Exclusive
“กิ๊บติดผม” ผลงานกลุ่มแม่บ้านศาลายา โดนใจลูกค้าต่างชาติ ส่งขายไกลถึงยุโรป ร้านขายเครื่องประดับผมอย่างกิ๊บติดผม ในท้องตลาดมีมากมายหลายร้าน และหนึ่งในนั้นมี ร้าน “กิ๊บเกศ” ที่ยืนระยะอยู่มายาวนานตั้งแต่ปี 2546 เพราะด้วยฝีมืออันประณีตของกลุ่มแม่บ้านศาลายา จังหวัดนครปฐม ทำให้กิ๊บติดผมตัวเล็กๆ กลายเป็นสินค้าโดนใจชาวต่างชาติ มีออร์เดอร์สั่งไปขายไกลถึงทวีปยุโรป เครื่องประดับกับผู้หญิงถือเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะทรงผม ย่อมต้องมีเครื่องประดับตกแต่งให้สวยงามดูดี ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับเครื่องประดับผู้หญิง ยังไงก็ไปได้ เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นแบบใด ทุกคนย่อมต้องการดูดีในสายตาคนอื่น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจาะธุรกิจร้านขายกิ๊บติดผม มานำเสนอ และที่สำคัญเป็นกิจการที่ยืนยงอยู่ในตลาดมานานนับสิบปี คุณกุ้ง – เบญญาภา สุทธิพันธุ์ เจ้าของร้าน “กิ๊บเกศ” กิจการขายกิ๊บ และกิ๊ฟต์ช็อป ที่มีสินค้าเครื่องประดับให้เลือกมากมาย ตั้งอยู่ที่แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ตึกเก่าชั้น 5 ย้อนความเป็นมา เริ่มต้นธุรกิจนี้เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว โดยมีคุณแม่ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และเป็นประธานกล
สะใจ ใหญ่ โหด! ร้านโปรดของหลายคน Mother Trucker BKK เบอร์เกอร์เด็กแนว จัดเป็น “ร้านโปรด” ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิซทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker Bkk (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงคอก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ หนึ่งในสามของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker Bkk หนุ่มอัธยาศัยดี ให้ข้อมูลด้วยน้ำสียงร่าเริ่ง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีจากคณะ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคย ทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเวนต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่หนึ่งปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีกสองคน คือ บุช – ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง – คณิต ประภา มาลงหุ้นทำ เบอร์เกอร์ขาย โดยได้ไอเดียริเริ่มมาจากของต่างประเทศ ซึ่งมีรถขายอาหารหน้าตา “เท่-เท่”กันหลายแบบ ขณะที่ในบ้านเรามีแต่รถเร่ขายลองกอง ขายทุเรียน หรือผลไม้ทั่วไป เลยคิดลองทำอาหารขายบนรถ ให้ดูแปลกตาออกไป เพราะเมืองไทยย
พันธมิตร 49 องค์กร หนุนสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK นำโดย คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาเชิงพาณิชย์ สายการบินนกแอร์ ได้เข้าร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมด 49 องค์กร/หน่วยงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือในโครงการ Digital Tourism Platform ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อร่วมมือกันในการสนับสนุนการปฏิรูปและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะทำงานภาคเอกชน 30 องค์กร จะจัดตั้งบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อจัดทำแอปพลิเคชัน (Application) ชื่อ “ทักทาย” หรือ TAGTHAI และประสานความร่วมมือกับภาครัฐ 19 หน่วยงาน มุ่งให้เกิดความร่วมมือ สนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ โดยจะมีการออก แอปพลิเคชันรุ่นแรกในเดือนเมษายน 2562 นี้ สำหรับการสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นกิจกรรมหนึ่งในแผนงานด้านเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE (D3) ซึ่งเป็น
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาลงใต้ไปเยี่ยมเยียนเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองเก่าแก่ของไทยเมืองหนึ่ง อย่าง จังหวัดสงขลา กับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ได้แวะเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา” ที่จัดแสดงความเป็นมา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตต่างๆ ของคนสงขลาเอาไว้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป เดิมเป็นบ้านของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา หรือก็คือต้นตระกูล ณ สงขลา ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นบ้านพักอาศัยของตระกูล ณ สงขลาได้ 16 ปี ทางราชการได้ซื้ออาคารหลังนี้จากทายาทของตระกูล เพื่อใช้เป็นที่พำนักข้าหลวงและที่ทำการราชการ และท้ายที่สุดใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสงขลา ก่อนจะถูกทิ้งร้างและได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี 2516 และทางกรมศิลปากรได้เข้ามาปรับปรุงเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในปี 2525 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของจังหวัด งานประณีตศิลป์ต่างๆ รวมถึงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับบริจาคจากประชาชนในพื้นที่ด้วย บรรยากาศของพิพิธภัณฑสถานแห่
งานประจำมันหายาก! หนุ่มวิศวฯมธ.หันเปิดร้านขนมไทยฟิวชั่น เกือบเจ๊งหลายครั้งแต่ไม่ยอมแพ้ เดี๋ยวนี้ ไม่ว่ามองไปทางไหน เห็นแต่ธุรกิจคาเฟ่เต็มไปหมด หากรสชาติไม่ดีจริง มนุษย์ ผู้มีทางเลือกหลากหลายก็ไร้ซึ่งความสนใจ ท้ายที่สุดร้านนั้น คงต้องปิดกิจการไป สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจยุคนี้ต้องมี คือ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดมนุษย์ขี้เบื่อ ที่เปลี่ยนแปลงความชอบไปตามกระแสนิยม ในไอเดียที่ผุดขึ้นมาประชันกันอย่างมากมาย ใครจะไปคิด ”บัวลอย” ขนมหวานไทยแสนอร่อยที่มีมาอย่างยาวนาน จะถูกสร้างสรรค์จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตเสียได้ แน่นอนว่า เมนูสุดฮิตนี้ ดึงดูดมนุษย์ผู้อยากลองสิ่งใหม่ ๆ แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตัวสินค้า ขอแนะนำให้รู้จัก คุณโจ้-โกศล บวรศักดิ์มงคล อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน café Cococano (คาเฟ่ โคโคคาโน่) กันเสียก่อน คุณโจ้ เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิศกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งใจว่าจะเป็นวิศวกร ทำงานในบริษัทสักปีสองปี แต่คงเป็นเพราะโชคตะตา ทำให้ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน ท้ายที่สุดจึงต้องมาเป็นเจ้านายตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการขายต้นไม้ที่ได้ต้นแบบธุรกิจจากต่างประเทศ เมื่อทำแล้ว
จากเด็กปรุงยาความรู้น้อย มาเป็นเถ้าแก่สินค้าดัง “เต่าเหยียบโลก” ยอดขายเดือนเป็นแสนขวด จัดเป็นสินค้า “ขายดี” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับชาติ มานานนับปีแล้ว สำหรับผงแป้งสมุนไพร คุณสมบัติระงับกลิ่นใต้วงแขน ชื่อแบรนด์ชวนอมยิ้ม อย่าง “เต่าเหยียบโลก” แต่ “เส้นทาง”บนธุรกิจสายนี้ ใช่จะมี “ลู่วิ่ง” เรียบเนียน ให้เดินเหินได้อย่างสบายอุรา ทว่ามีทั้งหลุมบ่อและขวากหนาม คอยเป็นเครื่องทดสอบความอุตสาหะของ “เต่าน้อย”ตัวนี้ อยู่เป็นระยะ หากอุปสรรคดังเกริ่นมานั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายาม ในการเดิน “ทีละก้าว-ทีละก้าว” จนนำพาตัวเองเข้าสู่ “เส้นชัย” แซง “กระต่าย”บางตัว ที่มัวหลับใหลได้ อย่างสง่างาม คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธานบริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด วัยหกสิบเศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดบ้านพักหลังงามย่านสุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก พื้นเพเป็นคนอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ครอบครัวทำอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆ พวกพริก-มะเขือ-เผือก-มัน ส่วนการศึกษาในโรงเรียน จบชั้นสูงสุดแค่ประ
เจ้าพ่อชายสี่ฯ เผยเทคนิคให้ขายดี! “คนกินถูกเสมอ คนขายผิดตลอด” คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งบริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบกว่า พื้นเพเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ที่หลายคนคงพอจะทราบประวัติของเขามาแล้วบ้างว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” มานักต่อนัก กว่าจะผงาดเป็นเจ้าของอาณาจักร “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” มีร้านสาขาแฟรนไชส์กระจายอยู่ทั่วประเทศหลายพันแห่ง มูลค่าธุรกิจรวมแล้วหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว คุณพันธ์รบ กับคู่ชีวิต ย้อนประวัติให้รู้จักกันคร่าวๆ เจ้าพ่อ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” ผู้นี้ จบการศึกษาชั้นม.6 จากหลักสูตรกศน. ตอนอายุได้ 41 ปี เหตุเพราะทางบ้านฐานะค่อนข้างยากจน ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาตั้งแต่จำความได้ พอเริ่มโตเป็นหนุ่มก็ออกทำงานรับจ้างมาแล้วสารพัด ทั้งทำงานบ้าน รับจ้างขึ้นต้นหมาก-มะพร้าว รับจ้างเก็บพริก เป็นรปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม กระทั่งพ.ศ.2535 จึงตั้งต้นอาชีพขายบะหมี่เกี๊ยว ย่านลำลูกกา ปทุมธานี และขายดิบขายดี มาจนถึงทุกวันนี้ “อยากขายดี…พี่ต้องขายตัว เป็นสำนวนชวนให้คิด ที่ชายสี่ฯนำมาปรับใช้กับการค้าขาย เราต้องขายตัวเองก่อนก่อนจะขายสินค้าอื่น คำว่าขายตัวในที่นี้ คือ ขายใบ
พ่อค้าหัวใจหล่อ! ขอเป็นสื่อกลางส่งต่อ “ขนมปังเทวดา” แบ่งปันผู้ยากไร้ กินฟรีทุกวัน ช่วงบ่ายของวันทำงานเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีนัดพูดคุยกับ คุณกองศักดิ์ จันทะสี อายุ 40 ปีเศษ ที่อนุญาตให้เรียกชื่อแบบกันเองว่า “สมชาย” เจ้าของกิจการ “ขนมปังเทวดา” ขนมปังนึ่งทาเนยนม-สังขยา บนรถเข็น ที่ดูรูปลักษณ์ภายนอกสุดแสนจะธรรมดา แต่ทว่าบอกเลยโด่งดังใช่เล่น เคยออกรายการโทรทัศน์หลายช่อง และสื่ออื่นมาแล้วไม่รู้กี่รายการ ความน่าสนใจที่สื่อหลายสำนักให้ความสนใจก่อนหน้านี้ อาจไม่ได้โฟกัสไปที่ตัวสินค้าตรงหน้าของเจ้าของร้านอารมณ์ดีท่านนี้ หากทว่าน่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบการขาย ที่ “ขนมปัง”ส่วนหนึ่งซึ่งถูกฝากไว้ที่ร้านแห่งนี้ มาจากผู้ใจบุญทั้งหลาย ใช้เงินซื้อไว้ แต่ไม่นำขนมปังกลับบ้านไป หากแต่มี “การฝาก”ไว้ ให้กับคนยากไร้ คนป่วย คนท้อง ฯลฯ สามารถมารับประทานฟรีได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน ก่อนจะลงรายละเอียด ที่มาที่ไปของการประกอบกิจการในลักษณะดังกล่าว มาฟังคุณสมชาย เล่าประวัติส่วนตัวให้รู้จักกันมากขึ้นสักหน่อย “เรียนจบแค่ป.6 ครับ ตอนอยู่อุดรฯ ทำอาชีพมาสารพัด พอทำบัตรประชาชน ตอนอ
วิศวฯหนุ่มร้อยเอ็ดหัวใจพัฒนา สร้างโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืน ทัวร์ลิสต์แห่จองคิวข้ามปี “การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อ ไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ”คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็นเวลาหนึ
กว่าจะมาเป็น “ลำดวนผ้าทอ” ร้านดังอำเภอปัว จังหวัดน่าน ขายดีทั้งผ้าทอ-กาแฟสด ยามนี้ “ปัว” อำเภอเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของจังหวัดน่าน กำลังเพิ่มระดับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาว ชาวฮิปสเตอร์จากทั่วสารทิศ ให้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย ความโดดเด่นของพื้นที่อันเป็น“จุดหมายปลายทาง”ของใครหลายคนนี้ น่าจะอยู่ที่ความงามตามธรรมชาติของ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ รวมทั้งสีเขียวขจีของ “ทุ่งนา”ที่สามารถทอดมองไปได้ไกลจนสุด ลูกหูลูกตา ร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว นับเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์”ของอำเภอน่าเที่ยวแห่งนี้ เพราะนอกจากรสชาติของเครื่องดื่มจะถูกปากบรรดาคอกาแฟแถมราคาไม่แพงด้วยแล้ว ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิคนี้ ยังมีซุ้มไม้มุงจาก ทอดยาวเรียงรายลงไปในผืนนา รอให้บรรดาอาคันตุกะจากต่างถิ่นเดินเลาะไปตามทางบนสะพานไม้ไผ่ก่อนไปนั่งรับลม ชมวิวกันแบบชิว-ชิว ได้แบบไม่คิดตังค์เพิ่ม เรียกว่าซื้อกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบบาท แต่สามารถนั่งชมวิว “หลักล้าน”กันได้เลยทีเดียว คุณพนม แก้วเทพ เจ้าของกิจการ “ลำดวนผ้าทอ” ร้านจำหน่ายผ้าทอลายน้ำไห
