Exclusive
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ สสว. เข้าร่วมงาน “SME Transform #พร้อมเปลี่ยน ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SME ไทยสู่สากล” ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ปรากฎว่า มีผู้ประกอบการ SME สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับ สสว. จำนวน 1,545 ราย และขอรับสินเชื่อเพื่อพัฒนาสินค้าหรือบริการ รวมถึงการดำเนินธุรกิจ 4.4 ล้านบาท ทั้งนี้ สสว. ร่วมจัดงานนี้ในโซนกิจกรรมภายใต้ชื่อ “SME ONE เชื่อมต่อทุกความต้องการธุรกิจ” ถือเป็นการประสานพลังเครือข่ายประชารัฐที่ให้บริการแก่ SME จุดเดียวแบบครบวงจร โดยภายในบูธ สสว. จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งให้บริการรับปรึกษาด้านการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การเขียนแผนธุรกิจ การบริการจัดการธุรกิจ การเริ่มต้นธุรกิจ รวมไปการตลาด และพบว่า SME สนใจขอรับคำปรึกษาจาก สสว. 3 อันดับแรก ได้แก่ เรื่องการตลาด เรื่องการเงิน และการบริหารจัดการธุรกิจ ตาม
สองหนุ่มเพื่อนซี้ลงขันทำธุรกิจร่วมกันตั้งแต่อายุ 17 ปี ไม่ขอเงินพ่อแม่ ส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ ผ่านอุปสรรคร่วมกันมาก็เยอะ ดำเนินมาหลายกิจการยังไม่รุ่ง ล่าสุดเห็นโอกาสธุรกิจความงาม ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรมัลติแบรนด์ “บิวตี้คลับ” และอาหารเสริมนิวเวย์ นับว่ามาถูกทาง มัดใจลูกค้าด้วยคุณภาพสร้างรายได้ร้อยล้านบาทต่อปี คุณบอย – นภัทร โภคาสัมฤทธิ์ และคุณเอ็ม – พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล 2 หนุ่มผู้บริหารบิวตี้คลับ เล่าย้อนว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุ 17 ปี ธุรกิจแรกที่ทำด้วยกัน คือ รับต่างหูต้นทุนคู่ละ 2 บาทมาขายตามตลาดนัด ขายกระเป๋า ชีวิตพลิกผันไปเป็นครูสอนภาษา เปิดสถาบันกวดวิชาในระบบแฟรนไชส์แห่งแรกในประเทศไทยใช้ชื่อ “ติวเตอร์คลับ” ต่อมาเข้าสู่ธุรกิจขายตรงอาหารเสริม เครื่องสำอาง พอเห็นโอกาสกระแสธุรกิจความงามมาแรง สร้างแบรนด์อาหารเสริม “นิวเวย์” ทั้งคุณเอ็มและคุณบอย ทั้งคู่ต่างมีความตั้งใจที่จะหาเงินส่งตัวเองเรียน ไม่ขอเงินทางบ้าน คุณบอย เล่าว่า ช่วงที่ขายต่างหู ไม่มีทุนอาศัยเอาเสื้อผ้าไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุน เจอปัญหาอุปสรรคหลายอย่าง ช่วงที่เปิดแฟรนไชส์สถาบันกวดวิชาอายุเพียง 18 ปี ใช
กล้วยปิ้ง ขนมหวานแสนอร่อย ถือเป็นการแปรรูปนำวัตถุดิบจากสิ่งที่มีอยู่มาสร้างเป็นอาชีพด้วยวิธีการอันง่ายดาย ที่สำคัญต้นทุนต่ำ จะเห็นได้จากตามตลาด ตรอก หรือซอกซอย มักจะมีร้านกล้วยปิ้งอยู่แทบทั้งนั้น ด้วยเป็นขนมทานง่าย อิ่มท้อง คนไทยจึงนิยมกิน คุณไผ่-ครองศักดา สีสังข์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านกล้วยปิ้งคิงคอง เล่าให้ฟังว่า ที่บ้านทำสวนกล้วย ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ไส้ขาวมากว่า 10 ปี ส่งขายตลาด และวางจำหน่ายหน้าบ้าน แต่ช่วงหลังมานี้มีเกษตรกรปลูกกล้วยจำนวนมาก ส่งผลให้กล้วยล้นตลาด ราคาตกเหลือเพียงหวีละ 2-3 บาทเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ลูกชายเจ้าของสวนอย่างตน จึงหาทางระบายผลผลิตออกสู่ตลาดด้วยการแปรรูปเป็นกล้วยปิ้ง ตั้งชื่อ “กล้วยปิ้งคิงคอง” ปัจจุบันเปิดมาได้ 2 ปี ร้านตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 205/13 ถนนบ้านดอนตูม ซอย 5 ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ใช้พื้นที่หน้าบ้านเปิดเป็นร้านเล็กๆ โดยก่อนหน้านี้คุณไผ่ทำงานวนเวียนในสายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ทำอยู่ 5 ปี เรียกได้ว่าทำครบหมดแล้วตั้งแต่ผลิต แปรรูป กระทั่งอาหาร บวกกับอายุที
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 41 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา ” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็น ประธานกลุ่ม young smart farmer จ.จันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านเกษตรทั้งในปร
นักเรียนโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยคนหนึ่งมาจากนอก เจอกระทะเล็กๆ ทำไข่กระทะแบบอุดรแขวนอยู่ ถามว่า เอาไปทอดไข่เจียวได้มั้ย ผมบอกไม่ได้ อย่างนี้เอาไว้ทำไข่กระทะ ขึ้นชื่อคือที่อุดรธานี ซึ่งได้สืบเชื้อสายมาจากไข่กระทะเวียดนามกินกับบาแกตต์ หรือขนมปังฝรั่งเศสซึ่งได้มาจากคนฝรั่งเศสอีกที สมัยฝรั่งชอบรุกรานครอบครองเอเชีย ไข่กระทะ เอากระทะไข่ตั้งไฟ ใส่เนยสดแท้ๆ 1 ช้อน น้ำมันนิดหนึ่ง กันเนยไหม้ ต่อยไข่ใส่ 1-2 ฟอง หาฝาปิดให้ไข่สุกเร็ว ไฟอย่าแรง บางคนแนะว่าให้เอาฟ็อกกี้ฉีดน้ำหน้าไข่หน่อย จะนุ่ม พอไข่เริ่มสุก เปิดฝา หย่อนกุนเชียงหั่น หมูยอหั่น หมูสับผัดโรยต้นหอม เหยาะซอสปรุงรสกับพริกไทย ไข่สุกดีจัดเสิร์ฟกับขนมปังฝรั่งเศสดุ้นสั้นๆ ผ่าครึ่งทาเนยสด ปิ้งไฟพอเหลือง ต้องไปกินที่อุดรธานี อุบลราชธานี ถึงจะได้บรรยากาศ อร่อยกว่าทำกินเองที่บ้าน ผมไปคิดทำไข่กระทะแบบแปลกๆ ให้ร้านอาหารแถวจันทบุรีอีก 2 แบบ แบบหนึ่งขโมยมาจากของสเปนเคยเห็นในทีวี เขาใช้ซอสที่ทาพิซซ่ามาใส่มะเขือเทศสด แล้วต่อยไข่ใส่ลงไป น่ากินมากกกกก ไข่กระทะพิซซ่า เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนชา มะเขือเทศหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1/2
กำลังเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เมื่อลูกค้าคนดังอย่าง “คุณลีน่า จัง” ไลฟ์สดต่อว่าต่อขานอย่างรุนแรง เนื่องจากเธอเดินทางไปเยี่ยมชมสวนผลไม้ “สวนละไม” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อหวังเข้าร่วมโปรแกรมท่องเที่ยวสวนรวมแพ็กเกจทานทุเรียนได้ไม่อั้น แต่เมื่อเดินทางไปถึงปรากฏ “ทุเรียนหมด” ทางสวนไม่มีทุเรียนให้รับประทาน เนื่องจากขายบัตร 3,000 หมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมาทางผู้รับผิดชอบได้ออกมาชี้แจงเหตุผลและขอโทษลูกค้าผ่านทางเพจของสวนละไม ไปแล้วนั้น ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจข้อมูลการจัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ของทางสวนละไม พบว่า เพิ่งมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เกิดปัญหาทุเรียนหมดสวน คือ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมานี้เอง และได้ระบุรายละเอียดไว้ ปีนี้ทางสวนละไม เปิดกิจกรรมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. ถึงวันที่ 15 ก.ค. เปิดตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. สามารถมาซื้อบัตรที่หน้าสวนวันที่มาเที่ยวได้เลย ไม่ต้องจอง และไม่มีการรับจองล่วงหน้า “วันธรรมดาลูกค้าไม่เยอะมาก เที่ยวสบายๆ สุดๆ ค่ะ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดยาว ลูกค้าเยอะอาจต้องรอคิวเข้าสวนนิดนึง พยายามมา
“ซอโสตถิกุล” คือ ชื่อตระกูลคหบดีของเมืองไทย มีกิจการในความดูแลหลากหลาย นับตั้งแต่ ศูนย์สรรพสินค้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เครื่องปรุงในครัวเรือน ส่วนสินค้าเก่าแก่ที่สุด อายุอานามเกือบ 70 ปี ที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความมั่งคั่ง”นั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นของที่เริ่มทำในแบบ “ซื้อมา-ขายไป” มีกำไรต่อหน่วยไม่กี่บาท แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกคนต้องมีไว้ใช้ นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ “นันยาง” นั่นเอง คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารรุ่นที่สาม ของตระกูล ”ซอโสตถิกุล” วัย 33 ปี เจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศย่านสี่พระยา ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง “ธุรกิจของเรา เริ่มต้นจาก คุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณตาของผม เดินทางมาจากเมืองจีน แบบเสื่อผืนหมอนใบ ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ท่านก่อร้างสร้างตัว ทำงานทุกอย่าง เริ่มจากซื้อมาขายไปสินค้าสารพัด และหนึ่งในนั้น คือ รองเท้าผ้าใบนันยาง”คุณจักรพล ย้อนจุดตั้งต้นของธุรกิจตกทอด ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรก รองเท้าผ้าใบนันยาง นั้น เป็นสินค้านำเข้
ในแวดวงคนทำมาค้าขายด้านอาหาร หากเอ่ยชื่อ เจ้าของกิจการ นามว่า คุณจงใจ กิจแสวง อาจไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ถ้าบอก “หมูทอด…เจ๊จง” แล้วหล่ะก็ ร้อยละเก้าสิบ อาจร้อง…อ๋อ! ก่อนออกปาก ของเขาดีจริง ไม่งั้นคงไม่ขายมาได้นานจนป่านนี้ แถมยังมีเส้นทางเติบโต ขยายกิจการไปเรื่อยๆ นับสิบสาขาแล้ว หมูทอดเจ๊จง เกิดขึ้นได้อย่างไร คือ คำถามแรกที่พิธีกรประจำงานสัมมนา “พอแล้วดี” เวิร์กช็อป ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันก่อน ด้าน คุณจงใจ กิจแสวง เจ้าของกิจการ “หมูทอดเจ๊จง” เจ้าดังย่านพระรามสี่ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ กล่าวตอบด้วยลีลาเป็นกันเองว่า จำได้ว่าย้อนไปกว่า 15 ปี ไปซื้อข้าวหมูทอดให้ลูกกิน เขาขายกล่องละสิบบาท ฟังเหมือนถูก แต่พอเปิดออกมามีหมู 4 ชิ้นเรียงกันอยู่ เลยบอกกับลูกเลย เดี๋ยวแม่จะขายบ้าง แล้วจะให้หมูเยอะกว่านี้อีก คุณจงใจ เล่าต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีเหตุผลอยากหารายได้เพิ่ม เนื่องจากยังมีหนี้อยู่มาก ตอนนั้น ขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ ขายเสร็จบ่ายโมงกลับบ้าน กว่าจะนอนราวสองทุ่ม เลยมีความรู้สึกว่าจะบ้าเกินไปแล้ว คนเป็นหนี้ แต่ทิ้งเวลาไปถึง 8 ชั่วโมง มันไม่ใช่ มันน่าจะมีอะไรทำต่อจากที่เราขายข้า
ปกติจะเคยเห็นแต่ถั่วทอดแผ่นใหญ่ น้ำมันเยิ้ม จะกินแต่ละครั้งก็ร่วงเลอะพื้น วันนี้จะไม่เกิดปัญหาเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะถั่วทอดร้านที่เส้นทางเศรษฐีจะนำเสนอต่อไปนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ไซซ์ขนาดเล็กพอดีคำ แถมเก็บได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งในอนาคตจะสามารถเก็บได้นาน ถึง 6 เดือน และนานสุดถึง 1 ปี เลยทีเดียว ‘ราย็องถั่วทอดแผ่น’ ธุรกิจถั่วทอด โดยคุณศิริพร บัวพุ่ม หรือคุณเกด ซึ่งเปิดกิจการมาได้ 5 ปี ปัจจุบันเป็นหนึ่งแบรนด์เอสเอ็มอีที่ขานรับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ จำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ ‘ของดีทั่วไทย’ เส้นทางเศรษฐีจึงสอบถามถึงที่มาของธุรกิจ ได้ความว่า ราย็องถั่วทอดแผ่น เป็นธุรกิจของที่บ้าน ที่จังหวัดระยอง “พี่มองว่าอยากจะทำธุรกิจอะไรก็ได้ ที่สามารถเป็นของฝากจากจังหวัดระยอง คิดว่าน่าจะมีอะไรนอกเหนือจากผลไม้ ซึ่งขนมถั่วทอดเป็นของโปรดของคุณพ่อ บวกกับพี่กับพี่สาวเองก็อยากหารายได้เสริมด้วยอยู่แล้วจึงช่วยกันทำ” คุณเกด เล่าต่อว่า หลังได้ไอเดีย เริ่มคิดทำให้สินค้าแปลกใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค “พี่มองว่าถั่วทอดแผ่นโบราณจะมีไซซ์ใหญ่ มีปัญหาเรื่องน้ำมัน คนกินจะกลัวอ้วน เพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ กินได้ในคำเ
การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันมีความท้าทายขึ้นจากเมื่อก่อนหลายเท่าตัว ด้วยธุรกิจมักเจอคู่แข่งใหม่ปรากฏตัวขึ้นเสมอทุกนาที จากทั่วทุกมุมโลก มิหนำซ้ำยังต้องต่อสู้กับคู่แข่งเหล่านี้ 24 ชั่วโมง และการแข่งขันยิ่งดุเดือดมากขึ้นเมื่อกลุ่มอาลีบาบา เข้ามาขยายการลงทุนในไทย โดยซีอีโอ แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน และยิ่งเป็นที่น่ากลัวมากขึ้นเมื่ออาลีบาบาสามารถขายทุเรียนหมอนทองมากกว่า 80,000 ลูก ทางเว็บไซต์ได้ในเวลา 1 นาที ฉะนั้น การมองหาวิธีการใหม่ๆ ในการประกอบธุรกิจจึงเป็นเหมือนการติดอาวุธ ทำให้นักรบอย่างธุรกิจหรือเอสเอ็มอีสามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทย กระทรวงพาณิชย์ ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดงาน e-commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย สู่วิถีออนไลน์เปิดตัวเว็บไซต์ “ของดีทั่วไทย” (www.kongdeetourthai.com) มาเขย่ากระเป๋าสตางค์ขาช็อป ซึ่งรวบรวมสินค้าทั่วไทยระดับหัวกะทิมาไว้ที่เดียวกัน คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องการส่งสัญญาณว่าวิถีการค้ายุคใหม่เป็นวิถีของ E-Commerce โดยแท้จริง และสัญญาณนี้ชัดเจนขึ้นเมื่อเดือนที่
