Exclusive
ร้านทองล้มละลาย! ไม่ท้อ-สู้ต่อ ด้วยวุ้นมะพร้าวและผลไม้แปรรูป ก่อนเป็นของฝากดังเมืองจันท์ “จ๊าบ” คือ หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้แปรรูป มีวัตถุดิบเริ่มต้น เป็นไม้ผลจำพวก มะพร้าว มังคุด สละ ที่ปลูกอยู่ในสวนหลังบ้าน จากจุดเริ่มเล็กๆ ด้วยเงินทุนหลักหมื่น ทำกันเองในครอบครัว แต่เพราะมีเอกลักษณ์เป็นความต่าง ทำให้ทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปของ “จ๊าบ” ได้รับความสนใจ ถึงขั้นเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายของวันทำงาน คุณลักขณา บำรุงพนิชถาวร กรุณาสละเวลา เปิดร้าน “จ๊าบ” ซึ่งตั้งอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เธอเริ่มต้นให้ฟังพื้นเพเป็นคนเมืองจันท์ สามีคือ คุณสมบัติ บำรุงพนิชถาวร เคยทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ส่วนตัวเธอเคยเปิดร้านขายทองรูปพรรณในตัวเมือง ธุรกิจของทั้งสองดำเนินมาด้วยดีกระทั่งปี 2540 เกิดวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” ได้รับผลกระทบ ขาดทุนย่อยยับถึงกับล้ม ต้องเป็นหนี้แบงก์…หลักล้าน จนปี 2543 ตัดสินใจเลิกกิจการ ขายทรัพย์สินที่เหลือเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ก่อนจะขอกู้เงินจากบริษัทประกันชีวิตมา 80,000 บาท เพื่อลงทุนทำ “วุ้นน้ำมะพร้าว”ขาย
เด็กเพาะช่าง ทำมาสารพัดอาชีพ ก่อนรุ่งด้วยของกินแปลก “มอนสเตอร์-ไอติมผัด” “มอนสเตอร์ ไอติมผัด” เจ้าของสโลแกน “ถ้าคุณชอบ…มันก็ใช่” เป็นไอศกรีมสด ที่นำไปผัดบนกระทะที่มีความเย็นกว่าช่องฟรีซในตู้เย็นถึง 4 เท่า ลูกค้าสามารถเลือกมิกซ์รสชาติได้ตามชอบใจ มี คุณโอ๊ต –คงกะพัน ดีวงษ์ เป็นเจ้าของกิจการ กรุณาสละเวลามาพูดคุย เกี่ยวกับกิจการไอศกรีมรูปแบบแปลกตา นามว่า มอนสเตอร์ ไอติมผัด เริ่มต้นให้ฟัง จบการศึกษาระดับปวส.จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง ก่อนออกมาทำอาชีพหลายอย่าง ทั้ง เขียนรูปขาย ทำละคร ทำหนัง เปิดผับ ขายลูกสุนัข กระทั่งเมื่อราว 5 ปีก่อนหน้านี้ หันเข็มมาขายของรับประทาน เพราะมองตลาดแล้วว่าน่าจะขายได้ตลอด ไม่มีซบเซา ประกอบกับบ้านเราอากาศร้อนแทบทั้งปี ไอศกรีม จึงเป็นสินค้าน่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ถ้าจะให้มาขายเป็นแท่ง เป็นถ้วย คงไม่มีจุดดึงดูดน่าสนใจนัก เลยโฟกัสไปที่ ไอศกรีมผัด ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว ทดลองทำแบบลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน ไม่ได้อย่างใจคิด ออกมาเป็นเกล็ดๆ แบบไม่น่าทาน แต่มาได้เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นเชฟและเคยไปแข่งขันทำขนมเค้กที่สหรั
ธุรกิจสีขาว ดูแลผู้สูงอายุ “บ้านอุดมสุข” ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งเงิน “…อีก 10 ปี เราจะมีเด็กกับผู้สูงอายุในสัดส่วนเท่ากันประมาณ 12 ล้านคน และในระยะยาวจำนวนผู้สูงอายุจะมีมากกว่าจำนวนเด็ก ขณะที่วัยแรงงานเริ่มลดลงเป็นโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงอายุประชากรที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า…” ข้อมูลส่วนหนึ่งจากการวิจัย ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ข้างต้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ให้เห็นภาพในอนาคตอันใกล้ได้ลางๆว่า ชีวิตบั้นปลายของใครหลายคน อาจไม่มีคนในครอบครัวมาคอยดูแลใกล้ชิด เหมือนสังคมไทยในยุคก่อน ที่ปู่ย่า-ตายาย มักได้อยู่ร่วมชายคากับครอบครัวถึงรุ่นเหลนโหลน เรื่อยไปจนกว่าอายุขัยจะสิ้นสุดลงตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป และด้วยปัจจัยภายนอกหลายประการ ต่างส่งผลให้ “ผู้สูงอายุ”กลุ่มหนึ่ง ขาดแคลนคนคอยดูแล บรรดาลูกหลาน ซึ่งอาจพอมีกำลังจ่าย จึงมักมองหา “เนิร์สซิ่ง โฮม-Nursing Home” เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระประจำวัน จนในปัจจุบันธุรกิจให้บริการลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นหนาตาอย่างเห็นได้ชัด “บ้านอุดมสุข” บ้านสีเขียวหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ดินขนาดกว่า 5 ไร่ เป็นกิจการรับดูแลผู
ทำเลนั้นสำคัญไฉน! ตั้งร้านในป่าช้าลูกค้าก็ไม่หวั่น “โจ๊กดังเมืองกาญจน์” ขายดีเช้ายันค่ำ เป็นที่ทราบกันดีว่า ภายในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ “สุสานทหารสัมพันธมิตร” ซึ่งปัจจุบันได้การยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศแวะเวียนมาเยี่ยมชมแทบจะตลอดทั้งปี และเมื่อไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ออกสำรวจบรรยากาศค้าขายโดยรอบสถานที่สำคัญดังกล่าว พบมีร้านค้าทำการค้าขายเปิดอยู่ใกล้เคียงอย่างคึกคัก หลักๆ แล้วจะเป็นแผงผลไม้สด ถัดไปอีกฟากถนนฝั่งเดียวกับสุสานดัง มีร้านโจ๊ก-ต้มเลือดหมู ตั้งขายกันแต่เช้าอยู่ถึงสองเจ้า แต่เจ้าที่สะดุดตาและดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าหนาตากว่า น่าจะเป็นร้านที่ชื่อว่า “โจ๊กหลังป่าช้า ตั้ม สาขา 8 “ เพราะกำลังง่วนกับชั่วโมงทำเงิน คุณตั้ม เจ้าของกิจการ “โจ๊กหลังป่าช้า” จึงไม่มีเวลามาพูดคุยด้วย แต่แฟนสาวของเขา กรุณาเจียดเวลามาให้ข้อมูลคร่าวๆ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ก่อนหน้านี้เปิดร้านขายโจ๊กอยู่หลังสุสานทหารสัมพันธมิตร ซึ่งชาวบ้านที่นี่เรียกกันติดปากว่า “ป่าช้าฝรั่ง” ร้านเราเลยกลายเป็นโจ๊กหลังป่าช้า แต่ป
หนุ่มนิเทศฯ ทุ่มเทอาชีพที่รัก ปักหลักทำธุรกิจด้วยทุนหลักพัน ปัจจุบัน “บาร์เบอร์” โตวัน-โตคืน แม้เปิดมาได้ไม่นาน แถมมีร้านเริ่มต้นเป็นแค่เต็นท์เล็กๆ แทรกตัวอยู่ในตลาดนัดกลางคืนย่านชานกรุง แต่กลับมีลูกค้าทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่ ให้ความสนใจ จนล่าสุดขยับขยายกลายเป็นมีหน้าร้าน ให้บริการเป็นเรื่องเป็นราว รองรับลูกค้าได้ถึง 6 วัน ต่อสัปดาห์ คุณนุ๊ก – ภูมินทร์ รอดโพธิ์ทอง วัยยี่สิบปลายปี เจ้าของกิจการ The Clipper Barbershop (เดอะ คลิปเปอร์ บาร์เบอร์ช็อป) ที่เกริ่นถึง เล่าที่มาที่ไป จบการศึกษาปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยทำงานประจำในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งหนึ่ง อยู่ราว 2 ปี ก่อนลาออกมามองหางานทำที่ใหม่ ระหว่างนั้น มีเวลาว่าง จึงไปสมัครเรียนตัดผมกับทางโรงเรียนฝึกอาชีพ ดินแดง เพราะเป็นอาชีพที่ชื่นชอบมานานแล้ว เรียนตัดผมแค่สองอาทิตย์ ที่ทำงานใหม่โทรศัพท์มาตามให้ไปเริ่มงานได้ แต่ปฏิเสธไป เพราะอยากเรียนวิชาช่างตัดผมให้จบคอร์ส ซึ่งต้องใช้เวลาราว 3 เดือน “ตอนนั้นบอกที่บ้านว่าจะไม่ทำงานแล้ว แต่จะไปเรียนตัดผม เขาก็ตามใจ อยากทำอะไรทำ แต่ลึกๆ คงไม่เข้าใจว่าผมคิดอะไรอยู่ และไ
พนักงานบัญชี ลาออกมาทำของชำร่วยแฮนด์เมด “เก๋ & กรีน” ขายดีผลิตแทบไม่ทัน ของชำร่วย ของที่ระลึกในงานมงคล โดยเฉพาะงานแต่ง เจ้าภาพร้อยทั้งร้อย เป็นต้องพิถีพิถันกับตัวแทนความรักของบ่าว-สาว เรียกได้ว่า กว่าจะตัดสินใจเลือกใช้วัตถุแบบไหน มามอบแด่แขกเหรื่อที่เชื้อเชิญมานั้น ต้องเฟ้นแล้วเฟ้นอีกกันแบบสุดๆ กันเลยทีเดียว Love Ozone (เลิฟ โอโซน) ของชำร่วยทำมือจากต้นไม้มงคลและวัสดุธรรมชาติ ของขายดีมีความกิ๊บเก๋สไตล์รักษ์ธรรมชาติ รายนี้ อาจเป็นที่ถูกอกถูกใจของใครหลายคนซึ่งกำลังมองหาของชำร่วยแบบไม่ซ้ำใคร มีแหล่งผลิตอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เป็นผลงานของสาวบัญชี จากรั้วพ่อขุน วัยสามสิบเศษ นามว่า คุณศุ-ศุพิดา ชัยประเศียร ย้อนความเป็นมาให้ฟัง ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัท หลังจากแต่งงานได้ 3 ปี มีพยานรัก จึงลาออกมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก และทำอาชีพขายเครื่องสำอางทางออนไลน์ แต่มีคนทำกันเยอะ เลยมองหาสินค้าอื่น ก่อนถามตัวเองว่าชอบอยู่กับอะไร ได้คำตอบว่ากลับมาว่า “ต้นไม้” จึงถามไถ่ญาติที่ทำธุรกิจขายต้นไม้อยู่ก่อนหน้าซึ่งไม่ได้ปลูกเอง แต่ใช้วิธี “รับมา-ขายไป” โดยขอให้ช่วยซื้อต้นไม้มงคลขนาดเล็ก เช่น ช้อนเงิน ช้อน
“ไม่มีใครแก่เกินเที่ยว” บริษัททัวร์จับกลุ่มผู้สูงอายุ ตลาดนี้กำลังมา ทำก่อนได้เปรียบ จากข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของประเทศไทยและโลก พบว่าปัจจุบันมีประชากรที่เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้เราจะได้เห็นธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงวัยเติบโตอย่างมหาศาล อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ชาวต่างชาติในวัยเกษียณเลือกเข้ามาพำนักในระยะยาวเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลทางภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และอัธยาศัยของคนไทย ปัจจัยเหล่านี้ย่อมสร้างโอกาสธุรกิจผู้สูงวัยได้หลากหลายประเภท ธุรกิจไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น อย่าง บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด ก่อตั้งโดยคุณเก็ต-ชฎารัตน ภู่วิจิตร ได้เล็งเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจผู้สูงวัย แต่เดิมเป็นพนักงานบริษัททั่วไป เกิดแนวคิดจากประสบการณ์ที่ได้เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศกับครอบครัว ซึ่งพ่อแม่อยู่ในวัยเกษียณ แต่ละทัวร์ที่ไปนั้นยังไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจได้ สังเกตได้ว่าทัวร์ทั่วไปเที่ยวเสร็จไม่รู้จักใคร จึงอยากสร้างสังคมของผู้สูงวัยให้มากขึ้น ถ้ามีโอกาสรู้จักกันเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างสังคมให้น่าอยู่ เพราะลูกหลานไปทำ
“แกงบะหนุน” อาหารปีใหม่ชาวล้านนา เพื่อโชคลาภและการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน อาหาร คือ สิ่งหนึ่งในเทศกาลที่พิเศษออกไปจากวันธรรมดา ฉันเคยเขียนเรื่องข้าวแช่และกะละแมของชาวมอญไปแล้วในปีก่อนๆ คราวนี้ขอเขียนเรื่องในอาหารของไทยกันบ้าง เทศกาลปี๋ใหม่เมืองของชาวล้านนาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนเช่นเดียวกับชาวไทยในภูมิภาคอื่น เว้นเสียแต่ชาวมอญที่จะล่ากว่าชุมชนอื่น วันนี้เป็นวันสังขานต์ล่อง เป็นวันเตรียมเก็บกวาดบ้านช่องให้พร้อม วันที่ 14 เมษายนเป็นวันเน่าหรือวันเนาว์ เป็นวันเตรียมของทำบุญ และขนทรายเข้าวัด วันที่ 15 เมษายน เป็นวันพระยาวัน ซึ่งเป็นวันเถลิงศกเข้าปีใหม่ เป็นวันทำบุญและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ วันที่ 16 เมษายน เป็นวันปากปี ซึ่งวันนี้แหละที่ทุกบ้านจะแกงบะหนุน หรือแกงขนุนกัน นัยว่าเพื่อให้มีโชคลาภ และได้รับการเกื้อหนุนค้ำจุนกัน แกงขนุนนี้จะใช้ขนุนอ่อน ใช้วัตถุดิบธรรมดาๆ ได้แก่ ซี่โครงหมู มะเขือส้ม ชะอม และใบชะพลู แล้วจัดแจงโขลกน้ำพริกหรือจะซื้อสำเร็จรูปก็ตามสะดวก ประกอบด้วยพริกแห้ง หอม กระเทียม และกะปิ หนักหอมแดงเข้าไว้ จากนั้นนำหม้อใส่น้ำตั้งไฟใส่น้ำพริกลงไปละลาย ตามด้วยซี่โครงหมู และขนุนอ่อน ต
“ข้าวตังแม่บ้านยี่ล้น” ร่วม “เทสโก้ สำรับไทย” ยกมาตรฐานเอสเอ็มอีไทย จากโลคอลสู่โกลบอล เมื่อพูดถึงอาหารไทยในเวทีโลก มักจะมีชื่อติดโผ ว่าเป็นอาหารที่ถูกปากชาวโลกจนขึ้นอันดับอาหารแนะนำอยู่บ่อยครั้ง นอกจากอาหารจานเด่น อย่างต้มยำกุ้ง มัสมั่น ส้มตำ หรือผัดไทย อันเป็นที่เชิดหน้าชูตาแล้ว แต่ละท้องถิ่นของไทย ยังมีอาหารคาวหวานเลื่องชื่อประจำถิ่นมากมาย ซึ่งเอกลักษณ์ต่างออกไปตามแต่พื้นที่ ตามแต่วัตถุดิบประจำถิ่นนั้นๆ ที่นำมาพัฒนา แปรรูปเป็นอาหารสารพัด กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หนึ่งในกลุ่มแม่บ้านที่ร่วมกันผลิตแผ่นข้าวตังดิบ มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มจากปลายข้าวหอมมะลิที่ไม่ได้มาตรฐานและถูกคัดทิ้ง ไม่ให้สูญค่าเปล่า สร้างรายได้ให้งอกเงย จากต้นทุนปลายข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 17 บาท เมื่อแปรรูปมาเป็นแผ่นข้าวตังดิบสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 75 บาท หลังเริ่มเป็นที่รู้จักจากสื่อ ได้ร่วมออกงานแสดงสินค้ามายาวนาน กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น ได้รับการติดต่อจากเทสโก้ โลตัส ให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ “เทสโก้ สำรับ
“ปิ้ง ย่าง ทอด ถาดยักษ์” ของกินขายดี ถูกใจวัยรุ่น แชร์กันกิน แชร์กันจ่าย สมัยนี้ของกินขายดีต้องยักษ์ๆ ใหญ่ๆ ไล่มาตั้งแต่ ส้มตำถาดยักษ์ พิซซ่ายักษ์ แฮมเบอร์เกอร์ยักษ์ ซีฟู้ดถาดยักษ์ ก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ล่าสุดเห็นมีขนมโตเกียวยักษ์ ของยักษ์ๆ ถูกจริตวัยรุ่น ไปกันหลายคน แชร์กันกิน แชร์กันหาร เลยสุดคุ้ม และเป็นความท้าทายคนกินที่ต้องกำจัดให้หมด และเป็นจุดขายของหลายร้าน ถ้ากินหมดได้กินฟรี กินไม่หมดต้องจ่ายตังค์ ตามงานแสดงอาหาร มักจะมีการปรุงอาหารกระทะยักษ์ ให้มาช่วยกันทำหลายๆ คน มีทั้งงานในประเทศและนอกประเทศ เช่น ข้าวผัดกระทะยักษ์ ไข่เจียวยักษ์ เมื่อปี 2536 กว่า 25 ปีมาแล้ว อาจารย์พลศรี คชาชีวะ แห่งโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวอยู่ มีแรงอยากจะทำงานมหกรรมอาหารขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เลยไปหาท่านเสรี วังส์ไพจิตร ซึ่งหล่อและหนุ่มกว่าอาจารย์พลศรี ตอนนั้นท่านเป็นรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นดีด้วย พอมีผู้สนับสนุนเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย งานเลยเป็นรูปเป็นร่าง แม่บ้านทันสมัยยังจับมือกับบริษัทน้ำมันพืชมรกตในยุคนั้นมี คุณศุภลักษณ์ อัศวานนท์ เป็นผู้บริหาร
