Exclusive
“ผม กุลธร สังฆมณี อายุสี่สิบเศษ ผมค้าขายรองเท้า ผมเป็นคนสู้ชีวิตมาตลอด จนกระทั่งผมมีกิจการร้านรองเท้าของกลุ่มคนชั้นล่างเจ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี และกระจัดกระจายขายไปตามตลาดนัด นับสิบๆ ที่ต่อวัน เป็นกิจการที่หมุนเวียนนับสิบๆ ล้านบาท ที่ผมเขียนมาเพราะผมอยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ของคนที่ยังมีแรง อย่าท้อแท้ เพราะผมล้มมานับครั้งไม่ถ้วน เช่น ขายไม่ได้ รองเท้าเหลือเบอร์ ลูกน้องเอาไปขายแล้วโกง ฯลฯ แต่ผมก็สู้ สู้ กู้ กู้ จนกระทั่งมีกิจการใหญ่โต ผมจึงเขียนมาเพื่อให้ทุกคนที่ท้อแท้…อย่าท้อถอย” เนื้อความในจดหมายดังเกริ่นข้างต้น คือ การ์ดเชื้อเชิญ ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” โคจรไปพบกับเจ้าของกิจการตัวจริงเสียงจริง และเรื่องราวเกี่ยวกับกิจการของเขา ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว นับจากนี้ เจ้าของกิจการรองเท้าแตะรายใหญ่ มีโกดังเก็บสินค้าและเป็นหน้าร้านทั้งค้าปลีก-ส่ง จำนวนถึง 8 คูหาในซอยวัดส้มเกลี้ยง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ให้เรียกแบบกันเองว่า คุณเชน สละเวลาทำงาน มาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เริ่มบทสนทนาด้วยประวัติความเป็นมาส่วนตัวพอสังเขปว่า เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว คุณพ่อรับราชการ คุณแม่รับจ้างเย็บผ้าโหล ช่วงก
“ไม่อยากให้มองว่า Midnight A Cocoa เป็นธุรกิจ เพราะเป็นร้านที่เปิดเพื่อความสุขและความชอบ ” คำพูดของ คุณเดียร์–ทิสลักษณ์ คำงาม วัย 30 ปี เจ้าของร้าน Midnight A Cocoa ร้านโกโก้ชื่อดัง ที่สร้างความอร่อยมายาวนานถึง 2 ปี โกโก้ร้านนี้เป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลมานานแทบทุกวี่วัน จนหลายคนต้องตามไปกิน จากความชอบ สู่ร้าน Midnight A Cocoa Midnight A Cocoa (มิดไนท์ อะ โกโก้) สร้างความอร่อยมานาน 2 ปี แรกเริ่มคุณเดียร์ไม่ได้ขายโกโก้ แต่เป็นคนที่ชอบกินโกโก้ ด้วยทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ตัดต่อ และออกแบบตามสายศิลปกรรมที่เรียนจบมาจากวิทยาลัยเพาะช่าง เวลาทำงานส่วนใหญ่คือตอนกลางคืน ดึกดื่นก็ยังนั่งทำงานอยู่ และเพราะโกโก้เป็นตัวช่วยผ่อนคลายได้ดี คุณเดียร์จึงชงโกโก้ดื่มเอง “ตอนดึกๆ หาร้านโกโก้ดื่มยากมาก แทบจะไม่มีร้านไหนเปิด เลยคิดว่า ถ้าเราชอบกินโกโก้ขนาดนี้ ก็เปิดร้านเองเลยจะดีกว่า” คุณเดียร์ใช้พื้นที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นมุมหน้าต่าง เปิดร้านโกโก้เล็กๆ โทนเหลือง ตกแต่งมีสไตล์ ชื่อร้าน Midnight A Cocoa ซึ่งที่มาของชื่อร้านเป็นคำที่มาจากแนวคิดหลายอย่างรวมกัน เพราะเปิดตอนกลางคืน จึงมีคำว่า Midnight ส่วน A Coc
พูดถึงทุเรียนไม่ใช่แค่กินผลสุกๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นขนมอย่างอื่นได้อีก ที่จะเห็นบ่อยๆ คงเป็นข้าวเหนียวทุเรียน แต่ที่เราจะพูดถึงนี้คือ ขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม เหมือนทุเรียนตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกจนถึงไส้ข้างในเลยทีเดียว ด้วยกำลังเป็นกระแสอยู่นี่เอง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์สอบถามไปยัง คุณฝน-พนัชกร ตาคำ วัย 25 ปี เจ้าของไอเดีย ขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม ได้ความว่า คุณฝนเปิดร้านเบเกอรี่อยู่แล้วร่วม 3 ปี ส่วนขนมเปี๊ยะทุเรียนเพิ่งเริ่มทำช่วงหน้าทุเรียน “เห็นขนมเปี๊ยะรูปแบบเดียวกันจึงลองทำตาม ทำเสร็จนำไปโพสต์ในกลุ่มเบเกอรี่ ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับดีตั้งแต่วันแรกที่ทำขาย” มีเพื่อนๆ ในกลุ่มเข้ามาแชร์เข้ามาสั่งออร์เดอร์ดี เริ่มจากวันละ 100 ชิ้น จากนั้นเพิ่มเป็น สัปดาห์ละ 1-2 พันชิ้น มีทั้งขายปลีก-ส่ง สามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 50,000 บาทต่อวัน ความพิเศษของขนมเปี๊ยะทุเรียน อย่างแรกคือ รูปลักษณ์ที่เหมือนทุเรียนอย่างกับโคลนนิ่งมา อย่างที่สองคือ ไส้ ซึ่งใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองนำมากวนเป็นไส้จริงๆ ใส่ไข่เค็มเข้าไป เป็นไส้ทุเรียนไข่เค็ม บรรจุใส่กล่องรูปทุเรียนสุดแปลก มี 3 ไซซ์ให้
สติ๊กเกอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารสำคัญที่ยังเป็นเทรนด์และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยสติ๊กเกอร์ นอกจากจะใช้แทนคำพูดแบบไม่ต้องพิมพ์ยาวๆ แล้วยังช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้เข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยภาพรวมความสำเร็จของตลาด LINE CREATORS MARKET ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ลงทะเบียนครีเอเตอร์ไลน์แล้วกว่า 1.5 ล้านคน (มีครีเอเตอร์คนไทยมากถึง 340,000 คน) และมีสติ๊กเกอร์ให้เลือกใช้กว่า 1.3 ล้านสติ๊กเกอร์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีโอกาสพูดคุยกับครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์ จาก 4 ประเทศในเอเชีย เริ่มต้นด้วย ตัวแทนครีเอเตอร์จากไทย คุณต้นไม้ มนันห์ตชัย ไพรสินธ์ อายุ 26 ปี เจ้าของสติ๊กเกอร์ชื่อดัง ตัวหมู by ต้นไม้ ที่การันตีรางวัล Rising Star หลายครั้งติดต่อกัน เริ่มจากฐานะยากจน รับจ้างวาดรูป ร้องเพลงตอนกลางคืน และอยากมีอาชีพเสริม จึงเข้าสู่การเป็นนักออกแบบ ซึ่งผลงานที่ออกมาล้วนเป็นที่นิยม โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์แนวคู่รัก คุณต้นไม้ เริ่มต้นอาชีพครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์มาตั้งแต่ปี 2014 มีสติ๊กเกอร์ที่ออกแบบจำนวน 30 ชุด แบ่งเป็น สติ๊กเกอร์แนวสร
เทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพตามวิถีธรรมชาติและบำบัดอาการต่างๆ ด้วยพืชสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องดื่ม ทั้งสำเร็จรูปหรือชาประเภทต่างๆ รวมถึงเครื่องสำอางประทินผิว มีโอกาสมาเยี่ยมชม “เรือนไม้หอม” ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากธรรมชาติ มาตรฐาน OTOP ของจังหวัดสมุทรสงคราม มีคุณบุษ – เกวลี ชื่นสงวน ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นผู้สานต่อกิจการ คุณบุษ เล่าให้ฟังว่า เรือนไม้หอมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 หลายคนอาจรู้จักในชื่อวิสาหกิจชุมชนเรือนไม้หอม ดำเนินกิจการแปรรูปสมุนไพรและของใช้ในครัวเรือน เช่น แชมพูสมุนไพร น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า และพิมเสนน้ำ มานาน 20 ปี โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ผลิตคือ แชมพูปะคำดีควาย จากนั้นเรือนไม้หอมได้สานต่อการแปรรูปนำวัตถุดิบในชุมชนอื่นๆ มาเพิ่มมูลค่าอีกมากมาย อาทิ ดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผสานจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สบู่ก้อนที่ให้กลิ่นหอมและสีสันชวนมอง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคและขายดีที่สุดต้องยกให้ ชาใบขลู่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากใบขลู่ “ใบขลู่เป็นพืชสมุนไพรพื
ข้าวมันไก่ เป็นอาหารที่คนไทยรู้จักกันดี ไปที่ไหนก็มีขาย แต่ ถ้าจะบอกว่า มีร้านข้าวมันไก่ ที่มีจุดขายอันโดดเด่น ไม่เหมือนใคร อย่างนี้ล่ะ น่าสนใจไหม จุดขายอันโดดเด่น ไม่เหมือนใครที่ว่าก็คือ เลี้ยงไก่เอง ตั้งแต่ยังเป็นลูกเจี๊ยบ ขุนจนได้ที่ นำมาเชือด ต้ม สับ และขายเป็นข้าวมันไก่รสชาติที่แตกต่างออกไป ที่สำคัญ ร้านนี้ขาย 4 สัปดาห์ หยุด 3 สัปดาห์ สลับกันไป ทำไมต้องหยุด… ก็หยุดไปขุนไก่ให้ได้ที่ แล้วมาขายต่อ ดังนั้น ใครที่จะไปรับประทานข้าวมันไก่ร้านนี้ ต้องโทรศัพท์ไปถามก่อน ก็จะแน่นอนที่สุด เพราะถ้าจะดุ่มๆ เข้าไป อาจมีผิดหวังกลับมา ข้าวมันไก่ร้านนี้ อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร บนถนนเลียบคลองบางน้ำจืด ซอยจากถนนพระราม 2 ไปสนามกอล์ฟเอกชัย (จะมีเบอร์โทร.อยู่ท้ายบทความนี้) ร้านนี้มีชื่อว่า ข้าวมันไก่นายโฮ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้าน คุณวรรณี โฮ วัย 72 ปี คุณวรรณี เล่าว่า เริ่มต้นเลี้ยงไก่มา 30 ปีแล้ว เลี้ยงไป ขายไป การตลาดไก่สดไม่แน่นอน ก็เลยคิดว่าจะทำยังไงดี เลยมาลงตัวที่ เอาไก่ที่เลี้ยง มาทำข้าวมันไก่ขายเองเลยดีกว่า โดยขายมาแล้วกว่า 17 ปี ทำครั้งแรกๆ ไม่ติดตลาด เนื่
ยามนี้ “ปัว” อำเภอเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของจังหวัดน่าน กำลังเพิ่มระดับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาว ชาวฮิปสเตอร์จากทั่วสารทิศ ให้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย ความโดดเด่นของพื้นที่อันเป็น“จุดหมายปลายทาง”ของใครหลายคนนี้ น่าจะอยู่ที่ความงามตามธรรมชาติของ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ รวมทั้งสีเขียวขจีของ “ทุ่งนา”ที่สามารถทอดมองไปได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา ร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว นับเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์”ของอำเภอน่าเที่ยวแห่งนี้ เพราะนอกจากรสชาติของเครื่องดื่มจะถูกปากบรรดาคอกาแฟแถมราคาไม่แพงด้วยแล้ว ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิคนี้ ยังมีซุ้มไม้มุงจาก ทอดยาวเรียงรายลงไปในผืนนา รอให้บรรดาอาคันตุกะจากต่างถิ่นเดินเลาะไปตามทางบนสะพานไม้ไผ่ก่อนไปนั่งรับลม ชมวิวกันแบบชิว-ชิว ได้แบบไม่คิดตังค์เพิ่ม เรียกว่าซื้อกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบบาท แต่สามารถนั่งชมวิว “หลักล้าน”กันได้เลยทีเดียว คุณพนม แก้วเทพ อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการ “ลำดวนผ้าทอ” ร้านจำหน่ายผ้าทอลายน้ำไหลไทลื้อ และสินค้าของฝากจากเมืองน่าน และกิจการร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ สละเวลามาให้ข้อมูลก
เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 ที่ครั้งนี้ มีประเทศรัสเซีย เป็นเจ้าภาพ เวลาถ่ายทอดการเข่งขันหลายคู่ จึงไม่ดึกดื่นค่อนคืนนัก บรรดาแฟนบอลน้อยใหญ่บ้านเรา จึงเฝ้าติดตามลุ้นกันแบบไม่ต้องอดหลับอดนอนเกินไป ไล่มาดูสินค้าที่สนับสนุนแมตช์ถ่ายทอด ซึ่งเป็นธรรมดาที่ส่วนใหญ่ต้องมุ่งเจาะ “กลุ่มคนดู” ที่มีทั้งของกิน ของใช้ แต่ยังมีผู้ประกอบการบางราย อาจมองเห็น “ช่องทาง” ทำเงินในช่วงเทศกาลนี้ โดยโฟกัสไปที่ “กลุ่มน้องหมา” แทน เสื้อทีมชาติ-ทีมโปรด สำหรับน้องหมา มีทั้ง โปรตุเกสยอรมัน อาร์เจนตินา อังกฤษ บราซิล และอีกหลายๆทีม ตัดออกมาแบบขำๆ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเป๊ะ-เหมือนเปี๊ยบ หากใครทำออกมาขายรับเทศกาลบอลโลก ตอนที่การแข่งขันกำลัง “ฟีเวอร์” อยู่นี้ อาจโกยกำไรได้สบายๆ แบบไม่ต้องรอให้กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาก่อน ก็เป็นได้
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ เผยว่า อภัยภูเบศร ได้ร่วมจัดงานกับทาง บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คือ งานมหกรรมสุขภาพ หรือ งานเฮลท์แคร์ มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตั้งใจอยากให้ “คนเมือง” ได้สัมผัสและเข้าถึงกับการดูแลสุขภาพในรูปแบบของธรรมชาติและการใช้สมุนไพรรอบตัวมาช่วยดูแลตนเอง ดูแลคนรอบข้างได้ โดยปีนี้ นำแนวคิดของการมีสุขภาพดีแบบ “เบญจกัลยาณี” ที่ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงสวย แต่หมายถึงคนมีสุขภาพดีในทุกระบบตั้งแต่ ผิว ผม เล็บ ตา ฟัน และ กระดูก ซึ่งนับเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากในระบบสาธารณสุข ดังนั้น ถ้าประชาชนได้รู้จักการดูแลรักษาในระบบดังกล่าว ด้วยการใช้สมุนไพรหรือศาสตร์การแพทย์แผนไทย ก็จะสามารช่วยให้เกิดการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดการเข้าไปแออัดในสถานพยาบาลได้ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมภายในบู๊ธอภัยภูเบศรปีนี้ เรียกว่า “จัดเต็มที่” เพื่อประชาชนในกรุงเทพและพื้นที่ใกล้เคียงที่สะดวกสามารถมาร่วมกิจกรรมกันได้ โดยเริ่มจากการแจกต้นพันธุ์สมุนไพรวันละ 100 ต้น ได้แก่ ว่านเปราะหอม รักษาสิวฝ้า ต้นอัญชัน แก้ปัญหาสายตา ต้นเพชรสังฆาต บำรุงกระดูกแก้ปวดข้อ
Power Nap Lounge สถานที่สำหรับงีบแห่งแรกและแห่งใหม่ในไทย ตอบโจทย์คนเมืองที่โหยหาเวลานอน เพียงก้าวขาออกจาก BTS อโศก หรือ MRT สุขุมวิท ก็จะได้พบกับประสบการณ์การงีบสุดคุ้มกว่าที่ไหนๆ จุดเริ่มต้น Power Nap Lounge คุณดา ปรียนันท์ อารีวิจิตร อายุ 37 ปี ผู้บริหาร Power Nap Lounge เล่าให้ฟังถึงที่มาว่า ตนเป็นอีกคนที่ไม่มีเวลานอน ด้วยเป็นคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูก และทำงานนอกบ้าน ทำให้ร่างกายทำงานเกินขีดจำกัด เมื่อนอนน้อย แต่ทำงานมากขึ้น ไอเดียการทำงานที่ควรมีก็หายไป กระทั่งตนได้มีโอกาสไปพักผ่อนในต่างประเทศ ได้เห็นบริการและสถานที่สำหรับพักผ่อนหลายที่ ด้วยบรรยากาศเลยทำให้รู้สึกว่าสถานที่ที่ไปเยือนทำให้หลับสบายขึ้น สมองได้พักผ่อนจริงๆ “สังคมการทำงานในยุคปัจจุบัน ค่อนข้างเร่งรีบ และวุ่นวาย เทคโนโลยีเข้าถึงตัวได้รวดเร็ว จิตใจจดจ่อ ทำให้คนหาจุดเฟดตัวออกมาได้ยาก เราเลยอยากจัดบรรยากาศ หรือสร้างสถานที่สำหรับงีบและหลับให้เกิดขึ้นจริงในไทย ไม่ใช่แค่มานอนเฉยๆ แต่เป็นการนอนที่แปลกออกไป” บริการ 2 แบบ Power Nap Lounge ต้องการมองประสบการณ์การนอนให้กับลูกค้า จึงให้ความสำคัญในเรื่องของเสียง กล่อมให้ผู้ที่มา
