Exclusive
นับวันยิ่งจะหาทานยาก สำหรับ ‘บะหมี่เส้นสด’ เพราะกว่าจะได้แต่ละชามต้องผ่านหลายกระบวนการเพื่อให้ได้เส้นสดๆ รสสัมผัสเหนียวนุ่ม เคี้ยวง่าย ดังนั้นเมื่อเจอร้านที่ถูกใจ 3 เพื่อนซี้อย่าง แอมป์ – พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, เดียร์ – ลิลลี่ แม็คกร๊าธ และน้ำนุ่น – ณทิตา ทรัพย์สินวิวัฒน์ จึงไม่รอช้า ขอเข้ามาร่วมหุ้นกับ เชฟเล็ก – เสาวลักษณ์ ทิพย์เจริญ แห่งร้าน ชิเซน (Shizen) “ปกติเดียร์เป็นคนไม่ทานเส้น ชอบกินข้าว แต่พอชิมอันนี้แล้วอร่อย เส้นบะหมี่นุ่ม เหนียว ที่สำคัญคือปลอดภัย ไม่มีสารกันบูด ถ้าปิดไปเสียดายมากเลยคุยกับเขาว่าเดี๋ยวทำต่อเอง” เดียร์ ลิลลี่ พิธีกรสาวให้เหตุผลถึงการเข้ามารับช่วงต่อ“ ขณะที่น้ำนุ่น พิธีกรรายการบันเทิงที่ควบตำแหน่งอาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็เห็นด้วยว่า “การเข้ามาปรับปรุงร้าน เรามองว่ามีข้อดีอยู่ คือ ถ้าเริ่มทำร้านใหม่มันจะเท่ากับเริ่มต้นจากศูนย์ อันนี้เราเริ่มจากที่มีอยู่แล้ว ถามว่าเสี่ยงไหม ทำธุรกิจทุกอย่างมันเสี่ยงหมดเลย เพียงแต่ว่าการมาลงทุนครั้งนี้ ของเก่าเคยโดนติอะไรมาบ้าง เราก็มาแก้ไข ในแง่การลงทุนมันไม่เสี่ยงถึงขั้นรับไม่ได้
สาว ป. โท ลูกข้าราชการไทย เห็นช่องว่างธุรกิจเสิร์ฟน้ำตามงานเลี้ยงโต๊ะจีน – งานสังสรรค์รื่นเริง ปิ๊งไอเดียสร้างรายได้ด้วยบริการรับเสิร์ฟเครื่องดื่มตามงาน หรือที่เรียกว่า “บาร์น้ำ” สร้างจุดเด่นชูความหลากหลายของเครื่องดื่ม และชุดยูนิฟอร์มเด็กเสิร์ฟสุดเนี๊ยบ ใส่สูท ผูกเนคไท คิดราคาย่อมเยา 4 ชม. เหมาจ่ายคนละ 40 บาท รับงานทั่วราชอาณาจักร ธุรกิจขนาดเล็กที่อาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจ คุณเหมือนฝัน เย็นเจริญ หรือคุณเอ๋ย สาวอัธยาศัยดีวัยเพียง 25 ปี เล่าว่า ธุรกิจบาร์น้ำเป็นของครอบครัวบุกเบิกโดยคุณพ่อ คุณแม่ ดำเนินกิจการมาแล้ว 12 ปี ปัจจุบันตนเองเข้ามารับไม้ต่อ ช่วยหาลูกค้า และหวังต่อยอดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น คุณพ่อและคุณแม่ของคุณเอ๋ยรับราชการ ส่วนธุรกิจบาร์น้ำ คือ อาชีพเสริม คุณเอ๋ย เล่าว่า จากการสังเกตของคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าโต๊ะจีนบางร้านเสิร์ฟแต่อาหาร ไม่เสิร์ฟน้ำ ทางเจ้าภาพต้องหาน้ำดื่มมาเอง หรือ โต๊ะจีนบางเจ้ามีเสิร์ฟน้ำ แต่ไม่มีพนักงานเสิร์ฟ แขกรินน้ำดื่มเอง บางครั้งเกิดปัญหาน้ำไม่พอ จุดนี้เองเลยเกิดบริการบาร์น้ำขึ้นมา บริการ “บาร์น้ำ” ของหญิงสาว เธอสร้างจุดขายด้วยความหลากหลายของเครื่องดื่
เมื่อเร็วๆ นี้ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินชมรม “KTC PR Press Club” จัดกิจกรรม “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” ช่วงรัชกาลที่ 4 โดยมีอาจารย์จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะวัฒนธรรมร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ย้อนอดีตรัตนโกสินทร์ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 โดยสะท้อนเรื่องราวผ่านแว่นวรรณกรรมที่มีสกุล “บุนนาค” เป็นดั่งตัวละครสำคัญ ที่เติมเต็มยุคประวัติศาสตร์ช่วงนั้นให้สมบูรณ์ และยังบ่งบอกถึงการเปิดรับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในหลายด้าน ทั้งการศึกษา การทหาร การยกเลิกประเพณีและความเชื่อเก่าๆ หันมายอมรับความคิดแบบใหม่ ทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนยกระดับสูงขึ้น ณ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร และ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร รวมทั้งรับฟังเรื่องราวความเฟื่องฟูทางด้านการค้าและการขนส่งทางน้ำกับต่างประเทศ ทั้งซีกโลกตะวันออกและตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 4 ณ ล้ง 1919 พร้อมชมอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วย
คอนวี่ดอทคอม เสริมความแกร่ง เพิ่มโอกาสด้านธุรกิจ สร้างกลยุทธ์เป็น ‘สื่อกลาง’ เชื่อมต่อแบรนด์ไทย และพาร์ทเนอร์ต่างชาติ ประเดิมโปรเจคแรกกับแบรนด์สัญชาติไทย ‘คิวท์เพรส’ เดินหน้าผลิต และส่งออกสินค้าด้านความงามสู่ตลาดจีน ซึ่งมีความซับซ้อน และแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นของโลก ผ่านประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของคอนวี่ฯ ซึ่งมีพื้นฐานด้านการทำธุรกิจในประเทศจีน สร้างโอกาสการเติบโตของแบรนด์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้อย่างมั่นคง คุณคิงกุ้ย หวง (QingGui Huang) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอนวี่ดอทคอม (Konvy.com) อีคอมเมิร์ซด้านเครื่องสำอางชั้นนำของไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศจีน มีขนาดความใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้จีนกำลังเข้าสู่การเป็นประเทศทรงอิทธิพลในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า ผนวกกับรัฐบาลจีนกำลังปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจส่งเสริมให้ประชากรบริโภคในประเทศมากขึ้น ทางคอนวี่ฯ จึงเล็งเห็นถึงโอกาสการเพิ่มช่องทางในการทำธุรกิจ สร้างกลยุทธ์เป็น ‘สื่อกลาง’ เชื่อมต่อ แบรนด์ไทย และพาร์ทเนอร์ต่างชาติในการเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายสินค้าด้านความ
นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟว่า ปัจจุบันมูลค่าธุรกิจร้านกาแฟพุ่งขึ้นสูงถึง 17,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 15-20% จากปัจจัยสำคัญคือ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทย โดยอัตราเฉลี่ยในการบริโภคกาแฟของคนไทยอยู่ที่ปีละ 300 แก้ว/คน/ปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีกมาก เมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคกาแฟจากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่นที่บริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 400 แก้ว/คน/ปี ยุโรปบริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 600 แก้ว/คน/ปี หรือ ฟินแลนด์บริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 แก้ว/คน/ปี จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟมีการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ละร้านต้องสร้างจุดเด่นและความแตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งนอกจากการออกแบบและตกแต่งร้านแล้ว ยังมีการนำเสนอถึงคุณภาพของกาแฟและความสามารถของบาริสต้าควบคู่ไปด้วย ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากกลุ่มผู้ดื่มกาแฟรุ่นใหม่ ให้ความใส่ใจกับรสชาติและคุณภาพของกาแฟมากขึ้น โดยการชงกาแฟให้ได้รสชาติและคุณภาพดีนั้น ต้องอาศัยทักษะ ความรู้ ความสามารถของบาริสต้า ซึ่งต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ วิธ
“อีริค เคย์เซอร์” ร้านขนมเบเกอรี่อบสดใหม่สไตล์ปาริเซียง ที่นำเสนอความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่มตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ล่าสุดได้จัดงานเปิดตัวสาขาใหม่ ที่ “สยาม ดิสคัฟเวอรี่” ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ภายในงานได้รับเกียรติจาก “คุณอีริค เคย์เซอร์” (Mr. Eric Kayser) เชฟเจ้าของแบรนด์ มาร่วมสอน เซเลปชื่อดัง อาทิ จ๋า – ยศสินี ณ นคร ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ พีท – พีรพัฒน์ ตุลยาเดชานนธ์ ในการทำขนมปังในสไตล์ฝรั่งเศสในงาน พร้อมทั้งเล่าแรงบันดาลใจในการทำขนมปังให้มีความอร่อย และได้มาตรฐานระดับโลกในทุกๆชิ้น นอกจากนี้ “คุณณัฏฐพล ภวไพบูลย์” เชฟและผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และ “คุณศวัสกร วิบุญวิริยะวงศ์” ผู้จัดการทั่วไป ยังมาเล่าถึงตอนการนำแบรนด์ “อีริค เคย์เซอร์” เข้ามาในเมืองไทย และแผนการขยายสาขาในรูปแบบ Grab and Go ร่วมกับพันธมิตรในอนาคต สำหรับ “อีริค เคย์เซอร์” สาขาสยาม ดิสคัฟเวอรี่ ชั้น M มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ในสไตล์ Art Nouveau Colonial ดึงดูดผู้คนด้วยบาร์ที่มีขนมปังฝรั่งเศสละลานตาให้เลือกชิม ไม่ว่าจะเป็น
ในการเริ่มต้นตั้งราคา เราควรมีความชัดเจนก่อนว่า “กลุ่มลูกค้าหลัก” ของเรา คือใคร ถ้าเราชัดเจนกลุ่มลูกค้าหลักว่าเป็นใคร เราก็เทความสนใจไปยังคนกลุ่มนี้ ว่าราคาที่ตั้งพวกเขารู้สึกถูกแพงอย่างไร แล้วปรับให้เหมาะสมกับพวกเขา ส่วนลูกค้ากลุ่มอื่นที่บอกว่าแพงเกิน ถูกเกิน ก็รับฟังไว้ได้ เพียงแต่ไม่ต้องตื่นเต้นตาม เมื่อเราตัดสินใจเลือกลูกค้าเป้าหมายของเราแล้ว ชัดเจนแน่แล้ว ว่าจะคบกับคนกลุ่มนี้แน่นอน ก็ควรทำการศึกษาว่าในเชิงอารมณ์ พวกเขาต้องการอะไร เพราะนั่นจะนำมาซึ่งการสร้าง “คุณค่า” ทำสินค้าหน้าตาบ้านๆ ให้กลายเป็นของแพงขึ้นมาได้ ถ้าจะแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของสินค้ากับราคา ในมุมมองของลูกค้า อาจแบ่งได้ดังนี้ ลูกค้ากลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสินค้าดี แต่ราคาต้องถูก คนพวกนี้เป็นพวกโลกสวย คิดว่าของดีด้วย ถูกด้วย มีจริงในโลก ลูกค้ากลุ่มที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าเป็นหลัก แต่ราคาไม่เกี่ยง พวกนี้น่าคบหน่อย เพราะเข้าใจโลก รู้ว่าของยิ่งดี ราคายิ่งแพง แต่กว่าจะซื้อได้ ตรวจแล้วตรวจอีก ดูจนสินค้าแทบสึก ลูกค้ากลุ่มที่ให้ความสำคัญกับราคา ไม่สนใจว่าคุณภาพสินค้าจะเป็นอย่างไร ขอราคาถูกเข้าไว้ จะว่าเป็นพวกงกได
“ขอให้หายไวๆ…สู้ สู้ นะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนจากช่างหนุ่ม ซึ่งเดินออกไปส่งลูกค้าหน้าร้าน แว่วมาให้ได้ยิน รู้สึกเป็นประโยคไม่คุ้นหูนัก โดยเฉพาะกับบรรยากาศในร้านทำผม “ที่นัดมาบริจาคผมเพื่อทำวิกให้ผู้ป่วยใช่มั๊ยครับ”ช่างหนุ่มคนเดิม หันมาทักทายมาอย่างนั้น ก่อนสอบถามรายละเอียดต่อ ได้สระผมทำความสะอาด และเป่าให้แห้งสนิททิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมงแล้วใช่มั๊ย เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจ เจ้าของร้าน “แฮร์อินเทรนด์ ดอทคอม” ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยอ่อนนุช 46 เขตพระโขนง จึงอธิบายให้หายสงสัยว่า ถ้าสระผม-เป่า แล้วมัดผมตัดเลย เส้นผมยังมีความชื้นอยู่ เมื่อนำมาเก็บไว้จะเป็นเชื้อราไม่สามารถนำมาทำวิกให้ผู้ป่วยได้ ช่วงเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงภายในร้านแห่งนี้ กับการไปบริจาค “เส้นผม” เป็นครั้งแรกในชีวิต รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ จึงซอกแซก-ชวนช่างคุย ไปเรื่อยๆจนทำให้ทราบ ที่มาของกิจกรรมโครงการ “ตัดเพื่อทอ ส่งต่อเพื่อรอยยิ้มเธอ” ที่ร้านแห่งนี้ทำติดต่อมาเป็นปีที่ 7 แล้ว บรรยากาศในร้าน “โครงการนี้ มีกิจกรรมหลักๆคือ ทางร้านจะรับบริจาคเส้นผมทำวิกเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง,รับบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อนำไปจัดทำวิกผมให้กับผู้ป่วยมะเร็งท
ผู้สื่อข่าวรายงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 ก.ค.นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ปีนี้จัดเร็วขึ้นกว่าทุกปี เนื่องจากครบ 100 ปี การสาธารณสุข โรงพยาบาล โดยทางเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมฉลองในวาระพิเศษนี้ โดยการแจกฟรีหนังสือ “ดอกสร้อยร้อยบุปผา” รวมสมุนไพร 100 ชนิดไว้ในเล่มเดียว นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ปีนี้มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “โลกมั่นใจ สมุนไพรไทย ภูมิปัญญาไทย” โดยการจัดงานจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ เสมือนเป็นตลาดความรู้ให้กับประชาชน ประกอบด้วย โซนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โซนให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และโซนผลิตภัณฑ์มาตรฐาน การประชุมวิชาการ และการอบรมระยะสั้น ปีนี้พิเศษตรงที่มีบู๊ธกัญชา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาไปสู่การใช้ทางการแพทย์ ตามนโยบายของรัฐบาล นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ปีนี้จัดเป็นปีที่ 15 และมีความพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากเป็นวาระครบ 100 ปีการสาธารณสุขไทย ที่ได้ให้การดูแลสุขภาพพี่น้อง
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)เปิดเผยว่า ตามที่ สสว.ได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้ชื่อโครงการ “โครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับ SMEs ” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาช่องทางการตลาด สร้างเครือข่าย สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการ ซึ่ง สสว. ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 3,000 ราย ในปีนี้ สสว. ยังคงเดินหน้าต่อในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน อีกทั้งยกระดับความสามารถในการแข่งขันในทุกมิติ พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ SMEs 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ จึงเห็นว่าโครงการตลาดต่อยอด ฯ มีหลายมิติ ที่สอดคล้องกับการส่งเสริม SMEs ของ สสว. ซึ่งจะเป็น platform ทางการตลาดที่สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ประกอบการ การเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ การสร้างเครือข่ายการค้าด้วยการเชื่อมความต้องการซื้อทั้งในและต่างประเทศกับสินค้าเพื่อผลักดันยอดขายให้ SMEs ตลอดจนเป็นการให้บริการที่ครบวงจรในการสนับสนุนและแก้ปัญหาให้ SMEs คุ
