว อยากจะฝากท้องกับร้านอาหารข้างทางแบบง่ายๆ ทำให้ต้องขับไปมองไป ร้านไหนดี ที่เห็นทั่วๆ ไปก็ไม่หนี ป้ายเชิญชวนร้านข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เย็นตาโฟ ราดหน้ายอดผัก ข้าวผัดปู อะไรทำนองนี้แหละ หรือบางทีก็คิดง่ายๆ เดี๋ยวแวะร้านอาหารตามปั๊มน้ำมันเอาก็ได้ เพราะมีร้านกาแฟไว้ตบท้ายก็สะดวกดี ทั้งมีที่จอดรถ แต่บางครั้งเข้าไปแล้วก็รู้สึกผิดหวัง บางร้านอาหารรสชาติเหมือนกินกันตาย เสียดายเวลาว่างั้นเถอะ ส่วนร้านอาหารข้างทาง บางทีก็ต้องลุ้นเอา ร้านไหนอร่อย สะอาด น่าแวะนั่งหรือเปล่า บางทีก็ใช้วิธีสังเกต ถ้าร้านไหนมีรถจอดเยอะ ก็น่าจะโอเคนะ แต่ก็ใช้วัดมาตรฐานไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะบางทีที่จอดตามๆ กันเข้าไป อาจจะร้องเสียงหลงออกมา กินเข้าไปได้ไงเนี่ย! แต่ช่วงสายๆ วันก่อนพาทีมงานขับรถออกจากมติชน ม
จังหวัดเชียงใหม่..ไม่เพียงเพราะเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ หากแต่..เสน่ห์ ของดินแดนล้านนาต่างหากที่ทำให้..เชียงใหม่ ไม่เคยหลับใหล ยิ่งแสงสียามค่ำ คงทำให้ความรู้สึกของวัยรุ่นหนุ่มสาว-กลุ่มคนเที่ยวกลางคืนคึกคักและสนุกสนานมากขึ้น เสียงเพลงดังลอดออกมาจากร้านค้าในย่านบันเทิงกลางเมืองเชียงใหม่ แม้ภายในจะมีอาหารหลากหลายเมนูให้เลือกเสพ แต่กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ..ปลาหมึกย่างบนเตาถ่านที่ไฟกำลังคุ..จากพ่อค้าเร่ข้างนอก กลับดึงดูดความสนใจของลูกค้าหญิงชายได้มากกว่า สมศักดิ์ หรือ ศักดา แก้วเงิน หนุ่มวัยกลางคน เอื้อนเอ่ยว่า นี่คือเหตุผลที่ตัดสินใจเดินออกจากร้านเหล้า ซึ่งตนเองเล่นดนตรีอยู่กับเพื่อนๆ ออกมาทำ ‘กับแกล้มเทพเจ้า’ โคตรอร่อย ตระเวนไปตามแหล่งท่องเที่ยวทุกค่ำคืน โดยนำชื่อกลุ่มมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์ ‘ก๊อดออฟธันเดอร์ – God of thunder’ มาเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว “เดิมผมจะเล่นดนตรีตอน 3 ทุ่ม แต่ก็จะไปร้านก่อนตั้งแต่ 1 ทุ่ม ไปช่วยเขาทำกับแกล้มให้ลูกค้าที่มานั่งดื่มในร้าน เพราะร้านก็เป็นพรรคพวกกัน ผมชอบคิดเมนูใหม่ขึ้นเอง ทำออกมาแล้วอร่อย แต่ที่น่าแปลกคือ เวลารถเร่ปลาหมึกย่าง หรือส้มตำ มาจอดหน้าร้าน ลูกค
สมัยนี้ช่องทางสร้างอาชีพใหม่เกิดขึ้นให้เห็นมากมาย แต่อาชีพที่เป็นตัวเลือกชั้นดีให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่เห็นจะเป็นการขายอาหารและของกิน เพราะเชื่อว่าซื้อง่ายขายคล่อง ถึงคู่แข่งจะเยอะแต่ขายได้แน่นอน เหมือนกับคุณหนุ่ย-วราภรณ์ ดอกษร วัย 39 ปี ที่ผันตัวจากอาชีพค้าขายเสื้อผ้าในตลาด เมื่อคิดจะขายต้องตามแฟชั่นให้ทันอยู่ตลอดเวลา ยิ่งขายยิ่งคู่แข่งเยอะ และที่สำคัญต้นทุนสูงแต่กำไรน้อย ขายได้ประมาณ 4-5 ปี จึงมองหาช่องทางสร้างอาชีพใหม่ให้ตัวเอง โดยเน้นไปที่ของกิน สุดท้ายกลายมาเป็นร้านข้าวเหนียวหมูทอด อาหารทานง่ายเจาะกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ รวมถึงนักศึกษาและวัยทำงาน คุณหนุ่ยเล่าว่า เธอไม่มีความรู้ในการทำข้าวเหนียวหมูทอดมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเมื่อไม่มีก็ไปเรียนให้เป็น จนสามารถเปิดร้านขายเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเปิดมาได้ราว 6 ปี ร้านข้าวเหนียวหมูของคุณหนุ่ยเป็นร้านเล็กๆ ตั้งด้วยโต๊ะหนึ่งตัวปูผ้าให้สวยงาม มีถาดใส่หมู และกระติกใส่ข้าวเหนียวร้อนๆ มีหมูให้เลือก 4 แบบ คือ หมูหวาน หมูเค็ม หมูสวรรค์ และหมูฝอย แต่ละชนิดมีรสชาติกลมกล่อมแตกต่างกันไป ลูกค้าทานแล้วติดใจยกใหญ่ ขายดีหมดเกลี้ยงทุ
เอ่ยถึง ไข่จะละเม็ด ให้คนรุ่นปัจจุบันฟัง เป็นได้ส่ายหัว ไม่รู้จัก พาลจะถามไปด้วยว่า “ไข่ปลาจะละเม็ด” เหรอครับ ยิ่งพอบอกว่าเอา ไข่จะละเม็ด นี่ล่ะมายำกับมังคุดกลีบเล็กๆ งงเข้าไปหนัก มังคุดเอามายำได้ด้วยหรือ ไข่จะละเม็ดที่ว่านี้คือไข่ของเต่าทะเลครับ ลักษณะจะเป็นฟองกลมๆ เปลือกนุ่ม ไม่แข็งเหมือนไข่ไก่ ลูกเล็กกว่ามะนาวหน่อย เอามาต้มน้ำเดือด จะต้มนานแค่ไหน พอฉีกเปลือกไข่ออกมาไข่ขาวจะเหลวข้น ไข่แดงจะแข็ง มันมาก ซอยหอม กระเทียมพริกขี้หนู ทำน้ำยำ คลุกข้าวกินกับไข่เต่า สุดยอดจริงๆ ครับ ผมได้กินไข่จะละเม็ดครั้งสุดท้าย สมัยเด็กวัยรุ่น ก็น่าจะผ่านไปมากกว่า 30 ปีแล้ว (อายุจริงเท่าไหร่ ไม่บอก คำนวณเอาเอง) สมัยนั้นเต่าทะเลยังไม่ใช่สัตว์สงวน เก็บไข่เต่ามาขายกันได้ พอถึงหน้าไข่เต่า มีขายตามตลาดสดทั่วไป ถ้าไข่เต่าเก่าเก็บมานาน เอามาต้มแล้วไข่แดงจะแข็งมาก กินไม่อร่อย สู้ไข่เต่าใหม่ๆ ไม่ได้ แต่เพื่อการอนุรักษ์เต่า คนไทยเลยพร้อมใจกันงดกินไข่เต่า ไม่มีขายมานานมากแล้ว มีคนบอกว่ามีไข่เต่าข้ามฟากจากพม่ามาขายในไทย ชื่อของไข่จะละเม็ดไปพ้องกับชื่อ ปลาจะละเม็ด ไม่มีใครให้ความหมาย ที่มาของชื่อจะละเม็ดไว้ แล้วทำไมเป็น
คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งบริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบกว่า พื้นเพเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ที่หลายคนคงพอจะทราบประวัติของเขามาแล้วบ้างว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” มานักต่อนัก กว่าจะผงาดเป็นเจ้าของอาณาจักร “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” มีร้านสาขาแฟรนไชส์กระจายอยู่ทั่วประเทศหลายพันแห่ง มูลค่าธุรกิจรวมแล้วหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว คุณพันธ์รบ กับคู่ชีวิต ย้อนประวัติให้รู้จักกันคร่าวๆ เจ้าพ่อ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” ผู้นี้ จบการศึกษาชั้นม.6 จากหลักสูตรกศน. ตอนอายุได้ 41 ปี เหตุเพราะทางบ้านฐานะค่อนข้างยากจน ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาตั้งแต่จำความได้ พอเริ่มโตเป็นหนุ่มก็ออกทำงานรับจ้างมาแล้วสารพัด ทั้งทำงานบ้าน รับจ้างขึ้นต้นหมาก-มะพร้าว รับจ้างเก็บพริก เป็นรปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม กระทั่งพ.ศ.2535 จึงตั้งต้นอาชีพขายบะหมี่เกี๊ยว ย่านลำลูกกา ปทุมธานี และขายดิบขายดี มาจนถึงทุกวันนี้ “อยากขายดี…พี่ต้องขายตัว เป็นสำนวนชวนให้คิด ที่ชายสี่ฯนำมาปรับใช้กับการค้าขาย เราต้องขายตัวเองก่อนก่อนจะขายสินค้าอื่น คำว่าขายตัวในที่นี้ คือ ขายใบหน้าที่เปื้อนยิ้มสดใส ขายเสียงทักทายที่ไพเราะ ขายปากหม้อที่เงางาม ขา
เทรนด์ให้นมลูกกำลังมาแรง เพราะไม่ว่าดารา หรือคนธรรมดา ตอนนี้ต่างก็หันมาให้นมลูกน้อยด้วยเลือดในอกของตัวเอง แต่ทว่ามีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่มี น้ำนม รวมถึงน้ำนมไม่พอ ดังนั้น ตัวช่วยกระตุ้นเลือดในอก จึงถือกำเนิดขึ้นมามากมายหลายวิธี “Mommylicious Juice” คือ เครื่องดื่มโฮมเมดออร์แกนิก ทำจากสุดยอดสารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงคุณแม่หลังคลอด มาอยู่ในรูปแบบที่ทานง่าย รสชาติดี อาทิ ขิง หัวปลี ฟักทอง บัตเตอร์นัท ปฏิวัติการบำรุงแบบไทยๆ ให้ไม่น่ากลัวอีกต่อไป คุณรวินน์ธร ธาราพูนสวัสดิ์ หรือ คุณกราฟ เจ้าของเครื่องดื่มโฮมเมดเพิ่มน้ำนม “Mommylicious Juice” เล่าที่มาว่า กลุ่มเพื่อนผู้หญิงที่แต่งงานมีลูก มักประสบปัญหาน้ำนมไม่พอ น้ำนมไม่มี เลยเกิดไอเดียนำวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มน้ำนมมาแปรรูปเพื่อให้ทานง่าย เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีเวลาน้อยในการเตรียมอาหาร สำหรับสารอาหารที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมมีหลายชนิด แต่เพื่อให้มั่นใจและปลอดภัยว่าดีจริง หญิงสาวเลือกที่จะปรึกษาคุณหมอศูนย์สูติ-นรีเวช และศึกษาจากตำรายาไทย จนพบว่า หัวปลี ขิง ฟักทอง ใบกะเพรา เม็ดขนุน คือ สมุนไพรไทยบำรุงนมแม่ที่คนสมัยโบร
กนกวรรณ ถิตะพาณิชย์ สลัดคราบลูกสาวโรงสี หอบดีกรีปริญญาโทจากอังกฤษ มาพร้อมมาดนักธุรกิจเต็มตัวในฐานะเจ้าของบริษัท อารีจิตต์ จำกัด ผู้แปลงข้าวสารจากโรงสีมาทำเป็นข้าวเส้น โดยใช้เทคโนโลยีผสมผสานข้าวสารกับแป้งมันฝรั่งบ้าง ผสมบุกบ้าง ผสมซีอิ๊วบ้าง ทำให้ได้เส้นพร้อมปรุงหรือพร้อมทานรูปแบบใหม่ เหนียว-นุ่ม-เด้ง-ใส ภายใต้ชื่อแบรนด์สินค้าหน้าใหม่ว่า “มาร์รีไรซ์” มีเป้าหมายยึดตลาดคนชอบทานเส้นยุคใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น หักเหลี่ยมคนมีเส้น 5 เส้น 5 สไตล์ เส้นผัดไทย เรียกหรูๆ ว่า Pad Thai Rice Noodle เป็นเส้นเล็กที่โดดเด่นในเรื่องความเหนียวของเส้น ตัวเส้นไม่เกาะตัวกันให้รำคาญใจ มาพร้อมซอสผัดไทย แพ็กคู่มาด้วยกัน ฉีกถุงใส่ซอสผลักเข้าเตาไมโครเวฟ ก็จะได้เมนูอร่อยไม่กี่นาที เส้นยากิ เรียกให้ดูเป็นฝรั่งมังค่าว่า Yaki Rice Vermicelli เป็นเส้นหมี่อบซีอิ๊วสีน้ำตาลที่มีรสชาติปรุงสำเร็จในตัว ไม่ต้องเติมเครื่องปรุงอีก ฉีกถุงเติมน้ำนิดหน่อยพอกล้อมแกล้ม ใส่เข้าไมโครเวฟ แค่อึดใจเดียวทานได้ทันที ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบของคนเมืองได้เหมาะเจาะ เส้นประเภทนี้มีขายในตลาดเมืองนอก แต่เมืองไทยยังไม่มีใครกล้าเล่น อาจเป็นเพราะ
