How to
มีไอเดียจากกว่างโจวมาฝากครับ แต่จะกู๊ดไอเดียหรือแบดไอเดีย ลองดู คนไทยเรียก กว่างโจว ว่า กวางเจา มานานนม พอไปที่โน่น เขาเรียกกันกว่างโจว เลยกว่างโจวตามไปกับเขาด้วย เมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาจจะเกือบ 20 ปี ผมเคยไปกว่างโจวมาหนหนึ่ง ตอนนั้นผู้คนยังใส่แต่เสื้อสีเทาๆ คอตั้ง รถราขี่จักรยานเต็มเมือง เที่ยวตลาดสดมีแมว หมา งู แขวนขาย ไปคราวนี้ ผิดเป็นหน้ามือหลังมือ อาหมวยนุ่งสั้น อาตี๋ผมตั้ง เหมือนเดินอยู่ในฮ่องกง แถมมาจูจุ๊บกันในรถไฟใต้ดินด้วย ซึ่งวิ่งเพ่นพ่านไปได้ทุกที่ทั่วเมือง กว่างโจว ถนนลอยฟ้าก็เยอะแยะ ห้างใต้ดินบนดินมีเป็นดอกเห็ด ของก๊อบ ของแบรนด์เนมซื้อได้ทุกอย่าง แม่ค้าเมืองไทยชอบไปหอบของขายส่งที่กว่างโจวมาขายทุกชนิด ยิ่งหน้าที่เขามีงานแสดงสินค้าปีละ 2 หน คนไทยเดินชนกันตามตรอกเลย กว่างโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง อยู่ใกล้ๆ กับเสิ่นเจิ้น ฮ่องกง ต้นตำรับอาหารกวางตุ้ง ติ่มซำ ขนมจีบ ซาลาเปา ก็อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ใครไปกว่างโจวแล้วไม่ได้กินติ่มซำก็เหมือนไม่ได้มากว่างโจว เมืองใหญ่ๆ ในจีน อย่างกว่างโจว เซี่ยงไฮ้ เสิ่นเจิ้น วุ่นวายพอๆ กัน คนเยอะมาก เบียดเสียดกันในรถไฟ เดินถนน ดีที่ห้างช็อปปิ้งมีห
คำว่า Amigurumi เป็นคำภาษาญี่ปุ่น มาจากคำว่า Ami แปลว่า การถักโครเชต์และนิตติ้ง กับคำว่า Nuigurumi แปลว่า ตุ๊กตาแบบยัดไส้ เมื่อแปลเป็นไทยจะมีความหมายว่า การถักโครเชต์ตุ๊กตาด้วยไหมพรม ในแพทเทิร์นแบบเดียวกัน คือ เริ่มต้นจากการถักไหมพรมในลักษณะก้นหอยก่อน แล้วค่อยถักต่อขึ้นไปจนเป็นตุ๊กตารูปร่างต่างๆ คุณส้ม-เพ็ญภัสสร บรรจงศิริ บัณฑิตสาววัย 24 สาขาเกษตรศาสตร์ ภาควิชาการจัดการศัตรูพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติ จากรั้วมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันสาวใต้คนนี้ กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาโรคพืชวิทยา ภาควิชาการจัดการศัตรูพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และยังมีอาชีพหารายได้ ด้วยการถักโครเชต์ตุ๊กตาไหมพรม ภายใต้ร้าน “coocomi” อีกด้วย คุณส้ม ให้ข้อมูลอย่างใจดีว่า เธอชื่นชอบไหมพรมมาก เป็นนักสะสมไหมพรมตัวยงก็ว่าได้ แต่ใครจะไปรู้ว่า ก่อนหน้านี้เธอถักไหมพรมไม่เป็นเลย ไม่มีความรู้ด้านนั้นด้วยซ้ำ จนเมื่อปี 2558 ช่วงที่เธอกำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่อ ปริญญาโท หรือ จะหางานทำดี ความบังเอิญของโชคชะตา เธอเปิดเจอคลิปสอนถักตุ๊กตาจากไหมพรมในยูทูบ ด้วยความที่ชื่นชอบไหมพรมอยู่แล้ว ระหว่างดู
นายขจร เชื้อขำ อายุ 43 ปี เจ้าของฟาร์มปลาช่อนวิเศษฟาร์ม อยู่ที่ 5 ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนได้ทำการศึกษาการเลี้ยงปลาช่อนมานานกว่า 20 ปี ซึ่งตอนนี้ผลิตภัณฑ์ของฟาร์มได้รับสินค้าคุณภาพ จีเอพี โดยปลาช่อนภายในฟาร์มนั้นเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป แล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกจำหน่ายในท้องตลาดได้หลายอย่าง เช่น ลูกชิ้นปลาช่อน ทอดมันปลาช่อน น้ำพริกปลาช่อน ปลาช่อนแดดเดียว ปลาช่อนลอดถ้ำ(ปลาเผาในกระบอก) เป็นต้น โดยตนเองและครอบครัวมีแนวคิดเลี้ยงปลาช่อนเองขายเอง โดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับปลาช่อนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าในการจำหน่าย นายขจรกล่าวว่า ในช่วงนี้ได้คิดค้นเมนูเด็ด ปลาช่อนป๊อบ และปลาช่อนเทมปุระ เตรียมเปิดขายแฟรนไชส์ หลังได้ออกร้านจำหน่ายปลาช่อนป๊อบ และปลาช่อนเทมปุระ ในงานต่าง ๆ ทั่วไปทำให้ประชาชนได้รู้ว่าปลาช่อนของจังหวัดอ่างทอง ที่ผ่าน จีเอพี แล้ว นำมาปรุงอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยปลอดภัย และมีคุณค่าทางอาหารมากมาย โดยวิธีการทำปลาช่อนป๊อบนั้นเริ่มจากนำเนื้อปลาช่อนมาแร่เอาก้างออกหั่นเป็นลูกเต๋าพอคำ นำไปชุบแป้งทอดลงในน้ำมัน เส
เขาว่าคนแก่ชอบกินของขม จริงหรือคะ? ฉันว่าฉันชอบกินของขมมาตั้งแต่ละอ่อน หรือว่าจะแก่แดดแก่ลม แต่ไม่ต้องขมขนาดบอระเพ็ดนะคะมันขมเกินไป ไม่ใช่แต่ชาวไทยที่ชอบกินของขม เพื่อนบ้านรอบตัวเราก็ล้วนกินพืชผักรสขมกันทั้งสิ้น ที่นึกออกอย่างแรกเลยคือ มะระ ตามด้วยใบขี้เหล็ก ใบยอ และสะเดา มะระเท่าที่เห็นประเทศในอาเซียนกินกันทุกประเทศคงได้รับอิทธิพลจากชาวจีนกันไปถ้วนทั่ว อย่างอื่นๆ ก็แล้วแต่ความนิยมในแต่ละท้องถิ่น เมื่อย่างเข้าปลายปีก็เป็นฤดูของสะเดาที่เป็นพืชพื้นถิ่นในแถบเอเชีย เป็นไม้ยืนต้นที่ขึ้นได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ นับเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของต้น ส่วนที่เรานำมากินก็จะเป็นส่วนยอดอ่อนและดอก มีรสขมมัน ใครชอบขมมากก็กินพันธุ์พื้นเมืองคือ สะเดายอดแดง ส่วนที่ชอบขมน้อยก็กินสะเดามันยอดสีเขียวอ่อน ช่วงปลายปีถึงต้นปีสะเดาจะออกช่อแตกใบอ่อนติดดอกน่านำมาลวกจิ้มกับน้ำปลาหวานและปลาดุกย่าง เสียเหลือเกิน ถ้าจะดีกว่านั้นต้องเป็นกุ้งแม่น้ำเผา นั่นเป็นเวอร์ชั่นไทยยอดนิยม ส่วนชาวเขมรก็นิยมนำสะเดามาลวกจิ้มน้ำพริกที่เรียกว่า “ตึกเกรือง” และนำมายำที่เรียกว่า “ญวมสะเดา” (ញាំស្ដៅ) โดยเขาจะนำสะเดามาลวก แล้วยำกับผัก
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 นางประนอม อานุสาน เกษตรกรบ้านบัว หมู่ 3 ตำบลดงขวาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การทำนาถือเป็นอาชีพหลักของคนในถิ่นนี้ ซึ่งหลังฤดูเก็บเกี่ยวต่างก็ต้องหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว บางคนก็เลือกที่จะปลูกพืชน้ำน้อย บ้างก็ทำอาชีพรับจ้าง แต่ตนเองและกลุ่มญาติๆ ได้รวมกลุ่มกันสานกระติบข้าวไม้ไผ่ เพราะเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษปลูกฝังมาและมองว่าสามารถทำขายได้ตลอดทั้งปี จึงเป็นอาชีพเสริมที่ดีและมั่นคงเพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับใส่ข้าวเหนียวไว้รับประทาน มีจำนวนความต้องการมาก โดยขณะนี้มียอดสั่งจองเข้ามามากจนผลิตแทบไม่ทัน โดยในช่วงแรกๆ ของการสานกระติบข้าวจะเป็นแบบปกติทั่วไป พอไปวางจำหน่ายลูกค้าก็ถามว่ามีลวดลายและรูปทรงอื่นไหม จึงได้นำเอาความคิดนั้นต่อยอดพัฒนามาเรื่อยจนกลายเป็นลวดลายและรูปทรงที่แปลกตาตามความต้องการของลูกค้า เช่น เป็นรูปหัวใจ เป็นอักษรข้อความบนกระติบข้าว หรือว่าลวดลายอื่นๆ อีกมากมายหลายแบบ ซึ่งราคาต่อลูกจะเริ่มที่ 120 บาทไปจนถึง 350 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด ลวดลายในการจักสาน และรูปทรงที่ประดิษฐ์ ยิ่งมีความละเอียดมากก็จะราคาสูง แต่ก็ถือว
คุณขวัญใจ กลับสุกใส เจ้าของสวนไผ่ขวัญใจ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ได้ลงทุนทำสวนไผ่ มาเป็นปีที่ 10 จำนวน 15 ไร่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขณะนี้ ยังมีรายได้ที่มั่นคง มีเสถียรภาพ และมีผู้สนใจมาซื้อพันธุ์ไผ่นำไปปลูก ขยายตัวไปยังหลายจังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดกระบี่ สำหรับภาคใต้แล้ว จังหวัดพัทลุง ถือว่าเป็นต้นแบบในการปลูกไผ่ คุณขวัญใจ กลับสุกใส กล่าวอีกว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา ทางการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีนโยบายให้ชาวสวนยางทำสวนเชิงซ้อนถ้ามีความประสงค์ ทำให้มีเกษตรกรสวนยางพาราจากหลายจังหวัดในภาคใต้ เดินทางเข้ามาอบรมดูแลที่สวนไผ่ขวัญใจแล้ว 7 รุ่น รุ่นละ 50 คน เพื่อนำความรู้กลับไปลงทุนปลูกไผ่ร่วมยาง โดยปลูกยาง 1 แถว ปลูกไผ่ 1 แถว “การปลูกไผ่ร่วมยาง จะทำให้ต้นยางมีคุณภาพ และทำให้หน้ายางเกิดสีชมพู ให้ปริมาณน้ำยางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อนนั้นเกษตรกรได้ดำเนินการปลูกไปก่อนแล้ว จำนวนหลายราย ต่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะที่จังหวัดกระบี่ แต่ที่สงขลา ยังเป็นของใหม่” คุณขวัญใจ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับสวนไผ่ขวัญใจ ปลูกสายพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้ง และสายพันธุ์ซ
พูดถึงไส้เดือน หลายคนไม่ชอบ ด้วยลักษณะตัวยึกยือ แต่ถ้าจะพูดกันจริงๆ ถึงประโยชน์ กล่าวได้ว่า ไส้เดือนมีประโยชน์ ต่อระบบนิเวศน์ไม่น้อย เพราะนอกจากเป็นสัตว์ที่เป็นอาหารของสัตว์ชนิดอื่นในห่วงโซ่อาหารแล้ว ไส้เดือนยังเป็นสัตว์เทศบาล ที่ย่อยสลายของเสียในธรรมชาติ อีกทั้งมูลไส้เดือนยังเป็นปุ๋ยอย่างดี รศ.ดร.สมชัย จันทร์สว่าง อาจารย์จากภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ศึกษาเรื่องไส้เดือนอย่างจริงจัง และการนำไส้เดือนมาใช้ประโยชน์ ได้แนะนำไส้เดือนสีน้ำเงิน พระเอกที่เราจะพูดถึงกันในคราวนี้ก็คือว่า เป็นไส้เดือนดินที่มีกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย พบตามธรรมชาติ ในภูมิประเทศของเอเชีย ทั้งอินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ ลาว เขมร และประเทศไทย ไส้เดือนสีน้ำเงินเป็นไส้เดือนขนาดเล็กมีลักษณะของลำตัวผอมแต่ยาว เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 4 นิ้ว น้ำหนักตัวประมาณ 0.2 กรัม ลำตัวของไส้เดือนส่วนหน้ามีสีแดงหรือสีม่วงเข้ม ลำตัวส่วนหลังมีสีแดงหรือสีน้ำตาล ไส้เดือนสีน้ำเงินมีความสามารถในการกำจัดขยะอินทรีย์และผลิตปุ๋ยหมักได้ใกล้เคียงกันกับไส้เดือนที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลกอีก 4 ชนิด ค
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริเวณถนนคนเดินอุดรธานี ที่ทางเทศบาลนครอุดรธานี ได้จัดให้มีขึ้นในระหว่างเวลา 17.00 -20.00 น.ทุกวันศุกร์และเสาร์ หลังจากทราบว่าฝั่งถนนพานพร้าว ได้มี 2 สามีภรรยา นำส้มตำมาแวงแผงขาย แต่ที่แปลกคือครกที่ใช้ตำส้มตำนั้นไม่เหมือนชาวบ้านทั่ว ๆ ไป คือเป็นครกยักษ์ จึงได้ไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ 2 สามีภรรยากำลังตำส้มตำขายอยู่ ทราบชื่อคือ นายสมยศ ศรีภูวงศ์ อายุ 35 ปี และนางเพ็ญภักดิ์ ศรีภูวงศ์ อายุ 36 ปี โดยทั้ง 2 คนได้นำครกยักษ์ จำนวน 2 ใบ มาตำส้มตำ ขนาดของครกแต่ละใบนั้นน้ำหนักใบละ 30 กก.ความกว้างของปากครกใบละ 48 นิ้ว ทำให้ประชาชนที่มาเดินเที่ยวหรือซื้อของพบเห็น ก็พากันให้ความสนใจกัน ถ่ายรูปเซลฟี่กับความใหญ่โตของครก และได้ซื้อส้มตำกลับบ้านไปชิมกันเป็นจำนวนมาก นางเพ็ญภักดิ์เปิดเผยว่า เดิมมีอาชีพ เป็นครูสอนเด็กอนุบาลอยู่โรงเรียนเทศบาล 12 กทม. สังกัด กทม.ได้เกือบ 1 ปี ส่วนสามีทำงานขายอาหารอีสานอยู่ใน กทม.เช่นกัน แต่เนื่องจากค่าครองชีพสูงลำบากมากในการใช้ชีวิต จึงคิดจะหาอาชีพใหม่ ต่อมาเมื่อตอนปีใหม่ ได้พากันไปเที่ยวบ้านเกิดของสามีที่บุรีรัมย์ เห็นคนแถ
เรื่องโดย : กรรณิกา เพชรแก้ว นฤพล บัวจีน เป็นหนุ่มเชียงใหม่ อายุอานามยังไม่มาก ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าพื้นเมืองมานานกว่า 10 ปี แต่เจ้าตัวเพิ่งเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันกับพี่สาวเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมีหน้าที่ออกแบบตามใจรัก พี่สาวของนฤพลทำธุรกิจรับทำกระเป๋าที่มีส่วนประกอบเป็นผ้าปักชาวเขา ไม่ได้มีหน้าร้านของตัวเอง ทำอยู่กับบ้าน แต่ก็เป็นธุรกิจที่ดีมานาน กระทั่งน้องชายมาช่วยทำ และเอาการออกแบบมาใช้อย่างเป็นหลักเป็นฐาน กระเป๋าที่ประดับด้วยผ้าปักชาวเขา ก็เริ่มมีหน้าตาแปลกๆ เก๋ๆ ออกมาแต่ละแบบมีใบเดียว เรียกว่าเป็นกระเป๋าใบเดียวในโลก นฤพล บัวจีน เพราะนฤพลจะออกแบบกระเป๋าจากผ้าปักแต่ละผืนที่ได้มา ประกอบเข้ากับหนังแท้ และของประดับประดาสอดคล้องกับเนื้อผ้าลายผ้า ไม่ใช่เอาผ้ามาแปะอย่างใครอื่น เรียกว่าพอเห็นผ้าแล้วเจ้าตัวถึงมานั่งคิดๆๆ ว่าจะให้กระเป๋าออกมาหน้าตาแบบใด ใบขนาดไหน จะใช้หนังหรือวัสดุอื่นประกอบอย่างใด คือเอาผ้าเป็นนางเอก อย่างอื่นอันได้แก่ หนังแท้ หรือลูกปัดสวยๆ นั้นเป็นส่วนประกอบ R
เรื่องโดย : ดนัย ฮุนตระกูล จู่ๆ อยู่มาวันหนึ่ง น้องชายบอกว่าหลังบ้านปลูกยี่หร่า ใช้ใบสดผัดกับเนื้อ ทำให้รอดจากเนื้อผัดกะเพราที่จำเจไปได้อีกหลายมื้อในชีวิตนี้ ผมเริ่มได้ยินเรื่องยี่หร่าเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จาก กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ว่าใช้ในแกงมัสมั่น หลังจากนั้น เมื่อหัดทำแกงเผ็ด ก็ได้ความรู้จากแม่ว่า ถ้าแกงเนื้อวัว ให้เติมเม็ดยี่หร่าคั่วแล้วตำแหลก ใส่เข้าไปด้วย จะช่วยดับคาว ซึ่งผมก็ไม่ถือเคร่งครัด ด้วยไม่เคยตำเครื่องแกงเองมาก่อน เวลาเข้าตลาดสดบอกแม่ค้าว่าจะแกงเนื้อนั่นเนื้อนี่ แม่ค้าก็จัดเครื่องแกงสำเร็จให้ แต่ก่อนนี้ ยังเห็นที่เวลาตักเครื่องแกง แม่ค้าเขาใช้ไม้พายเล็กๆ ป้ายที่ตำสีต่างๆ จากชามนั้นชามนี้ นัยว่าเพื่อเพิ่มกลิ่นรสจำเพาะให้แกงแต่ละชนิด ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่เห็นแม่ค้าเจ้าไหนทำกันอีกเลย เครื่องแกงแต่ละกะละมังสูตรสำเร็จ มี แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด อย่างหยาบหรือละเอียด แกงคั่ว แกงส้ม เป็นมาตรฐาน ถ้าจะทำแกงมัสมั่นต้องไปหาซื้อตามเจ้าพิเศษ ซึ่งหาไม่ค่อยง่ายนัก เครื่องแกงสำเร็จกะละมังเหล่านี้ ห้ามเติมนั่นเติมนี้อีก
