How to
ต้องยอมรับความจริงว่าโลกใบนี้เป็นของคนรุ่นใหม่ เพราะฉะนั้น เวลาเขาจะคิดทำธุรกิจอะไรมักจะเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันอยู่เสมอ อย่างที่ผ่านมาต่อการทำธุรกิจโฮสเทล ก็เป็นการตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ชอบออกไปผจญภัยโลกกว้างด้วยตัวเอง เพราะแค่เขารู้ความต้องการว่าจะไปพักประเทศไหน บริเวณไหน ทำเลอะไร เขาจะเสิร์ชหาจากโลกอินเตอร์เน็ตทันทีว่ามีโฮสเทลที่ไหนราคาถูกๆ อยู่ใกล้บริเวณที่เขาจะไป และเขาจะจองห้องพักผ่านออนไลน์ทันที จ่ายเงินจองล่วงหน้าด้วยบัตรเครดิต พอมาถึงเขาก็จะเข้าพักอย่างไม่มีปัญหาใดๆ เช่นเดียวกับธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-working Space) หรือธุรกิจที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และบางประเทศในเอเชีย อย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ทั้งนั้นเพราะคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยทำงาน โดยเฉพาะคนเจเนอเรชั่น Y เจเนอเรชั่น Z ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในการทำงานขององค์กรต่างๆ ต่างต้องการความอิสระทางความคิด พวกเขาไม่ชอบการประชุมในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแต่ความจริงจัง เพราะเขาเชื่อว่าการประชุมอย่างนั้นไม่สามารถทำให้เขาเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ หรือบางทีทำให้คิดไม่ออก หาข
มุมมองในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนต่างกัน มีช่องทางในการทำงานและประกอบอาชีพที่แตกต่างกันไป บางครั้งการทำธุรกิจที่หลายคนใฝ่ฝันถึงก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ชีวิตของใครอีกหลายคน เฉกเช่น คุณสิทธิชัย จันทสุวรรณ หรือผู้ใหญ่เล็ก ผู้ใหญ่บ้านคีรีรัตน์ ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่มาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน ผู้ใหญ่บ้านที่ใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติงานราชการ และช่วยเหลือชาวบ้าน มาประกอบอาชีพเสริมอีกหนึ่งอาชีพ คือเป็นเกษตรกร ทำเกษตรผสมสานบนพื้นที่ 4 ไร่กว่า สร้างรายได้เพิ่มอย่างน่าพึงพอใจสำหรับชีวิตเกษตรกรคนหนึ่งที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด และดำเนินวิถีชีวิตอย่างพอเพียง ผู้ใหญ่เล็ก เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนมีความคิดอยากเป็นนักธุรกิจ ประจวบกับมีที่ดินอยู่ที่เกาะสมุย จึงลงทุนทำธุรกิจเปิดบริการที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะสมุย ก่อนที่จะมีเหตุให้เลิกทำ เนื่องจากพ่อแม่ที่บ้านป่วย และต้องการคนดูแลใกล้ชิด อีกทั้งการทำธุรกิจมันมีความเครียดและแรงกดดันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการบริหาร เรื่องผลกำไร การลงทุน เครียดอยู่ตลอดเวลา จึงตัดสินใจร่วมกับภรรยาว่าจะเลิกทำธุรกิจ แล้
ก๋วยเตี๋ยวหลอด เป็นอาหารจานเดียวที่ได้รับความนิยมอีกเมนูหนึ่ง ที่ใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวนำเข้าเครื่องเคียงหลากหลายชนิด ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวหลอด สูตรโบราณ” หลัง สน.พลับพลาไชย เปิดขาย มากว่า 60 ปี การันตีความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เส้นใหญ่นุ่ม หอมซีอิ๊วดำ เครื่องเคียงเยอะ อร่อยแบบโบราณ คุณธญาน์นริน นวินณธญานันทน์ หรือ เชอรี่ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ปัจจุบันเปิดขายเป็นรุ่นที่ 3 ต่อจากคุณแม่ ที่ได้รับสืบทอดสูตรการทำก๋วยเตี๋ยวหลอดมาจากรุ่นคุณยาย เป็นสูตรดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่สมัยที่คุณยาย หาบขายอยู่บริเวณหน้าโรงพักกลาง หรือตอนนี้เปลี่ยนเป็น สน.พลับพลาไชย กระทั่งปัจจุบันได้มาตั้งขายอยู่ภายในซอยข้าง สน.พลับพลาไชย มีทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ เส้นใหญ่ และ เส้นหมี่ ใช้ผักเครื่องเคียงเป็นถั่วงอกเด็ดหัวที่เป็นดำๆ ออกแล้วนำมาล้างให้สะอาดก่อนนำไปลวกในน้ำเดือด โรยด้วยเครื่องเคียง ประกอบด้วย ไชโป๊หวานซอย ต้นหอมผักชี กุ้งแห้งตัวใหญ่ น้ำมันกระเทียมที่เจียวเองวันต่อวัน ราดด้วยซอสซีอิ๊วดำ สูตรเฉพาะของทางร้าน คลุกเคล้าให้ทั่วก่อนกิน ทางร้านเตรียมเครื่องปรุงรสไว้ให้บนโต๊ะ
น้อยหน่าพันธุ์ “เพชรปากช่อง” เกิดจากการผสมระหว่าง พันธุ์เซริมัวย่า (cherimoya x หนังครั่ง) x หนังเขียว มีลักษณะต้นใหญ่และสูงกว่าน้อยหน่าพันธุ์ทั่วไป ใบเป็นรูปหอกสีเขียวเข็ม ต้นพุ่มโปร่งปานกลาง ดอกใหญ่ ผลเป็นรูปหัวใจ ผิวค่อนข้างเรียบ ร่องตาตื้นคล้ายน้อยหน่าหนัง ผลอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่จัดจะมีสีเขียวอ่อนถึงขาวนวล ผลไม่แตกเมื่อแก่ เปลือกบางลอกออกจากเนื้อได้เมื่อสุกจัด เนื้อเหนียวคล้ายน้อยหน่าหนัง หลังจากปลูกอายุ 2 ปี จะเริ่มให้ผลผลิตเต็มทีและเพิ่มขึ้นทุกๆปี น้อยหน่าพันธุ์ “เพชรปากช่อง” มีจุดเด่นที่น่าใจอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อปลูกไปนานปีก็จะยิ่งให้ผลผลิตที่เพิ่มพูนมากขึ้น คุณสุรพลบอกว่า การปลูกน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องในปีแรกจะให้ผลผลิตไม่เกิน 3 ลูก ต่อต้น ปีที่ 2 ก็จะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 -15 ลูกและจะเพิ่มขึ้นทุกๆปี เรียกว่าปลูกครั้งเดียวสามารถที่เก็บผลผลิตได้นานนับ 10 ปี ถ้าหากดุแลรักษาให้ดีๆ แปลงน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง สำหรับพื้นที่แหล่งผลิตน้อยพันธุ์เพชรปากช่องที่มีคุณภาพและมีพื้นที่การปลูกมากที่สุดในประเทศไทย คงจะหนี้ไม่พ้นพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอปากช
จากกระแสความนิยมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ชอบกินต้นอ่อนผักชนิดต่างๆ รวมทั้งกระแสรักสุขภาพที่เกิดขึ้น ทำให้คนหันมากินและเลือกซื้อหาผักออร์แกนิก ผลไม้ไร้สารพิษกันมากขึ้น คุณรติรัตน์ นุชนารถ หรือ คุณน้อง วัย 55 ปี ก็เช่นกัน ชอบรับประทานผักบุ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บังเอิญเพื่อนคนหนึ่งซื้อต้นอ่อนผักบุ้งมาฝากเพราะเห็นว่าชอบ เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าทำไมถึงไม่เพาะเพื่อกินเอง และคิดว่าเพาะเองก็คงไม่ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เพาะต้นอ่อนทานตะวันอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ตัดสินใจเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง เริ่มแรกๆ ที่เพาะ ก็ไม่ได้ผลดีมากนัก กว่าจะเรียนรู้เทคนิคและวิธีการปลูกที่ได้ผลดี ลองผิดลองถูกมาใช้เวลาพอสมควร โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วย ปัจจุบัน คุณรติรัตน์ มีอาชีพเป็นข้าราชการ แต่เพาะต้นอ่อนผักบุ้งขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งเธอจะนำต้นอ่อนผักบุ้งไปขายช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และทำส่งให้กับแม่ค้าคนกลางรายหนึ่ง ตามแต่ออเดอร์ที่สั่งมา คนกลางจะรับไปขายอีกต่อหนึ่งตามงานแสดงสินค้าเกษตรบ้าง ออกบูธตามห้างสรรพสินค้าบ้าง เนื่องจากคนที่มารับไปเป็นสมาชิกเกษตร ซึ่งเขามีแหล่งขายอย
ยำทูน่าสตรอว์เบอร์รี่เป็นสูตรที่คุณป๊อบปี้ เพื่อนสมัยนักเรียนทำให้ทานกันในงานปาร์ตี้ คุณป๊อบปี้เป็นคนที่มีฝีมือทางด้านการทำอาหาร การจัดจานที่สวยงามและชอบจัดดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ อาชีพหลักของเธอ คือ เป็นนักประชาสัมพันธ์แต่มีศิลปะในหัวใจ ทำสิ่งต่างๆ ออกมาได้สวยงามเสมอ จึงขอสูตรเธอมาทำให้ท่านผู้อ่านได้ลองทำทานกันเป็นของว่างเบาๆ เมื่อไปหาซื้อวัตถุดิบที่โครงการหลวง เจอใบเลม่อน ไทม์ น่าสนใจ แอบดมละ มีกลิ่นหอม หันมาเจอผักโขมสีแดงกับสีเขียว ปกติจะเจอแต่สีเขียว คิดว่าเอามาผสมด้วยน่าจะทำให้จานน่าสนใจขึ้นค่ะ อย่างที่พูดเสมอมาว่าผักโครงการหลวงจะสด มีผักใหม่และราคาไม่แพง ในส่วนของปลาทูน่านั้น ถ้ากลัวไขมันจะใช้แบบในน้ำเกลือก็ได้ ส่วนตัวรู้สึกว่าปลาทูน่าในน้ำเกลือเวลาจะปรุงอาหาร เทน้ำเกลือออก เนื้อปลาจะแห้งไปนิด จึงเลือกใช้ปลาทูน่าในน้ำมันทานตะวันซึ่งมีประโยชน์และเนื้อปลาไม่แห้ง ลงมือทำเลยดีกว่าค่ะ ส่วนผสม ทูน่าในน้ำมันพืช 1 กระป๋อง สตรอว์เบอร์รี่ตัด 4 เซเลอรี่หั่นชิ้นบางๆ บัตเตอร์เฮด สลัด ผักโขมคละสี เลม่อน ไทม์ อัลมอนด์แท่ง พริกขี้หนูสวน หอมแดงปอกเปลือก หั่นบางๆ น้ำยำ น้ำมะนาว เกลือ น้ำตา
หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มวัยเพียง 29 ปี อดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริม เพราะมองว่าไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ ไม่มีโรค ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ลงทุนครั้งเดียว ที่สำคัญไม่รบกวนงานประจำ “ผมใช
อดีตสาวโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ผันตัวขายซาลาเปาจิ๋ว ลองผิดลองถูกปรับสูตรด้วยตัวเอง ใส่เทคนิคสร้างความต่างลงไปด้วยการฉายแสงสปอตไลท์ก่อนนึ่ง จนกระทั่งกลายเป็นซาลาเปารสชาติถูกปาก ราคาเป็นมิตร เพราะขายถูกลูกละ 1 บาท ขึ้นแท่นของดีจังหวัดนครราชสีมา คุณวงเดือน ซิลเวอร์ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า อดีตเคยเป็นพนักงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ กระทั่งพี่ชายชวนไปขายซาลาเปา ย่านรังสิต กรุงเทพฯ โดยรับผิดชอบฝ่ายขนส่ง ผ่านไปปีกว่า มีความคิดอยากจะสร้างธุรกิจของตนเอง พี่ชายเลยมอบสูตรการทำซาลาเปาติดตัวมา แม้มีสูตร และคลุกคลีอยู่กับซาลาเปานานนับปี แต่เนื่องจากคุณวงเดือน ไม่เคยสัมผัสกรรมวิธีการผลิต ฉะนั้นเธอเลยอาศัยการลองผิดลองถูก ราว 2 เดือน กว่าจะเป็นซาลาเปาจิ๋ว ลูกเล็ก น่ารับประทาน สำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญ เจ้าของร้าน บอกว่า มีลังนึ่ง มีเครื่องตีแป้ง และอุปกรณ์ทำครัวทั่วไป ด้านกระบวนการผลิต ขั้นแรก นำวัตถุดิบในส่วนของเนื้อแป้ง มีนำแป้งสาลี น้ำตาลทราย เนย ผงฟู มาตีให้เนียน แบ่งแป้งออกเป็นก้อนเล็ก โดยแป้งประมาณ 1.5 กิโลกรัม แบ่งได้ราว 700 ชิ้น ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม แล้วกดทับแป้งให้แผ่ออก บรรจุไส้ ซึ
น้ำสลัดข้น ปริมาณ 1 โถปั่น ส่วนประกอบ ไข่ไก่ทั้งฟอง (เบอร์ 1) 2 ฟอง น้ำมะนาวสด 4 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ นมข้นหวาน ½ ถ้วยตวง พริกไทยป่น 1½ ช้อนชา เกลือป่น 1½ ช้อนชา น้ำมันรำข้าว 2 ถ้วยตวง น้ำสลัดโหระพา – แก้หวัด ช่วยย่อย ใบโหระพาทอด 50 กรัม (1 กำ) น้ำสลัดขมิ้นชัน – ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ขมิ้นชันสด (ปอกเปลือก) 5 กรัม น้ำสลัดกระเจี๊ยบ – บำรุงเลือด กระเจี๊ยบเคี่ยวจนนิ่ม 30 กรัม น้ำสลัดอัญชัน – บำรุงสายตา ดอกอัญชันสด ประมาณ 30 กรัม วิธีทำน้ำสลัดข้น ตอกไข่ไก่ใส่ชาม แล้วเทไข่ไก่ น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว พริกไทย เกลือ และส่วนประกอบ สมุนไพรที่ต้องการ(ตามปริมาณที่กำหนดตามสูตรข้างต้น) ลงในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมให้ขึ้นฟู แล้วค่อยๆ เทน้ำตาลลงไป ปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่นมข้นหวานลงไป ปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน ค่อยๆ เทน้ำมันลงไปช้าๆ ปั่นให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
เจ้าของร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น HOTTO BUN ผุดไอเดียปลอบใจนักศึกษาที่มีผลการเรียนติด F ด้วยการให้กินฟรี! เมนู “เบนโตะ” ตั้งใจไม่อยากให้เศร้า เพราะชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป ภายหลังที่ออกเคมเปญนี้มา 1 เดือน มีนักศึกษาเข้ามาใช้บริการแต่ละวัน 10 รายต่อสาขาเท่านั้น คุณธนากร ปมุติโต หรือคุณเบียร์ เจ้าของร้านอัธยาศัยดีวัย 37 ปี เปิดร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น 2 ปีขยายได้ 8 สาขา คือ สาขาธรรมศาสตร์ รังสิต สาขาท่ามหาราช สาขาเชียงใหม่ /กาแฟโสด สาขาม.กรุงเทพ สาขามหิดล ศาลายา สาขา ม.ขอนแก่น สาขา ABAC บางนา สาขา ม.เกษตร บางเขน โทร (086) 327 – 0271 คุณเบียร์ เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันเปิดร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น เมนูเด่น คือ เบอร์เกอร์บัน ขนมปังใช้วิธีการนึ่งแทนการอบ ให้ความรู้สึกเหมือนแป้งซาลาเปานุ่มๆ คล้ายๆ หมั่นโถ มีหลากหลายไส้ ไส้ยอดฮิต คือ หมูอบรสเข้มรสชาติจัดจ้าน ไม่ต้องขอซอสเพิ่มเลยทีเดียว ปัจจุบัน เบอร์เกอร์บัน มีเสิร์ฟที่ร้านนี้ร้านเดียวเท่านั้น และด้วย 8 สาขาที่เจาะตลาดนักศึกษา ทำให้เจ้าของร้าน เข้าอกเข้าใจ ลูกค้ากลุ่มนี้ดี เขาจึงออกเคมเปญ ติด F ให้กินฟรี! ขึ้นมา “ร้าน HOTTO
