How to
ผลงานวิจัยของนักเรียนอาชีวะ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของแต่ละสถาบันที่ประกวดคัดเลือกกันมา มีทั้งผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ หากช่วยกันนำมาเผยแพร่ให้นำไปพัฒนาใช้กันอย่างกว้างขวาง จะช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิต ลดต้นทุน และสามารถต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ที่สำคัญมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียว ช่วยรักษาสภาวะสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานด้วย ดังเช่น “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” โครงงานวิจัยของนักศึกษา ระดับ ปวส. ปีที่ 2 ของวิทยาลัยเทคนิคตราด ที่คว้ารางวัลระดับดีของกรมอาชีวศึกษา และระดับเหรียญเงินในประเทศจีน และประกาศนียบัตรจากรัสเซีย เมื่อปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมานี้ คิดอุปกรณ์ใหม่ตัดอิฐมวลเบา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาจารย์วรพจน์ ตรีรัตน์ฤดี ครูชำนาญการพิเศษ แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคตราด ที่ปรึกษาโครงการวิจัย “อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา” เล่าว่า โครงการนี้มีคณะอาจารย์ที่ปรึกษา 5 คน จากสาขาช่างก่อสร้าง ช่างยนต์และบัญชี คือ อาจารย์ธนิต อาภรณ์รัตน์ อาจารย์ภพพนธ์ ศรนคร อาจารย์จันทร วิจิตรสุข และ อาจารย์กาญจนา ตรีรัตน์ฤดี ส่ว
ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้นะคะ หมอเห็นผู้คนเริ่มพากันเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ (Siberian Husky) เยอะมากขึ้น ไม่ว่าจะที่คลินิก โรงพยาบาลสัตว์ หรือตามที่ต่างๆ ที่สามารถพาสุนัขไปเดินเล่นได้ เช่น ตามห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เป็นต้น อาจจะเป็นเพราะเจ้าของเหล่านั้นหลงเสน่ห์ในความน่ารัก ความสง่างามเวลาจูงเดิน หรือความดุของดวงตาพวกเขาแต่จริงๆ แล้วขี้เล่นมากๆ ของสุนัขพันธุ์นี้ก็เป็นไปได้ หมอเองก็ยังชอบในความน่ารักของพวกเขาเลยค่ะ งั้นเรามาทำความรู้จักสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้กันดีกว่านะคะ ความเป็นมา ไซบีเรียนฮัสกี้ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ไซบีเรียน นี้มีต้นกำเนิดในตะวันออกของไซบีเรีย คำว่า “ฮัสกี้” ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต (Inuit) โดยเพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ (สุนัขขนยาวและหนา) ของชาวชุกชี ต่อมาได้ถูกนำเข้ามาในอลาสก้าและแพร่พันธุ์เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา จนพัฒนามาเป็นสุนัขลากเลื่อนเมื่อประมาณ ค.ศ. 1900 ต่อมาจึงนำมาไซบีเรียเลี้ยงเป็นสุนัขตามบ้าน ลักษณะทั่วไป ไซบีเรียนเป็นสุนัขขนาดกลาง ขนฟูแน่น แข็งแรง คล่องแคล่ว มีหน้าตาเป็นอาวุธเพราะหน้าดุ ทำให้คนกลัวได้ ลักษณะจะเ
อดีตหนุ่มออฟฟิศสู้งานในวัย 40 ปี แม้จะเรียนจบไม่สูง แต่ก็เคยทำงานประจำที่บริษัทใหญ่รายได้หลักหมื่น แต่เนื่องจากเงินเดือนไม่กระเตื้องขึ้นหลายปี ประกอบกับเบื่อรูปแบบงานออฟฟิศ ผันตัวมายึดอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แถวท่าเรืออโศก กทม. ยึดหลักลูกค้า คือ “พระเจ้า” ไม่เกี่ยงงาน ไม่ปฏิเสธลูกค้า วิ่งวิน 7 โมงจันทร์ถึงศุกร์ เลิกงานตอนบ่าย รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท คุณยงยุทธ ศรีวารี หรือ คุณยุทธ ในวัย 40 ปี เผยเรื่องราวชีวิตกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำหลายแห่ง ยาวนานกว่า 20 ปี อาทิ แผนกผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด เคยเป็นแมสเซ็นเจอร์ เคยอยู่ร้านพิซซ่า เงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับหมื่นกว่าบาท งานประจำในบริษัทใหญ่ที่คนภายนอกดูว่าดี แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ปฏิเสธความมั่นคงในชีวิตนั้นด้วยการลาออก “ผมทำงานประจำมานาน 20 ปี แต่ละบริษัทเงินเดือนกว่าจะขึ้นนั้นยากมาก บางแห่งเงินเดือนไม่เคยขึ้นเลย แถมต้องตื่นแต่เช้า พักผ่อนก็น้อย รู้สึกว่าค่าจ้างไม่คุ้มค่าเหนื่อย ในที่สุดลาออกไปขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้า
สัตว์และพืชตามธรรมชาติของแต่ละท้องถิ่นมีความเหมือนและแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และสภาพอากาศ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้น เพราะสัตว์และพืชเป็นห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ซึ่งเป็นความจริงที่ต้องยอมรับแม้จะโหดไปนิด แต่ถ้าคุณกินมังสวิรัติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สัตว์ต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นห่วงโซ่อาหารของคุณ อาหารของท้องถิ่นแต่ละภาคมีความแตกต่างกันตามพืชพรรณและสัตว์ที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคต่างๆ บางครั้งคนต่างถิ่นไปอาจมองเป็นเรื่องแปลกไม่กล้ากิน อาหารภาคเหนือและภาคอีสานมีสัตว์เล็กๆ และแมลงที่ภาคอื่นไม่กล้ากิน ส่วนภาคใต้ที่มีพื้นที่ติดชายทะเล อาหารทะเลเป็นอาหารที่ทำกินทุกมื้อในชีวิตประจำวัน บนโต๊ะกับข้าวของชาวใต้ที่มีพื้นที่ติดทะเล น้อยครั้งที่จะไม่มีอาหารทะเลในมื้อ จักจั่นทะเลเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์ในวงของปู โดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hippoidea มีรูปร่างคล้ายจักจั่นที่เป็นแมลงบนบก มีขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ มีกระดอกไม่แข็งมากคล้ายปู มีขาทั้งหมด 10 ขา แบ่งเป็น 5 คู่ ขาทั้งหมดไม่ได้ใช้ในการว่ายน้ำเนื่องจากจักจั่นท
“ข้าวเม่า” เป็นขนมหวานประเภทหนึ่งของคนไทย ที่ทำกินตามช่วงฤดูกาล อันเกิดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกษตรกรชาวนาตั้งแต่รุ่นโบราณที่นำข้าวเหนียวที่มีรวงแก่ใกล้จะสุกเก็บเกี่ยวได้ ที่เรียกว่า ข้าวระยะพลับพลึง มาแช่น้ำ คั่ว ตำ แล้วนำมาคลุกมะพร้าว น้ำตาล โรยเกลือ ใช้ทานเป็นขนมหวาน ความจริงแล้วข้าวที่นำมาทำข้าวเม่ามีทั้งข้าวเหนียว ข้าวเจ้า และข้าวเหนียวดำ แล้วที่นิยมมากที่สุดคือข้าวเม่า ข้าวเหนียว ซึ่งยังแบ่งได้เป็น 3 แบบคือ ข้าวฮาง หรือข้าวเม่าอ่อนทำจากเมล็ดข้าวสีเขียวจัด, ข้าวเม่าแบบเขียวอ่อน ทำจากข้าวห่ามที่เปลือกเป็นสีเขียวเข้ม และข้าวเม่าขาวนวล ทำจากข้าวเกือบแก่ เปลือกเขียวอมน้ำตาล การแปรรูปจากข้าวเพื่อเป็นขนมข้าวเม่านั้น คนโบราณดัดแปลงได้หลายวิธี อาจจะทำเป็นข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าบด ข้าวเม่าหมี่ ข้าวเม่าทอด ฯลฯ ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับความต่างกันในวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม หรือส่วนผสมการปรุงของแต่ละภูมิภาคท้องถิ่นไป ที่จังหวัดสุรินทร์ คนที่นั่นส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิไว้กินและขายเป็นหลัก ส่วนข้าวเหนียวก็นิยมปลูกเอาไว้กินและทำขนม อย่างข้าวเม่าด้วย ซึ่งเดิมมักทำกินในครัวเรือน ต่อมามีการพัฒนามาเป็นอา
หลังจบปริญญาโท ฐานะลูกสาวคนโต อายุ 34 ปี อาสาเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ด้วยการขายปลาร้าที่ตลาดไท เติมไอเดียปรุงรสชาติจัดจ้านถูกใจร้านส้มตำ พร้อมบรรจุลงขวดใช้งานง่าย ได้เครื่องหมาย อย. การันตีความสะอาดปราศจากสารเคมี โดนใจลูกค้าถ้วนหน้า กิจการเล็กๆ ในจังหวัดปทุมธานี แต่สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนนับล้านบาทเลยทีเดียว คุณพัชร์อริญ สายจันทร์ หรือ คุณโอ๋ เจ้าของร้านปลาร้าเงินล้าน ช.วันดี เท้าความว่า เป็นลูกสาวคนโตมีน้องชาย 1 คน เดิมคุณแม่ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ท่านมองเห็นว่าปลาร้า เป็นอาหารที่สามารถนำมาปรุงได้หลายเมนู คนไทยส่วนใหญ่ชอบทาน อีกทั้งไม่เน่า ไม่เสียง่าย ไม่ต้องกังวลว่าถ้าขายไม่หมดจะต้องเททิ้ง เลยตัดสินใจลาออกจากประจำ แล้วหันมาขายปลาร้า คุณโอ๋ เล่าว่า แม่ใช้วิธีรับปลาร้ามาจำหน่ายต่อ ไม่ได้ทำเอง ไม่ต้มก่อนขายลักษณะรับมา – ขายไป โดยตักขายตามน้ำหนัก หน้าร้านตั้งอยู่ตลาดไท กระทั่งราวปี 2552 ตนเองเริ่มเข้ามาช่วยกิจการเต็มตัว ช่วงที่ลูกสาวคนโตเข้ามาช่วยแม่ขายปลาร้า เธอคว้าใบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เธอเกิดความคิดอยากเพิ่มมูลค่า พัฒนาสินค้า สร้างชื่อเส
“งาน” กับ “เที่ยว” ดูเหมือนจะเดินกันคนละทาง แต่กับ คุณมณฑล กสานติกุล หรือ “มิ้นท์” 2 สิ่งนี้คือเส้นทางเดียวกัน ซึ่งตลอด 4 ปีนี้เธอเดินทางมาแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และเธอ “เดินทางคนเดียว” การเดินทางของคุณมิ้นท์ถูกบอกเล่าผ่านโลกโซเชียล เธอกลายเป็นบล็อกเกอร์สาว ที่มีแฟนเพจ ณ ปัจจุบันกว่า322,897คน คุณมิ้นท์ได้รับโอกาสตีพิมพ์เรื่องราวผ่านตัวอักษร ได้รับโอกาสกับการทำหน้าที่พิธีกร ได้รับโอกาสถูกเชิญตัวไปเล่าประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน วันนี้ คุณมิ้นท์กลายเป็น “ฟรีแลนซ์” ที่มีงาน มีรายได้หล่อเลี้ยงตัวเองจากการเดินทาง และสำคัญคือ เธอมี “ความสุข” ขอท่องเที่ยว 1 ปี มีอาชีพจากเดินทาง คุณมิ้นท์เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง เธอคือลูกสาวคนเดียวและถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ฉะนั้น ไม่ว่าต้องการอะไร เธอจึงได้เสมอ แต่ทว่าสิ่งที่เธอค้นพบคือ เธอไม่มีความสุข และป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนกระทั่ง เธอเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโท ด้านวรรณกรรมสเปน ที่ประเทศสเปน นี่คือจุดเริ่มต้นกับการเดินทางของเธอ “ตอนเรียนก็มีโอกาสแบกเป้ไปเที่ยว แต่ว่าเงินเที่ยวก็คือเงินที่คุณแม่ส่งให้ จนกระทั่งต่อมา หารายได้ด้วย
ไม่ใช่แค่อาหารไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบ แต่ผลไม้อย่าง ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ กล้วยไข่ และมะม่วง ก็ติดอันดับผลไม้ไทยที่คนจีนรู้จักเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ถึงขนาดมีคำกล่าวของคนประเทศนี้ว่า“กินอาหารจีนต้องกินที่มณฑลกวางตุ้ง แต่ต้องกินกับข้าวหอมมะลิ เสร็จแล้วต้องตบท้ายด้วยผลไม้ไทย ถึงจะครบสูตร ซึ่งรสชาติผลไม้ไทยที่ถูกปากมากที่สุด คือ ทุเรียนและมังคุด” “ราชาและราชินีผลไม้” เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก นิ้วทองคำ ใช้เคาะทุเรียน ขายนาน 28 ปี หลายคนถ้าอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง หรือทุเรียนสด ต้องหาทานตามฤดูกาลเท่านั้น แต่บนถนนเยาวราชหรือที่รู้จักกันดีว่าไชน่าทาวน์ ย่านที่มีของอร่อย เลื่องชื่อเรื่องอาหารทั้งเมนูคาวหวาน รสชาติถูกปากคนไทยและต่างชาติ มีอยู่ร้านหนึ่งมีเมนูดังกล่าวให้รับประทานหน้ำใจทั้งปี ร้านนี้ชื่อว่า “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” ร้านที่มีลักษณะเป็นรถเข็นเปิดตั้งแต่ 18.00-03.00น.อยู่หน้าห้างทองโต๊ะกัง สาขา 3 ผู้ก่อตั้ง คือ คุณรุ่งโรจน์ และ คุณอภิญญา ทับทอง สองสามีภรรยาชาวจีน ค้าขายย่านเยาวราชมานานกว่า 28 ปี ก่อนหน้านี้จำหน่ายแต่บัวลอย ต่อมาเพิ่มทุเรียนสดด้วย
“ความอร่อยของข้าวขาหมู อาจารย์อดุลย์โรจน์ ก็คือ น้ำซุปจะต้องเคี่ยวจนได้กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศนานาชนิด เจือด้วยรสหวานของโอวัลติน โดยปราศจากผงชูรส พร้อมขับรสอร่อยของเนื้อหมูออกมาให้ได้อย่างครบถ้วน เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วนักปรุงหลายคนตกม้าตายกับเรื่อง “น้ำซุป” นี้มานักต่อนักแล้ว…” “สูตรอาหารจะให้กำหนดอัตราส่วนตายตัวไม่ได้หรอก เพราะต้องปรับรสชาติตามความชอบของผู้ทาน และปริมาณของอาหารที่ทำว่ามากน้อยแค่ไหน” คือ หัวใจของเสน่ห์ปลายจวักของพ่อครัวแม่ครัวไทยนับแต่อดีต ที่สามารถเรียกลูกค้าให้กลับมาใช้บริการครั้งแล้วครั้งเล่า และเป็นสูตรลับเฉพาะตัวที่ผ่านการสั่งสมประสบการณ์ ค่อยๆ ปรุง ค่อยๆ ทดลอง กระทั่งได้สูตรความอร่อยที่ลงตัว เพราะการปรุงอาหารก็คือวิทยาศาสตร์ ทุกกระบวนการความอร่อยล้วนมีเหตุมีผล เช่นเดียวกับ “ขาหมูสูตรโอวัลติน” ของ อาจารย์อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข ที่ไม่ได้ใส่โอวัลตินเพื่อความเท่อย่างเดียว แต่โอวัลตินยังเป็นหนึ่งในเคล็ดลับความอร่อยที่ช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำแกงให้หอม ออกหวานนิดๆ สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตร์บัณฑิต เอกชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง แม้จะไม่ไ
ข้าวห่อใบบัว เมนูที่หากินได้ไม่ง่ายนัก หรือแม้ที่ขายกันอยู่ ผู้บริโภคก็กังขาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากใบบัว ที่เกิดจากการทำนาบัวมีสารฆ่าแมลงตกค้างค่อนข้างมาก คุณจงดี เศรษฐอำนวย หรือป้าแจ๋ว ผู้นำกลุ่ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร “ไร่นาสวนผสม” ที่ 97/1 หมู่ 1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้พลิกฟื้นเมนูนี้ ขึ้นมาอีกครั้งโดยมีจุดขายนอกจากรสชาติที่อร่อยลงตัวแล้ว ใบบัวที่นำมาใช้ ยังปลูกกันเอง ปล่อยโตตามธรรมชาติ และไม่ใช้สารเคมี เพื่อควมปลอดภัยในการนำมาห่อ “ข้าวห่อใบบัว” สำหรับ ส่วนผสมหลักๆ ของข้าวห่อใบบัว มีดังนี้ 1.ข้าวผัด 2.ไข่เค็มแดง 3.กุนเชียง 4.กุ้งแห้งทอด 5.แปะก๊วย 6หมูหมักรวนเค็ม 7.เห็ดหอม ทั้งนี้ ข้าวผัด ที่นำมาใช้ห่อนั้น เป็นข้าวหอมมะลิ หุงสุกผัดกับวัตถุดิบได้แก่ รากผักชีกระเทียมพริกไทย น้ำตาลทราย น้ำมันงา หอมใหญ่สับ ผักสามสี(แครอท ถั่วลันเตา ข้าวโพด) และน้ำปรุงรส (ที่ประกอบด้วย ซอสปรุงรส น้ำมันงา และน้ำตาลทราย) ใบบัวก่อนน้ำมาใช้ ต้องนำไปนึ่งให้ใบเหี่ยวลง และนิ่ม เหมาะแก่การห่อ และเมื่อห่อแล้ว ก็ต้องนำไปนึ่งอีก ราว 15 นาที ก็จะได้กลิ่นหอมของใบบัวเวลารับประทาน ที่กลุ่มของ ป้าแจ๋ว ร
