How to
โลกออนไลน์ มีการแชร์ สาวเมืองราชบุรี ปิ้งไอเดียทำวุ้นกะทิเป็นรูปเด็กทารกเบบี้ น่ารักที่มีรูปแบบคล้ายกับเด็กทารกจริงๆ ที่กำลังนอนหลับบนเบาะรองนอน โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Lucky Marwin Wongyai โพสต์ว่า “เพิ่งจะคลอดน้องชายมาวินเมื่อตะกี้เอง… มาวินบอกว่าน้องเบบี้นอนหลับอยู่เหรอ… อืม… เหมือนจริงเหรอ” จนมีผู้สนใจเข้าไปกดไลค์และกดแชร์กันเป็นจำนวนมาก หลายคนต่างเอ่ยปากในทำนองเดียวกัน “น่ารักเว่อจนไม่กล้ากิน” ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถึงที่มาของวุ้นกะทิเด็กทารกไอเดียเก๋ๆ ที่บ้านเลขที่ 328/90 ซอยเขาวังวิลลา ซ.3 เขตเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ที่รับทำวุ้นกะทิรูปเด็กทารก มีป้ายติดไว้ที่บริเวณปากทางเข้าบ้านว่า บ้านวุ้นมาวิน ราชบุรี วุ้นหลากหลายรูปแบบ รับทำตามออร์เดอร์ ภายในบ้านก็พบกับนางสาวปิยธิดา วงษ์ใหญ่ อายุ 37 ปี กำลังขะมักเขม้นบรรจงทำด้วยความปราณีตวุ้นกะทิรูปเด็กทารกเพื่อส่งลูกค้าตามที่ได้รับออร์เดอร์ไว้เพื่อให้ได้ลิ้มลองรสความอร่อยในสูตรเฉพาะของทางร้าน มีความหอม รสชาติอร่อยถูกปาก คุณปิยธิดา วงษ์ใหญ่ เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพขายวุ้นหลากหลายรูปแบ
ไก่ย่าง ริมทาง อาจเป็นเมนูชินตา ด้วยเพราะวัตถุดิบหาได้ง่าย เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ต้องมีร้านใหญ่โต แค่รถเข็นหรือโต๊ะ 1 ตัว กับเตาย่างก็ขายได้แล้ว แต่ถ้าจะให้ขายไก่ย่างเสียบไม้คงจะธรรมดาเกินไป คุณหนูนา เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ จึงเกิดแนวคิด นำ “ต้นตะไคร้” มาใช้แทนไม้เสียบไก่ สร้างความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร คุณหนูนา-จันทิมา นิลบุตร วัย 33 ปี เจ้าของร้าน ไก่ตะไคร้ แห่งตลาดโรงโป๊ะ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ที่เจ้าตัวอดีตเคยเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้า แต่เพราะเศรษฐกิจไม่เฟื่องฟูเหมือนเมื่อก่อน เลยเปลี่ยนอาชีพมาขายอาหารแทน เพราะเชื่อว่าของกินยังไงก็ขายได้-ขายง่ายกว่า เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของ “ไก่ตะไคร้” เธอบอก ปกติจะเห็นไก่ย่างเสียบไม้ทั่วไป จึงอยากลองทำอะไรแปลกใหม่ดูบ้าง เพราะคนเริ่มเบื่ออาหารแบบเดิมๆ กระทั่งนำ ต้นตะไคร้มาเสียบไก่ย่างแทนไม้ เกิดเป็น “ไก่ตะไคร้” ทำขายมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว จุดเด่นของไก่ตะไคร้ คือ ใช้ต้นตะไคร้มาเสียบเนื้อไก่แทนไม้ที่เห็นตามทั่วไป เพราะต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับตัวสินค้า สร้างเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และตะไคร้ยังเป็นสมุนไพรไทยที่หาได้ง่าย นำมาย่างแล้วมีกลิ่นหอม ไม
“…จะดีแค่ไหน ถ้าทุกเมนูอาหารจะกลายเป็นเรื่องง่ายและอร่อยแซบสุดติ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็เนรมิตอาหารรสอร่อย ด้วย “น้ำนัวส์ ลาปาญ่า” ในชั่วพริบตา ไม่เกิน 1 นาที” …………… เนื้อหาข้างต้น เป็นประโยคประชาสัมพันธ์ของผลิตภัณฑ์น้ำปรุงรสมะนาวสด ที่สามารถนำไปเป็นรสชาติหลักของทั้งส้มตำ ยำทุกชนิด และก๋วยเตี๋ยว ภายใต้แบรนด์ “น้ำนัวส์ ลาปาญ่า” โอท็อป 5 ดาวของจังหวัดกำแพงเพชร มี คุณคุณานนต์ ทองงิ้ว เป็นผู้ดูแล เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นชาวกำแพงเพชร จบการศึกษาคณะศิลปะการแสดง เอกการละคร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อนหน้านี้เคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาด้านการแสดง เปิดบริษัทออร์แกไนซ์ รับจัดงานแต่งงาน เปิดตัวสินค้า หลังแต่งงานมีครอบครัว หันมาเปิดร้านอาหาร ใช้ชื่อว่า ร้านอาหารไทยสี่ภาค ลาปาญ่า มีเมนูไฮไลต์ เป็น “ส้มตำ” รสชาติถูกปากของใครหลายคน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ “ส้มตำ” ได้รับการกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางในหมู่ลูกค้านั้น อาจเพราะทางร้านของเขามีสูตร “น้ำปรุงรส” ที่ทำออกมาได้จัดจ้านโดนใจ ปรุงเมื่อไหร่อร่อยเมื่อนั้นเหมือนกันทุกครั้งที่สั่ง คุณคุณานนต์ ทองงิ้
“บุ๊นหม็อก” (Bún Mộc) เป็นอาหารเส้นทางภาคเหนือของเวียดนาม เป็นขนมจีนที่มีน้ำซุปเหมือนก๋วยเตี๋ยวคือเป็นน้ำซุปซี่โครงหมู หรือจะใช้กระดูกหมูส่วนอื่นด้วยก็ได้ขอให้มีเนื้อติดกระดูกด้วย เช่นกระดูกคอหมู โดยนำกระดูกหมูไปลวกน้ำทิ้งครั้งหนึ่งเพื่อกำจัดกลิ่นคาว ไขมัน เลือด และสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ จากนั้นจึงนำกระดูกหมูลงต้มพร้อมกับหอมหัวใหญ่ เห็ดหอม (ในเวียดนามจะใช้ผงปรุงรสเห็ดที่ทำจากเห็ดขายเป็นกระปุก) ปรุงรสด้วยน้ำตาลกรวด เกลือ และพริกไทยเม็ดให้มีรสอ่อนๆ เคี่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้กระดูกหมูเปื่อยและน้ำซุปหวานได้ที่ ระหว่างนี้ก็มาเตรียมลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นแบบนี้เองที่คนเวียดนามเรียกว่า “หม็อก” (Mộc) ถ้าเป็นที่เวียดนามเขาจะมีขายแบบบดสำเร็จมาเลยเรียกว่า “หย่อซ้อม” (Giò sống) แต่เราบดเองได้โดยใช้เครื่องบดสับอาหาร ใส่เนื้อหมูผสมกับมันหมูลงไปบดให้ละเอียดเนียนเหนียว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา และพริกไทยปั่นอีกรอบให้เข้ากันดี หรือจะทุ่นเวลาด้วยการซื้อหมูเด้งมาแทนก็ได้ แล้วนำมาผสมเครื่องเพิ่ม ตักหมูบดใส่ชามโคมใบใหญ่ ใส่เห็ดหูหนูดำหั่นฝอยๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมซอยลงไปคลุกให้เข้ากันอีกทีแล้วแบ่งเป็น 2
ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจร้านขนมครกคุณภา ณ ตลาดวังหลัง ตรงข้ามโรงพยาบาลศิริราช คุณภา ชัยภา วัย 50 ปี เจ้าของร้านขนมครกคุณภา เจ้าเก่าตลาดวังหลังที่ขายมากว่า 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเป็นจังหวัดสุรินทร์ ก็ทำขนมครกขาย ซึ่งช่วยกันทำกับภรรยา แต่ก็อยากขายได้เงินเยอะขึ้น จึงเข้ามาขายที่กรุงเทพฯ ได้ที่ขายในตลาดวังหลัง จึงตั้งร้านขาย ขายที่นี่มาประมาณยี่สิบปีได้แล้ว สูตรขนมครก เป็นสูตรโบราณของคนเฒ่าคนแก่ สืบทอดมาจากรุ่นย่ารุ่นยาย พ่อแม่เขาก็สอนให้ทำ ก็ทำมาตลอด จนเอามาขาย ก็ขายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ขายที่ตลาดวังหลังได้สักสองสามปี ก็เริ่มขายดีมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องมาปรับวิธีการทำขนมครกเพื่อให้ทันต่อความต้องการของคนซื้อ ที่มายืนรอ โดยวิธีการปรับนั้น คุณภา บอกว่า “ปรับโดยวิธีการหยอดขนมครก เพราะการหยอดทีละหลุมแล้วงัดขึ้นมาทีละหลุด ทีละหลุม มันทำให้เสียเวลามาก เลยใช้การราดแป้งไปทั่วทั้งถาดเพื่อให้สามารถยกขนมครกในถาดที่อังไฟขึ้นมาทั้งแผงได้ ก่อนจะเอากรรไกรมาใช้ตัดแยกทีหลังซึ่งง่ายและเร็วกว่า และที่ยังขายได้มาตลอด 20 ปี ทั้งยังมีคนมาต่อคิวซื้อ ขายได้ตลอด เพราะมีเคล็ดลับคือ ทำขนมค
เวลาจะทำอาหารบางครั้งทำเพราะอยากทาน บางครั้งทำเพราะได้วัตถุดิบมา แต่เมนูนี้ทำเพราะถูกใจภาชนะ! พอดีไปร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ เห็นถาดฟอยล์รูปเปลือกหอยน่ารักดี น่าจะเอามาทำพาสต้าอบชีส เสิร์ฟเป็นที่พอรับประทานท่าจะดี เอาละได้ภาชนะแล้ว เข้าตลาดซื้อกุ้งสด ปลาหมึกกล้วยตัวย่อมๆ แคร์รอต หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดรวม ใบพาร์สเลย์สำหรับตกแต่ง เส้นพาสต้าจะใช้แบบไหนดี มะกะโรนีแบบข้อก็ดีแต่จะธรรมดาไป เอาเส้นแบบเกลียว เรียกว่าฟูซิลลี่ดีกว่าค่ะ ส่วนชีสในตู้มีทั้งมอซซาเรลล่า (สีขาว โดนความร้อนแล้วจะเหนียว เยิ้ม) และเชดด้า (สีเหลือง แบบเดียวกับที่ใส่แฮมเบอร์เกอร์ เมนูนี้ภาชนะมีขนาดไม่ใหญ่ ส่วนประกอบมีหลายอย่าง จึงแนะนำให้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทั้งผัก ทั้งอาหารทะเล จะได้พอดีคำค่ะ แบ่งกุ้งแบบเป็นตัวเอาไว้แต่งหน้า แนะนำให้หั่นวัตถุดิบและลวกพอสุก เตรียมของไว้ก่อน แล้วจึงทำซอสขาวจะได้คลุกทีเดียว ชิม ใส่ถาดฟอยล์ โรยชีสแล้วอบ ลองทำ 2 แบบค่ะ อีกแบบโรยชีสก่อน อบสัก 15 นาที ให้พอเหลือง เอาออกมาโรยเกล็ดขนมปัง แล้วอบต่อให้เกล็ดขนมปังเหลืองกรอบ อร่อยอีกแบบค่ะ ผักที่เลือกใช้นอกจากรสชาติหวานแบบธรรมชาติซึ่งจะตัดกับเกลือที่โรย และมีสีสั
เปลี่ยนสายนาฬิกาที่ดูดาษดื่นให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยฝีมือของ “โต้ง ปิยวัช ชูตระกูล” ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้า พระนครเหนือ ผู้ชายจิตใจดี ที่หลงใหลนาฬิกาข้อมือ ถึงขนาดเคยนำเงินเก็บ ซื้อนาฬิกาเรือนละ 4 แสนบาทเพื่อนำมาสะสม ล่าสุดเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นธุรกิจ ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรเครื่องมือบอกเวลาไซซ์เล็กที่บ้านย่านลาดพร้าว สร้างเอกลักษณ์ใช้หนังจากกระเป๋าเก็บกระสุนสมัยสงครามโลกภายใต้แบรนด์ crazy chick straps สร้างรายได้ทั้งปีนับล้านบาท คุณโต้ง เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบ คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์นาน 10 ปีจนกระทั่งอยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นคือ “นาฬิกา” ในที่สุดขายกิจการแล้วมุ่ง หน้าสร้างธุรกิจตามที่ใจรัก สินค้าชิ้นแรกที่วางขาย คือ สายนาฬิกา ทำจาก กระเป๋าหนังที่ใช้เก็บกระสุนของทหารอเมริกันสมัยสงครามโลก “ผมเปิดร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับรับซ่อม – รับซื้อนาฬิกา จนกระทั่งรายได้นาฬิกานั้นมากกว่า หนที่สุดขายธุรกิจรับซ่อมคอมพิวเตอร์ แล้วมาสร้างตัวด้วยการขายสายนาฬิกาเต็มตัว เรียกว่า รายแรกและรายเดียว
หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มวัยเพียง 29 ปี อดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริม เพราะมองว่าไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ ไม่มีโรค ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ลงทุนครั้งเดียว ที่สำคัญไม่รบกวนงานประจำ “ผมใช
กล้วย ถูกนำมาใช้แทนคำเปรียบเปรยในประโยคบ่อยครั้ง เช่น เรื่องกล้วยๆ ของกล้วยๆ หรือแม้กระทั่ง คำว่า ง่ายกว่ากล้วย ก็แสดงให้เห็นว่า กล้วย เป็นไม้ผลชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ง่าย นำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย รวมถึง ปลูกง่าย การันตีการปลูกว่า “ง่าย” ได้ไม่ยาก ลองพิจารณาจากตรงนี้ พื้นที่เพียง 1 ตารางวา ก็สามารถปลูกกล้วย ให้ได้ผลผลิตดี งอกงาม ใช้ประโยชน์ในทุกส่วนจากต้นกล้วยได้ ไม่ยากจริงๆ กล้วยแคระ ปลูกในกระถาง การดูแลเหมือนกัน วิธีปลูก – หลุมปลูก ควรขุดหลุมขนาดประมาณ 50 คูณ 50 เซนติเมตร (กว้างxยาวxสูง) ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม 3-4 กำมือ หากมีปุ๋ยคอก ให้ใช้ปุ๋ยคอก แต่ถ้าไม่มีให้ซื้อปุ๋ยชีวภาพมาใส่แทน – พันธุ์ สายพันธุ์กล้วยจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีสายพันธุ์ที่ดีก็วางใจไปเกินครึ่งว่า การปลูกกล้วยครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ได้เครือใหญ่ ผลสวย รสชาติดี แต่ถ้าสายพันธุ์ไม่แน่ชัด ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ เพราะกล้วย อย่างไรก็คือ กล้วย ถ้าไม่ใช่กล้วยป่าก็ไม่ต้องกังวล เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีเมล็ดในผลกล้วยให้รำคาญยามกิน หน่อกล้วย หาซื้อได้ตามชอบใจ ตามร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ หากพื้นที่เพียง 1 ตารางวา จำนวน 1 หน่อ จัดว่
ขนมทองเอก เป็น 1 ในขนมไทยตระกูลทองสำหรับงานมงคล ผู้ช่วยศาสตราจารย์พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เล่าว่า ด้วยรสชาติความหวาน สีสันสวยงาม รูปทรงที่สื่อถึงความเป็นไทย ทั้งชื่อและความหมายก็เป็นสิริมงคล ไม่เพียงเท่านั้น ขนมทองเอกยังมีเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งคือ ด้านบนหรือยอดของขนมจะมีทองคำเปลวติดอยู่ สื่อความหมายอันเป็นมงคลเสมือนการอวยพรให้เป็นที่หนึ่ง หรือเป็นหนึ่งเดียว เหมาะสำหรับงานแต่งงาน-อวยพรให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และยังเหมาะกับการอวยพรหรือแสดงความยินดีในหน้าที่การงาน-แสดงถึงความก้าวหน้า การได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น เป็นที่หนึ่ง และได้พัฒนาสูตร เพิ่มคุณค่าสารอาหาร โดยสร้างสรรค์เป็นขนมไทยทองเอกสูตรฟักทอง ซึ่งเลือกใช้ฟักทองญี่ปุ่น (Japanese Pumpkin) จากโครงการหลวงมาเป็นส่วนผสมหลัก “พื้นที่มูลนิธิโครงการหลวงที่ปลูกฟักทองญี่ปุ่นหลายแห่ง ซึ่งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ปลูกฟักทองญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ฟักทองญี่ปุ่นมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย ทั้งธาตุเห
